วันพฤหัสบดี, เมษายน 16, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกเสียงอิสระประชาชนอธิบายคดีขายหุ้นชินคอร์ปอเรชั่นที่ศาลฎีกาสั่งทักษิณ ชินวัตรจ่าย 1.76หมื่นล้านบาท

อธิบายคดีขายหุ้นชินคอร์ปอเรชั่นที่ศาลฎีกาสั่งทักษิณ ชินวัตรจ่าย 1.76หมื่นล้านบาท

เผยแพร่

spot_img

1.เดิมกรมสรรพากรประเมินเรียกเก็บภาษีจากนายพานทองแท้ และนางสาวพิณทองทา บุตร-ธิดานายทักษิณ  17,600 ล้านบาทเศษ จากผลประโยชน์จากการขายหุ้นบริษัทชินคอร์ปอเรชั่นให้กองทุนเทมาเส็กของรัฐบาลสิงคโปร์  แต่บุคคลทั้งสองต่อสู้ว่าผู้ต้องเสียภาษีที่แท้จริงคือนายทักษิณ เพราะเป็นเจ้าของหุ้นและผลประโยชน์ที่แท้จริง   

2. ศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้วพิพากษาให้บุคคลทั้งสองชนะคดี กรมสรรพากรไม่อุทธรณ์  และไม่ยอมออกหมายเรียกและประเมินภาษีจากนายทักษิณ  ผู้ต้องเสียภาษีที่แท้จริง ทั้งที่ยังอยู่ในกำหนดเวลาที่สามารถออกหมายเรียกและประเมินภาษีได้

3.ต่อมาเดือนมีนาคม 2560 ซึ่งคดีจะครบอายุความ 10 ปี สำหรับการประเมินภาษีนายทักษิณ รัฐบาลพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา ได้แจ้งให้กรมสรรพากรประเมินภาษีนายทักษิณตามคำแนะนำของสตง.        

4.กรมสรรพากรจึงประเมินภาษี 17,600 ล้านบาทเศษนายทักษิณ 

5.นายทักษิณต่อสู้ว่ากรมสรรพากรไม่ได้ออกหมายเรียกตนก่อนประเมินภาษี จึงประเมินภาษีตนไม่ได้                                              6.กรมสรรพากรโต้แย้งว่ากรมสรรพากรออกหมายเรียกตรวจสอบภาษีนายพานทองแท้และนางสาวพิณทอง ตัวแทน ถือว่าออกหมายเรียกตรวจสอบภาษีนายทักษิณ ซึ่งเป็นตัวการแล้ว 

7.ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้นายทักษิณชนะคดี ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษายืน โดยให้เหตุผลว่าการออกเรียกตรวจสอบภาษีตัวแทนไม่ถือว่าออกหมายเรียกตรวจสอบภาษีตัวการด้วย 

8.กรมสรรพากรยื่นฎีกา 

9.ศาลฎีกาพิพากษากลับให้กรมสรรพากรชนะคดี นายทักษิณจึงต้องชำระภาษีให้กรมสรรพากร 17,600 ล้านบาทเศษ 

10.คำพิพากษาศาลฎีกาถูกต้องและเป็นธรรม เพราะผู้ต้องเสียภาษีที่แท้จริงคือนายทักษิณ บุตรทั้งสองเป็นเพียงตัวแทน และหลังจากศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้บุตรทั้งสองชนะคดีเนื่องจากไม่ใช่ผู้ต้องเสียภาษีที่แท้จริงแล้ว กรมสรรพากรควรออกหมายเรียกตรวจสอบและประเมินภาษีนายทักษิณซึ่งขณะนั้นยังอยู่ในกำหนดเวลา 5 ปีที่กรมสรรพากรมีอำนาจออกหมายเรียกได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 19 และ 20 แต่กรมสรรพากรก็เพิกเฉยไม่ดำเนินการ จนเดือนสุดท้ายที่คดีจะขาดอายุความ กรมสรรพากรจึงยอมประเมินภาษีตามที่รัฐบาลพลเอกประยุทธ แจ้งให้ดำเนินการตามคำแนะนำของ สตง. 

11.หากศาลฎีกาไม่พิพากษากลับให้นายทักษิณตัวการที่แท้จริงเสียภาษี ก็เท่ากับศาลฎีกายอมให้มีการเลี่ยงภาษี (Unacceptable /Abusive Tax Avoidance)โดยการใช้ตัวแทนหรือ Nominee และรัฐไม่ได้ภาษีจากการเพิกเฉยของเจ้าหน้าที่กรมสรรพากร

12.ศาลฎีกาจึงต้องอาศัยความถูกต้องและเป็นธรรมพิพากษากลับคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองให้นายทักษิณเสียภาษี                                        

13.ปัจจุบันป.ป.ช.กำลังสอบสวนเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรที่ละเว้นไม่ยอมออกหมายเรียกและประเมินภาษีนายทักษิณตั้งแต่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาว่าผู้ต้องเสียภาษีที่แท้จริงคือนายทักษิณ ไม่ใช่บุตรทั้งสองซึ่งเป็นเพียงตัวแทน

(ดูคำพิพากษา หน้า 53)

ข่าวล่าสุด

The Fate of Empires : ชะตากรรมของจักรวรรดิ

“The Fate of Empires (ชะตากรรมของจักรวรรดิ) อธิบาย จักรวรรดิสหรัฐอเมริกา กำลังอยู่ในระยะที่ 4 หรือ “ยุคเสื่อมทราม” (Age of Decadence) ตามทฤษฎีวัฏจักร ชะตากรรมของจักรวรรดิ

เปลี่ยนบรรยากาศการประชุมให้มีพลัง

เปลี่ยนบรรยากาศการประชุมให้มีพลัง พร้อมบริการระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชัน ในราคาที่ควบคุมงบประมาณได้จริง!

“ญาณพิจารณานามรูปโดยไตรลักษณ์”

สัมผัสความสงบท่ามกลางธรรมชาติ และรับฟังธรรมบรรยายโดยเมตตาจาก: พระครูบรรพตภาวนาวิธาน (เจ้าคณะตำบลเขาพระ เขต 2 และเจ้าอาวาสวัดเขาพระ)

ความตายที่ทรมานที่สุดในมหาสมุทร

ความจริงคือมันไม่ใช่เรื่องของ การกิน ครับ แต่มันคือเรื่องของ วิธีการ ที่โหดร้ายจนคุณอาจจะจินตนาการไม่ออกเลยว่า ในโลกที่เจริญแล้ว ยังมีวิธีการฆ่าสัตว์ที่เลือดเย็นขนาดนี้เหลืออยู่อีกเหรอ

ข่าวอื่นๆ

The Fate of Empires : ชะตากรรมของจักรวรรดิ

“The Fate of Empires (ชะตากรรมของจักรวรรดิ) อธิบาย จักรวรรดิสหรัฐอเมริกา กำลังอยู่ในระยะที่ 4 หรือ “ยุคเสื่อมทราม” (Age of Decadence) ตามทฤษฎีวัฏจักร ชะตากรรมของจักรวรรดิ

“คนที่สู้ชีวิตอยู่ในไทยมาทั้งชีวิต เสียภาษีทุกเดือน ได้เบี้ยเท่ากันกับคนที่เพิ่งกลับมา”

การมีส่วนร่วมกับระบบ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุไม่ได้ผุดขึ้นมาเอง มันมาจากภาษีของคนที่ทำงาน จ่าย VAT จ่ายภาษีเงินได้ และร่วมสร้างเศรษฐกิจไทยมาตลอด

‘เจฟฟรีย์ แซคส์’ ผู้ลั่นระฆังเตือนภัยสงครามโลกครั้งที่ 3

จากอดีตอัจฉริยะฮาร์วาร์ด เจ้าของฉายา ‘ร็อคสตาร์ทางเศรษฐศาสตร์’ ผู้ร่วมออกแบบวางรากฐานระบบทุนนิยมให้แก่โลกหลังสงครามเย็น สู่การเป็นนักวิพากษ์นโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ อย่างเผ็ดร้อนที่สุดในปัจจุบัน