เจ้าหญิงรูธ เคเอลีโกแลนี เกิดในปี 1826 ในฐานะผู้สืบเชื้อสายตรงจากราชวงศ์ฮาวาย ชั้นสูงสุดทั้งสองฝั่ง แต่ตั้งแต่วัยเด็ก เธอต้องเฝ้ามองโลกที่ตัวเองรู้จักค่อยๆเลือนหายไปต่อหน้าต่อตา
มิชชันนารีคริสเตียนเดินทางมาถึงฮาวาย พร้อมความเชื่อว่าพวกเขากำลังช่วย “ชำระ” ชาวฮาวายให้พ้นจากความป่าเถื่อน พวกเขาสั่งห้ามระบำฮูล่า บังคับให้แต่งกายแบบตะวันตก พูดภาษาอังกฤษ และต้องละทิ้งเทพเจ้าที่บรรพบุรุษเคารพบูชามานานนับพันปี
ในขณะที่เชื้อพระวงศ์คนอื่นๆ เริ่มเปลี่ยนไปนับถือคริสต์และใช้ชีวิตแบบตะวันตก “แต่เจ้าหญิงรูธกลับเลือกทางตรงกันข้าม” เธอรื้อฟื้นระบบ “คาปู” กฎระเบียบและจิตวิญญาณดั้งเดิม ที่เคยถูกสั่งยกเลิกไปก่อนเธอเกิดให้กลับมามีพลังอีกครั้ง
เธอทำพิธีกรรมที่ถูกสั่งห้ามอย่างเปิดเผย และไม่มีใครกล้าหยุดเธอได้ ด้วยสถานะและอำนาจในฐานะผู้ว่าราชการเกาะฮาวาย และเธอยังมีกฎเหล็กข้อหนึ่ง ที่ทำให้ชาวตะวันตกแทบคลั่ง รูธเข้าใจภาษาอังกฤษอย่างทะลุปรุโปร่ง อ่านออกเขียนได้ และเข้าใจเกมการเมืองซับซ้อน แต่เธอเลือกจะไม่ใช้มันเป็นภาษาที่เปล่งออกมา
หากนักธุรกิจหรือนักการทูตคนไหนต้องการเข้าพบ มีทางเลือกเดียว คือต้องพูดภาษาฮาวาย หรือไม่ก็ไปหาล่ามมา ในยุคที่เด็กฮาวายถูกลงโทษเพียงเพราะพูดภาษาของตัวเอง ภาพของสตรีผู้ทรงอิทธิพลนั่งอยู่ในบ้านหญ้าแบบดั้งเดิม และบังคับให้ผู้มาเยือนต้องหาล่าม คือการประกาศว่า ภาษานี้ยังมีศักดิ์ศรี
และแม้เธอจะมีบ้านหรูสไตล์ตะวันตก มีเงินมากพอจะใช้ชีวิตอย่างไรก็ได้ แต่รูธเลือกอาศัยอยู่ในบ้านหญ้าหลังเล็ก และใช้เป็น “ที่ว่าการ” จนแขกผู้มีอำนาจจากโลกตะวันตกต้องยอมถอดรองเท้า และก้าวเข้าสู่โลกของฮาวายดั้งเดิมเพื่อเจรจากับเธอ
ราวกับจะบอกว่า เธอซื้อโลกของพวกเขาได้ แต่เธอเลือกจะอยู่ในโลกของตัวเอง เมื่อเข้าสู่ทศวรรษ 1870 รูธกลายเป็นเจ้าของที่ดินเอกชนรายใหญ่ที่สุดในฮาวาย เธอครอบครองที่ดินราว 9 แสนไร่ คิดเป็นเกือบ 9% ของทั้งหมู่เกาะ เธอรู้ดีว่าอิทธิพลอเมริกันกำลังรัดแน่นขึ้น ราชวงศ์เริ่มอ่อนแรง และฮาวายอาจไม่เหลือสถานะประเทศเอกราชในอีกไม่กี่ชั่วอายุคน
เธอจึงตัดสินใจวางหมากตัวสุดท้ายที่สำคัญที่สุด ก่อนเสียชีวิตในปี 1883 รูธยกที่ดินและทรัพย์สินทั้งหมดให้แก่ลูกพี่ลูกน้อง เพื่อนำไปก่อตั้งโรงเรียนคาเมฮาเมฮา สถาบันที่สร้างขึ้นเพื่อเด็กชาวฮาวายโดยเฉพาะ เพราะเธอเชื่อมั่นว่า “ที่ดินคือตัวตน และการศึกษาคือการอยู่รอด”
รูธเสียชีวิตไปเพียงสิบปีก่อนที่ระบบกษัตริย์จะถูกโค่นล้ม เธอไม่ทันเห็นจุดจบของอาณาจักร แต่สิ่งที่เธอทิ้งไว้ยืนยาวกว่านั้น ปัจจุบัน คาเมฮาเมฮาเป็นหนึ่งในโรงเรียนที่มั่งคั่งที่สุดในสหรัฐฯ ดูแลนักเรียนชาวฮาวายนับพันคน ภาษาและวัฒนธรรมฮาวายยังคงเติบโตอยู่ที่นั่น
ทุกครั้งที่มีคนพูดภาษาฮาวายในที่สาธารณะ
หรือมีเด็กจบการศึกษาจากแผ่นดินที่เธอปกป้องไว้ นั่นคือผลลัพธ์จากการวางหมากที่เธอตัดสินใจทำ ก่อนจะจากโลกนี้ไป
Cr.เพจ สาระความรู้



