หน้าแรกเศรษฐกิจ การเงินเตือนภัย 'กรมขนส่งฯ' เรียกคืนกว่า 5 แสนคัน รถติดถุงลม 'ทาคาตะ' อันตรายถึงชีวิต

เตือนภัย ‘กรมขนส่งฯ’ เรียกคืนกว่า 5 แสนคัน รถติดถุงลม ‘ทาคาตะ’ อันตรายถึงชีวิต

เผยแพร่

spot_img

ถุงลมนิรภัยมีโอกาสระเบิดอย่างรุนแรงเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ทำให้เศษชิ้นส่วนโลหะพุ่งออกมาทำอันตรายผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารเสียชีวิตได้ 

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ ห่วงใยผู้ขับขี่รถยนต์หลังพบผู้เสียชีวิตจากเศษชิ้นส่วนโลหะพุ่งออกจากถุงลมนิรภัยยี่ห้อ ทาคาตะ (Takata) ที่เกิดการทำงานผิดปกติหลังรถชนขอบทางส่งผลให้ผู้ขับขี่เสียชีวิต โดยตามที่มีรายงานปัญหาการทำงานผิดปกติของถุงลมนิรภัย ยี่ห้อ ทาคาตะ (Takata) ที่ติดตั้งในรถยนต์หลายรุ่น

ขณะเดียวกันทำให้ถุงลมนิรภัยทำงานผิดพลาดและอาจเกิดการระเบิดอย่างรุนแรงส่งผลให้ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บสาหัสหรืออาจเสียชีวิตได้ตามที่ปรากฏตามข่าวทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ทั้งนี้กรมการขนส่งทางบก สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และบริษัทรถยนต์กว่า 14 ยี่ห้อ ได้ร่วมกันดำเนินโครงการเรียกคืนรถยนต์ (Recall) เข้ารับการตรวจสอบและแก้ไขถุงลมนิรภัยเพื่อป้องกันอันตรายร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้น โดยปัจจุบันยังคงมีรถยนต์อีกกว่า 5 แสนคัน ที่ยังไม่ได้นำรถเข้ารับการตรวจสอบและแก้ไขถุงลมนิรภัย

นายสรพงศ์ กล่าวต่อว่า  กรมการขนส่งทางบก จึงขอให้ประชาชนอย่าชะล่าใจ และเร่งตรวจสอบว่ารถของท่านเข้าข่ายต้องเข้ารับการตรวจสอบและแก้ไขถุงลมนิรภัยหรือไม่ ผ่าน 4 ช่องทางดังต่อไปนี้ 

1. ตรวจสอบด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์ คลิกที่นี่

2. ตรวจสอบข้อความท้ายใบเสร็จรับเงิน กรณีดำเนินการทางทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก โดยเมื่อเข้ารับบริการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศ 

หากระบบตรวจพบว่าเป็นรถที่เข้าข่าย เจ้าหน้าที่จะทำการแจ้งโดยทันทีพร้อมขอข้อมูลชื่อและเบอร์ติดต่อเจ้าของรถเพื่อนำไปประสานบริษัทรถยนต์ให้ติดต่อนัดหมายเข้ารับการตรวจสอบและแก้ไขถุงลมนิรภัยต่อไป

หรือในกรณีดำเนินการชำระภาษีรถประจำปีผ่านระบบออนไลน์ (DLT E-Service) ระบบจะขึ้นหน้าต่างแจ้งเตือนทันที 

3. ตรวจสอบข้อความที่ปรากฏบนรายงานผลการตรวจสภาพรถ เมื่อนำรถไปเข้ารับการตรวจสภาพที่สถานตรวจสภาพรถ (ตรอ.)

4. จดหมายแจ้งเตือนจากกรมการขนส่งทางบกและบริษัทรถยนต์ ที่จะส่งไปยังที่อยู่ของเจ้าของรถโดยตรง

 หากพบว่าเป็นรถที่เข้าข่าย ให้รีบติดต่อและนำรถเข้ารับการตรวจสอบและแก้ไขถุงลมนิรภัยที่ศูนย์บริการรถยนต์ใกล้บ้านท่านทั่วประเทศ ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

ด้วยความห่วงใยและใส่ใจถึงความปลอดภัยอย่างสูงสุดของประชาชนผู้ใช้รถทุกคน โปรดอย่าชะล่าใจ“เช็กให้ชัวร์ เปลี่ยนให้ไว ก่อนถุงลมนิรภัยยี่ห้อ ทาคาตะ จะทำร้ายคุณ

นอกจากนี้กรมการขนส่งทางบกอยู่ระหว่างการพิจารณายกระดับมาตรการกำกับดูแลด้านความปลอดภัย สำหรับรถยนต์ที่เข้าข่ายต้องเปลี่ยนถุงลมนิรภัยแต่ยังไม่ได้ดำเนินการแก้ไข

ข่าวล่าสุด

เรียกร้องรัฐบาลและรัฐสภาเร่งผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จากการมีส่วนร่วมของประชาชน

80 องค์กรประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ประชาชนไทยกา “เห็นชอบ” เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สร้างประชาธิปไตยสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ครึ่งวัน ทะลุ 21 ล้านแห่ชิงสิทธิ “60/40”  สะท้อนวิกฤตเงินตึงมือทั่วหน้า

ปรากฏการณ์ประชาชนแห่หลั่งไหลเข้าสู่ระบบจนยอดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” พุ่งทะลุเกินกว่า 21.5 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวันแรก

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...

คนแก่กับหมาแก่…ในวันที่โลกทั้งใบ “ดับสัญญาณ”

เมื่อโลกดับสัญญาณ… คนแก่คือไฟดวงสุดท้าย ชายชราคนหนึ่งถูกไล่ออกจากงาน หลังทำงานดูแลโรงเรียนมานาน 42 ปี เหตุผลสั้นๆคือ “ตอนนี้มีเครื่องอัตโนมัติแล้ว เราไม่มีงบจ่ายบำนาญ”

ข่าวอื่นๆ

บทเรียนจากศรีลังกา ท่าเรือที่ไม่มีเรือมาจอด

ท่าเรือ Hambantota แทบไม่มีเรือมาใช้บริการ ในปี 2016 ท่าเรือทำรายได้เพียง 11.81 ล้านดอลลาร์ แต่ค่าใช้จ่ายสูงถึง 10 ล้านดอลลาร์ กำไรเพียง 1.81 ล้านดอลลาร์ ไม่พอจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้แม้แต่น้อย

GDP เวียดนามแซงหน้าไทยไปแล้วประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

เศรษฐกิจของเวียดนามกำลังเข้าใกล้และได้แซงหน้าประเทศไทยไปประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์

บางครั้ง ชัยชนะที่แท้จริง อาจไม่ใช่การเอาชนะคู่แข่ง

ลองนึกภาพ... ถ้าวันหนึ่ง มีคนเอา "ความลับระดับบริษัท" ของ Coca-Cola ไปเสนอขายให้คู่แข่งตัวฉกาจอย่าง Pepsi ในราคา 1.5 ล้านดอลลาร์