วันศุกร์, มีนาคม 13, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกเสียงอิสระประชาชนถกเขมรกับ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว

ถกเขมรกับ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว

เผยแพร่

spot_img

ในสายตาของผู้สันทัดกรณี รัฐมนตรีต่างประเทศสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว นับได้ว่าไม่เป็นสองรองใครในเรื่องของความช่ำชองเชี่ยวชาญและชั้นเชิงในการใช้ภาษาอังกฤษ

พูดได้ว่าเป็นผู้มีมนต์วาจาในภาษาการทูตซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ

การเป็นทูตมาหลายประเทศ เป็นปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศ เป็นประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (Human Rights-UNHRC) ก่อนจะมาเป็นรัฐมนตรี เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ยืนยันว่า ภาษาอังกฤษจะต้องดีแหงๆ แต่ที่ไม่ค่อยมีใครสังเกตมากนักคือ ภาษาแบบสีหศักด์ฯ นั้น ละเมียดละมุน ละม่อมละไม ซ่อนอารมณ์กวีไว้อย่างน่ารักน่าชัง และบางครั้งก็น่าหมั่นใส้

เป็นภาษาที่แม้ไม่ได้กรีดแบบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง แต่อาจจะพออุปมาอุปไมยได้ว่า เหมือนกำปั้นเหล็กในถุงมือกำมะหยี่ หนักแน่นเหมือนหมัดน็อก แต่นุ่มนวลดุจไยไหม อะไรประมาณนั้น

นี่อาจจะเป็นผลของการสั่งสมบ่มเพาะมายาวนานจากการเป็นมือวางอันดับหนึ่งในการเขียนสุนทรพจน์ เขียนคำกล่าว คำบรรยาย หรือถ้อยแถลง (ภาษาอังกฤษ) มาตั้งแต่เป็นซี 3 -ซี 4 จนเป็นซี 11 เขียนให้นายกรัฐมนตรีมาหลายต่อหลายคน เขียนให้รัฐมนตรีต่างประเทศมานักต่อนัก ทำให้สีหศักดิ์ฯ ไม่ใช่รัฐมนตรีแบบที่ขึ้นโพเดียมแล้วก้มหน้าก้มตาอ่านโพยที่เด็ก “ปั้น” มาให้ แต่อาจจะคิดเอง เขียนเอง หรือแก้เองจนร่างที่ระดับล่างชงขึ้นมานั้น อาจจะเหลือแค่ ‘is, am, are”

แน่นอนว่า การสื่อสารทางการทูตในยุค AI ความชัดเจนต้องมาก่อน ภาษาการทูตแบบคลุมเครืออย่างสร้างสรรค์แต่ไม่ฟันธง (Positive Ambiguity) นั้น ตกสมัยไปแล้ว ยุคนี้ต้องยิงตรงไม่ยิงเตือน จะพูดอะไรก็ต้องพูดอย่างมียุทธศาสตร์ที่ฝรั่งเรียกว่า Strategic Communication จะพูดอะไรมั่วๆ พูดเอามัน หวังแค่ปั่นกระแสและยอดวิว หรือพูดตามแต่อารมณ์โทสะโมหะจะพาไปนั้น ถ้าไม่ได้เป็นผู้นำประเทศอภิมหาอำนาจประเทศใดประเทศหนึ่งก็หาควรทำไม่

แต่การพูดของคนเป็นทูต เป็นรัฐมนตรี นั้น แน่นอนว่าต้องเอาเนื้อหาสาระเป็นที่ตั้ง แต่ถ้าพูดดีมีฝีปาก มีวาทศิลป์กินใจแต่พอเหมาะพอเจาะด้วยก็จะช่วยให้การสื่อสารมีพลัง มีอำนาจโน้มน้าวโน้มนำเอาชนะความคิดจิตใจได้

ตัวอย่างเช่นในถ้อยแถลงอันเป็นที่กล่าวขวัญอย่างกว้างขวางของสีหศักดิ์ฯ ในที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติครั้งที่ 80 ที่นิวยอร์กเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2568 โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับกัมพูชาที่ขอเรียกว่าเป็นท่อนประหาร ท่อนถกเขมร หรือ ถลกเขมร นั้น แม้พอสรุปได้ว่า เป็นการด่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างไม่ไว้หน้า แต่ถ้าอ่านดีๆ จะเห็นว่า เป็นการบริภาษอย่างไพเราะเพราะพริ้ง อาจจะดุดันเกินระดับมาตรฐานที่ผ่านมาของสีหศักดิ์ฯ แต่ก็ไม่ได้มีคำใดๆ ดุเดือดเกินพอดี เรียกได้ว่า ด่าอย่างแยบคายและไม่หยาบคาย เช่น สีหศักดิ์ฯ ไม่ได้พูดว่า กัมพูชานั้นโกหกพกลม หน้าไหว้หลังหลอก แต่บอกว่า

หรืออีกท่อนหนึ่งที่จะสื่อว่า กัมพูชานั้น ขยันแต่สร้างข่าวลือ กระพือแต่ข่าวเท็จ.. แต่เรียงร้อยถ้อยคำว่า

นอกจากนี้ ยังมีการเหน็บแนมแกมเทศนาแต่ดาเมจแรงพอๆ กับเอาหอกดาบทิ่มแทงใจคือที่บอกว่า

อีกประโยคเด็ดที่ตอบโต้กัมพูชาเรื่องบ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว สีหศักดิ์ฯ ยิงสวนว่า

ด้วยท่วงทำนองของภาษาเช่นนี้ และด้วย DNA ของการเป็นนักการทูตมากว่า 50 ปี ที่การทูตคือคำตอบสุดท้าย และสงครามคือความล้มเหลวของการทูต จึงเป็นไปไม่ได้ที่หวังจะให้สีหศักดิ์ฯ ตอบโต้ประเทศใดๆ ด้วยถ้อยภาษาวาจาปากตลาด แบบปะฉะดะให้เป็นที่สะใจสาแก่ใจของมิตรรักแฟนเพลง แต่พ่อแม่ผู้ปกครองที่หวังจะให้ลูกหลานเรียนรู้ภาษาอังกฤษที่ดีมีระดับที่โลกอารยะเขาใช้กันก็ขอแนะนำให้เรียนรู้จากรัฐมนตรีสีหศักดิ์ฯ เรียนได้ทุกที่ทุกเวลาจากสื่อทั่วไป เรียนฟรีไม่มีชาร์จ

สืบ นามศิริ

ข่าวล่าสุด

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับคำว่า “อาชญากรรมสงคราม”

ยืนยันสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นความจริงมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือ สหรัฐฯ เป็นผู้รับผิดชอบต่อการโจมตีด้วยขีปนาวุธโทมาฮอว์กที่ทำลายโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในอิหร่าน ในช่วงเริ่มต้นของสงครามอิหร่านที่กำลังดำเนินอยู่

คดีของ Jeffrey Epstein คืออะไรและเกี่ยวอะไรกับประธานาธิบดี Donald Trump หรือไม่?

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ (Department of Justice) ได้เผยแพร่เอกสารเพิ่มเติมมากกว่า 3 ล้านหน้าในวันนั้น เพื่อตอบสนองต่อกฎหมาย Epstein Files Transparency Act

จีนได้ปฏิเสธคำเชิญอย่างเป็นทางการจาก โดนัลด์ ทรัมป์

ในความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่  ปักกิ่งได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่าต้องการหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมการต่อสู,ต้องการมุ่งเน้นไปที่ความมั่นคงและการทูต การตอบสนองนี้แสดงให้เห็นถึงเจตนาของจีนในการหลีกเลี่ยงการถูกดึงเข้าไปในสงครามที่กว้างขึ้นในช่วงเวลาที่ความตึงเครียดทั่วโลกสูงอยู่แล้ว  เจ้าหน้าที่จีนได้เน้นย้ำว่าลำดับความสำคัญของพวกเขาคือการป้องกันการเพิ่มขึ้นของความตึงเครียดและการปกป้องเส้นทางการค้าและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ  พวกเขายังย้ำว่าการเลือกข้างในความขัดแย้งครั้งใหญ่จะไม่สนับสนุนความมั่นคงในระยะยาวในภูมิภาค ตำแหน่งนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นของจีนในการรักษาระยะห่างจากการมีส่วนร่วมทางทหารโดยตรงในขณะที่ยังคงมีอิทธิพลต่อกิจการระดับโลกผ่านการทูตและอำนาจทางเศรษฐกิจ  การปฏิเสธนี้เน้นให้เห็นว่าชาติใหญ่ในโลกกำลังเลือกบทบาทของตนอย่างระมัดระวังเมื่อความขัดแย้งขยายตัว การตัดสินใจของจีนส่งสัญญาณว่าต้องการหลีกเลี่ยงการแบ่งแยกที่ลึกซึ้งและแทนที่จะผลักดันให้เกิดการลดความตึงเครียด  ขณะที่สถานการณ์ยังคงพัฒนา ผู้นำระดับโลกกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่าท่าทีของจีนจะมีผลต่อความพยายามทางการทูตในอนาคตอย่างไร

ผลักดันกองเรืออเมริกัน AbrahamLincoln ออกห่างจากชายฝั่งของบาห์เรน

เราได้ผลักดันกองเรืออเมริกัน AbrahamLincoln ออกห่างจากชายฝั่งของบาห์เรนและโอมาน และทำให้มัน เสียหายบางส่วน เราได้ยิงเครื่องบินอเมริกัน 10 ลำใน คูเวต

ข่าวอื่นๆ

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับคำว่า “อาชญากรรมสงคราม”

ยืนยันสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นความจริงมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือ สหรัฐฯ เป็นผู้รับผิดชอบต่อการโจมตีด้วยขีปนาวุธโทมาฮอว์กที่ทำลายโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในอิหร่าน ในช่วงเริ่มต้นของสงครามอิหร่านที่กำลังดำเนินอยู่

คดีของ Jeffrey Epstein คืออะไรและเกี่ยวอะไรกับประธานาธิบดี Donald Trump หรือไม่?

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ (Department of Justice) ได้เผยแพร่เอกสารเพิ่มเติมมากกว่า 3 ล้านหน้าในวันนั้น เพื่อตอบสนองต่อกฎหมาย Epstein Files Transparency Act

จีนได้ปฏิเสธคำเชิญอย่างเป็นทางการจาก โดนัลด์ ทรัมป์

ในความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่  ปักกิ่งได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่าต้องการหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมการต่อสู,ต้องการมุ่งเน้นไปที่ความมั่นคงและการทูต การตอบสนองนี้แสดงให้เห็นถึงเจตนาของจีนในการหลีกเลี่ยงการถูกดึงเข้าไปในสงครามที่กว้างขึ้นในช่วงเวลาที่ความตึงเครียดทั่วโลกสูงอยู่แล้ว  เจ้าหน้าที่จีนได้เน้นย้ำว่าลำดับความสำคัญของพวกเขาคือการป้องกันการเพิ่มขึ้นของความตึงเครียดและการปกป้องเส้นทางการค้าและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ  พวกเขายังย้ำว่าการเลือกข้างในความขัดแย้งครั้งใหญ่จะไม่สนับสนุนความมั่นคงในระยะยาวในภูมิภาค ตำแหน่งนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นของจีนในการรักษาระยะห่างจากการมีส่วนร่วมทางทหารโดยตรงในขณะที่ยังคงมีอิทธิพลต่อกิจการระดับโลกผ่านการทูตและอำนาจทางเศรษฐกิจ  การปฏิเสธนี้เน้นให้เห็นว่าชาติใหญ่ในโลกกำลังเลือกบทบาทของตนอย่างระมัดระวังเมื่อความขัดแย้งขยายตัว การตัดสินใจของจีนส่งสัญญาณว่าต้องการหลีกเลี่ยงการแบ่งแยกที่ลึกซึ้งและแทนที่จะผลักดันให้เกิดการลดความตึงเครียด  ขณะที่สถานการณ์ยังคงพัฒนา ผู้นำระดับโลกกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่าท่าทีของจีนจะมีผลต่อความพยายามทางการทูตในอนาคตอย่างไร