หน้าแรกเศรษฐกิจ การเงินรัฐบาลจ่อคลอดแพ็คเกจใหญ่ เยียวยาผลกระทบชายแดน ไทย-กัมพูชา

รัฐบาลจ่อคลอดแพ็คเกจใหญ่ เยียวยาผลกระทบชายแดน ไทย-กัมพูชา

เผยแพร่

spot_img

( 11 ธันวาคม 2568) แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ขณะนี้รัฐบาลเตรียมออกมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยที่ได้รับผลกระทบจาก สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยรวบรวมเป็นแพ็คเกจใหญ่ ครอบคลุมทั้งความช่วยเหลือด้านการเงิน ด้านการตลาด และการอำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์การขนส่งสินค้า ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศ ได้นำเสนอมาตรการทั้งหมดให้กับที่ประชุมคณะกรรมการนโนบายเศรษฐกิจ หรือ ครม.เศรษฐกิจ เห็นชอบแล้ว

“ครม.เศรษฐกิจ ขอให้นำมาตรการกลับไปทบทวนและปรับปรุงให้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบันที่ยกระดับความรุนแรงมากขึ้น รวมทั้งมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวมผลการดำเนินการและจัดทำมาตรการเพิ่มเติมตามความเหมาะสมเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบที่ผู้ประกอบการไทยได้รับผลกระทบ ก่อนมารายงานความคืบหน้าให้ ครม.เศรษฐกิจ รับทราบก่อนนำเสนอครม.ใหญ่ ต่อไป” แหล่งข่าว ระบุ

มาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการไทย

สำหรับมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา นั้น ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศ ได้ประเมินข้อมูลเชิงลึกจากสถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งรับฟังข้อคิดเห็นจากภาคเอกชนไทยในกัมพูชาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว

โดยมีผู้แทนจากสภาธุรกิจไทย-กัมพูชา สมาคมธุรกิจไทยในกัมพูชา หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ผู้แทนหอการค้าประจำ 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา

รวมถึงผู้แทนภาคธุรกิจในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั้ง การเงินและการธนาคาร เกษตร และปศุสัตว์ พลังงาน ก่อสร้าง กิจการค้าปลีกค้าส่ง สายการบิน บริการ ท่องเที่ยว โรงพยาบาล ขนส่งและโลจิสติกส์ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) และหน่วยงานภาครัฐ ทั้ง กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการคลัง โดยมีข้อเสนอแนะจากภาคเอกชนในการแก้ไขและบรรเทาผลกระทบ ดังนี้

1.ด้านความช่วยเหลือด้านการเงิน

เสนอให้รัฐบาลพิจารณามาตรการช่วยเหลือด้านการเงิน เช่น การสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (soft loan) การเพิ่มวงเงินสินเชื่อระยะสั้น การลดภาษีท้องถิ่นและภาษีที่ดิน ภาษีป้าย การลดอัตราการจ่ายเงินสมทบประกันสังคม การจ่ายเงินชดเชยผู้ว่างงาน และการชะลอการเพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (400 บาทต่อวัน) ใน 7 จังหวัดชายแดนไทย – กัมพูชา

รวมทั้งการจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือค่าขนส่งเพื่อบรรเทาภาระให้แก่ผู้ประกอบการ การสนับสนุนการพัฒนาทักษะแรงงาน (Upskill & Reskill) และการสนับสนุนค่าสาธารณูปโภคให้ผู้ประกอบการรายย่อยเพื่อช่วยประคับประคองธุรกิจ และการจ้างงานต่อไปได้จนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ

2.ความช่วยเหลือด้านการตลาด

โดยเสนอให้ภาครัฐพิจารณาแก้ไขผลกระทบ จากกระแสสังคมเชิงลบที่เกิดขึ้นในกัมพูชาผ่านกระบวนการและกลไกทางการทูต และการสื่อสารเชิงบวก เพื่อฟื้นฟูภาพลักษณ์และสร้างบรรยากาศความเข้าใจระหว่างประชาชน เพื่อเรียกคืนความนิยมของสินค้าไทยในกัมพูชาต่อไปในระยะยาว

3.การอำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์การขนส่งสินค้า

โดยเสนอให้ภาครัฐพิจารณาเปิดจุดผ่านแดนทางบกบางจุด เพื่อให้มีการนำเข้าสินค้าจำเป็นเป็นกรณีพิเศษ พร้อมออกมาตรการตรวจสอบและอำนวยความสะดวกผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์

4.การให้ข้อมูลและความรู้

โดยขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติทราบถึงสถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่ที่ไม่ได้มีการสู้รบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคการท่องเที่ยว

5.การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ

โดยขอให้กระทรวงพาณิชย์ พิจารณาให้กลไกคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee: JTC) หรือกลไกอื่น ๆ เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและสร้างบรรยากาศความร่วมมือเชิงบวก และเสนอให้รัฐบาลพิจารณาแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเพื่อให้ความสัมพันธ์ไทยกับกัมพูชากลับมาเป็นปกติโดยเร็ว และการฟื้นฟูความสัมพันธ์ในระดับประชาชนต่อไป

ประเมินผลกระทบต่อภาคเอกชนไทยในกัมพูชา

อย่างไรก็ตามจากการประเมินผลกระทบต่อภาคเอกชนไทยในกัมพูชา พบว่า ในด้านการปิดจุดผ่านแดนระหว่างไทย – กัมพูชา ได้ส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชนไทยในกัมพูชาและห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญในภูมิภาค จึงต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางการขนส่งสินค้าจากทางบกเป็นทางเรือ ซึ่งได้เพิ่มต้นทุนและเวลาในการขนส่ง

รวมถึงลดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทย ส่งผลให้ธุรกิจโลจิสติกส์มีรายได้ลดลง และธุรกิจวัสดุก่อสร้างเผชิญปัญหา เนื่องจากขาดแคลนวัตถุดิบและต้องนำเข้าวัตถุดิบจากเวียดนามแทน

ส่วนมาตรการของรัฐบาลกัมพูชาที่ห้ามผัก ผลไม้ และน้ำมันจากไทย และการรณรงค์ต่อต้านสินค้าไทยได้สร้างแรงกดดันให้แก่ภาคเอกชนไทยในกัมพูชา ส่งผลให้จำนวนลูกค้า และรายได้ลดลง รวมถึงการชะลอหรือยกเลิกคำสั่งซื้อ รวมถึงยุติสัญญาธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีก และธุรกิจบริการ

ทั้งนี้ภาคเอกชนไทยในกัมพูชาได้ปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจโดยเปลี่ยนชื่อและตราสินค้าเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกโจมตี ในขณะเดียวกันนักลงทุนไทยจำนวนมากได้ชะลอแผนการลงทุนใหม่หรือย้ายการลงทุนไปยังประเทศอื่น ๆ

นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้สินค้าและบริการจากประเทศอื่นเข้ามาแทนที่สินค้าไทยมากขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคในกัมพูชาถูกปรับเปลี่ยนไปและทำให้สินค้าไทยสูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดในระยะยาวด้วย

ข่าวล่าสุด

จม.รักอาม่า  ดังสนั่นแผ่นดินใหญ่ ททท.คาดปลุกคนจีน เที่ยวไทย

ภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำหน้าที่ขยี้หัวใจของชาวจีนแต้จิ๋วโพ้นทะเล เล่าเรื่องราวความผูกพันผ่านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมร่วมกันได้อย่างงดงาม ประกอบกับการดึงคนไทยเชื้อสายจีนมาร่วมถ่ายทอด ยิ่งทำให้คนดูชาวจีนอินและตระหนักว่า “ไทย-จีน ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน”

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน”

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน” จากระเบียบวินัยอันเคร่งครัดสู่พระราชปณิธาน “สืบสาน-รักษา-และต่อยอด” เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาประชาราษฏร์

โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ พุ่งสูง

สถานการณ์ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลันในประเทศไทยรอบ 3 ปีที่ผ่านมา (พศ. 2566 - 2568) แสดงแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากประมาณ 700,000 ราย ขยับขึ้นเป็น 750,000 ราย และแตะระดับ 800,000 รายในปีล่าสุด

7 ชั่วโคตร..จากถนน  “ธนบุรี-ปากท่อ” สู่ “พระราม 2”

ส้นทางคมนาคมขนส่งสายหลักลงสู่ภาคใต้ หรือทางหลวงหมายเลข 35 ที่รู้จักกันในนาม "ถนนพระราม 2" กำลังเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอย่างรุนแรง จากกรณีอุบัติเหตุในพื้นที่ก่อสร้างที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข่าวอื่นๆ

ลิขสิทธิ์ บอลโลก  JAS ยอมจ่าย 2.3 พันล้าน  คุ้มเกินคุ้ม

**JAS (บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน )** ทุ่มเงิน **70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,300 ล้านบาท** เพื่อคว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026

Forbes จัดอันดับ จ. เชียงใหม่ ติด TOP8 เป้าหมายหลักของคนทำงานด้านดิจิทัล (Digital Nomads) และครีเอเตอร์ จากทั่วโลก ย้ายมาปักหลักมากที่สุด ในปี 2026 

นิตยสารธุรกิจชั้นนำระดับโลก Forbesได้จัดอันดับเชียงใหม่ ให้เป็น 1 ใน 8 เมืองที่เหล่านักเดินทาง คนทำงานด้านดิจิทัล (Digital Nomads) และกลุ่มครีเอเตอร์ทั่วโลกหลั่งไหลและย้ายเข้ามาปักหลักมากที่สุดในปี 2026 โดยติดกลุ่ม TOP8 ของโลก

บทเรียนจากศรีลังกา ท่าเรือที่ไม่มีเรือมาจอด

ท่าเรือ Hambantota แทบไม่มีเรือมาใช้บริการ ในปี 2016 ท่าเรือทำรายได้เพียง 11.81 ล้านดอลลาร์ แต่ค่าใช้จ่ายสูงถึง 10 ล้านดอลลาร์ กำไรเพียง 1.81 ล้านดอลลาร์ ไม่พอจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้แม้แต่น้อย