หน้าแรกเศรษฐกิจ การเงินหงส์ไทย เรียกคืน-ทำลาย หลังอย. พบปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์

หงส์ไทย เรียกคืน-ทำลาย หลังอย. พบปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์

เผยแพร่

spot_img

อย. ตรวจพบเชื้อจุลินทรีย์เกินมาตรฐานในผลิตภัณฑ์ยาดมหงส์ไทย เฉพาะล็อตการผลิต 332 ที่ผลิตเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วบริษัทฯ กำลังดำเนินการเรียกคืนสินค้าล็อต 332 ทั้งหมด และได้นัดหมายกับ อย. เพื่อทำลายสินค้าดังกล่าว  

นายธีระพงศ์ ระบือธรรม ผู้ก่อตั้ง บริษัท สมุนไพรไทย หงส์ไทย จำกัด เปิดเผยข้อมูลกับ ‘ฐานเศรษฐกิจ’ ว่า หลังมีรายงานข่าวกรณีสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตรวจพบเชื้อจุลินทรีย์เกินมาตรฐานในผลิตภัณฑ์บางล็อตของบริษัท ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจำกัดเฉพาะ “ล็อต 332” ซึ่งผลิตเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว โดยล็อตอื่นๆ ของบริษัทไม่มีปัญหาและยังจำหน่ายได้ตามปกติ

ข่าวที่ขยายความไปถึงการหยุดผลิตหรือหยุดจำหน่ายทั้งบริษัท “ไม่ตรงข้อเท็จจริง” เพราะหน่วยงาน อย. ไม่ได้สั่งห้ามขายหรือผลิต แต่เป็นการระบุเฉพาะลอตที่ตรวจพบเท่านั้น

 โดยบริษัทได้รับแจ้งว่าเป็นกรณี “เชื้อจุลินทรีย์เกินมาตรฐาน” ทว่าจุดที่ยังไม่ชัดคือชนิดของเชื้อและนิยามทางเทคนิค เนื่องจากทาง อย. ยังไม่ได้แจงรายละเอียดเชิงลึก ว่าเชื้อดังกล่าวคืออะไร อันตรายมากน้อยเพียงใด หรือมีผลอย่างไรต่อผู้บริโภค 

  “ไม่ได้บ่งเพาะว่าเป็นเชื้อรา” ซึ่งในกระบวนการเดิมของบริษัท มีการเพาะเชื้อมาตรฐาน 3 ตัว ตั้งแต่ก่อนยื่นขอ อย. และที่ผ่านมา “ไม่เคยเจอความผิดปกติ” จึงต้องการเข้าพบ อย. เพื่อตีความคำว่า ‘จุลินทรีย์เกินมาตรฐาน’ ให้ชัดเจน

ขณะนี้บริษัทได้ดำเนินการเรียกเก็บคืนล็อต 332 แล้ว โดยยอมรับว่าเนื่องจากเป็นล็อตเก่าจากปีก่อนจึงรวบรวมคืนได้เพียงบางส่วน ทั้งนี้ได้ นัดกับ อย. เพื่อทำลายสินค้าในวันที่ 4 พ.ย. 2568 พร้อมกันนั้นบริษัทอยู่ระหว่างประสานให้ อย. ออกหนังสือชี้แจงเพิ่มเติม และเตรียมตั้งโต๊ะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการภายใน 2–3 วันหลังการหารือ เพื่ออธิบายข้อเท็จจริงและแนวทางแก้ไขต่อสาธารณชน

ในส่วนของข้อมูล ล็อต 332 บริษัทเปิดเผยว่าขณะนี้มี “ยอดฉลาก” สามารถตรวจสอบได้ แต่ยังไม่สามารถยืนยันจำนวนสุทธิของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดได้อย่างเป็นทางการ เพื่อป้องกันการสื่อสารคลาดเคลื่อน จึงจะขอสรุปข้อมูลให้ครบถ้วนก่อน แล้วจึงออกมาชี้แจงต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการภายหลัง 

สำหรับที่มาของการตรวจพบดังกล่าว น่าจะเกิดจากการ “สุ่มตรวจ” ของหน่วยงานกำกับไม่ได้เกิดจากปัญหาต่อเนื่องในสายการผลิต กระบวนการผลิตและมาตรการควบคุมคุณภาพของบริษัทในปัจจุบันนั้น “เข้มงวดและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง” มีการปรับปรุงขั้นตอนให้ได้มาตรฐานยิ่งขึ้นกว่าในอดีต

นายธีระพงศ์ ยืนยัน “รับผิดชอบ 100%” หากพิสูจน์ได้ว่าปัญหาเกิดจากสินค้าของบริษัท ไม่ผลัดวัน ไม่โยนความผิด เพราะในฐานะผู้ผลิต มีเจตนาผลิตสินค้ามาตรฐาน หากมีความผิดพลาดบริษัทต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อทุกคน

https://www.thansettakij.com/business/marketing/642589

ข่าวล่าสุด

หรือ…ตราชั่งชำรุดที่จุดเริ่มต้น ?  เมื่อศาลตัดสินจำคุกอดีต ประธาน ปปช.กับพวก

วานนี้ คำพิพากษาของศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลางที่สั่งจำคุกอดีตประธาน ปปช. และกรรมการ กรณีปกปิดข้อความเอกสารคดีนาฬิกาหรู แม้จะเป็นเพียงเสี้ยวแรกของกระบวนการยุติธรรมในชั้นศาลต้นที่ยังไม่ถึงที่สุด

ครบรอบ 120 ปี ชาตกาล พุทธทาสภิกขุ

วันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เป็นวาระอันประเสริฐและทรงความหมายยิ่งสำหรับพระพุทธศาสนาและสังคมโลก เนื่องในโอกาสครบรอบ 120 ปี วันชาตกาล ของ พระธรรมโกศาจารย์ หรือ พุทธทาสภิกขุ

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 1 พิพากษาสั่งลงโทษจำคุก ‘วัชรพล’ อดีตปธ.ป.ปช.-

 'สุภา' กรรมการฯ คนละ 3 ปี คดีปกปิดเอกสารสำนวนสอบนาฬิกาหรูบิ๊กป้อม ไม่เปิดเผยข้อมูลให้ 'วีระ สมความคิด'  ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำพิพากษาตัดสินคดีที่นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.)...

ศึกศรัทธา 2 ขั้ว “สายวัด“ VS   ”สายวัง”  คลื่นใต้น้ำวงการพระเครื่อง เดิมพันนับแสนล้าน

การเผชิญหน้าครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การโต้เถียงเรื่องความแท้-เก๊ในแผงพระทั่วไป หากแต่เป็นสงครามช่วงชิง “ความชอบธรรม” ในการกำหนดทิศทางมูลค่าทรัพย์สินที่ขับเคลื่อนด้วยแรงศรัทธา

ข่าวอื่นๆ

บทเรียนจากศรีลังกา ท่าเรือที่ไม่มีเรือมาจอด

ท่าเรือ Hambantota แทบไม่มีเรือมาใช้บริการ ในปี 2016 ท่าเรือทำรายได้เพียง 11.81 ล้านดอลลาร์ แต่ค่าใช้จ่ายสูงถึง 10 ล้านดอลลาร์ กำไรเพียง 1.81 ล้านดอลลาร์ ไม่พอจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้แม้แต่น้อย

GDP เวียดนามแซงหน้าไทยไปแล้วประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

เศรษฐกิจของเวียดนามกำลังเข้าใกล้และได้แซงหน้าประเทศไทยไปประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์

บางครั้ง ชัยชนะที่แท้จริง อาจไม่ใช่การเอาชนะคู่แข่ง

ลองนึกภาพ... ถ้าวันหนึ่ง มีคนเอา "ความลับระดับบริษัท" ของ Coca-Cola ไปเสนอขายให้คู่แข่งตัวฉกาจอย่าง Pepsi ในราคา 1.5 ล้านดอลลาร์