ข้อหาฉ้อโกง-ฟอกเงินกว่า 3 แสนล้านบาท
เดอะ สแตนดาร์ด สื่อของฮ่องกง รายงานเมื่อวันที่ 7 ม.ค.2569 ว่า นายวินเซนต์ เฉิน หรือ เฉิน จื้อ ผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Prince Group ของกัมพูชา ถูกส่งตัวไปยังประเทศจีนแล้ว หลังถูกจับกุมในกัมพูชา ท่ามกลางข้อกล่าวหาร้ายแรงเกี่ยวกับการฉ้อโกงขนาดใหญ่และการฟอกเงิน รวมถึงอาชญากรรมข้ามชาติอื่น ๆ ที่มีมูลค่าความเสียหายมากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ(ประมาณ 320,000 ล้านบาท)
ทั้งนี้ มหาเศรษฐีสัญชาติกัมพูชาเชื้อสายจีนรายนี้ถูกเชื่อว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังอาณาจักรการฉ้อโกงทางไซเบอร์ขนาดใหญ่
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา (DOJ) ได้ตั้งข้อหาว่า เฉินเป็นผู้วางแผนและควบคุมเครือข่ายศูนย์หลอกลวง (scam compounds) ในกัมพูชา ซึ่งมีรายงานว่าสร้างความเสียหายแก่เหยื่อทั่วโลกเป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ในรูปของสกุลเงินดิจิทัล โดยทางการสหรัฐฯ ได้ยึดบิตคอยน์ที่เชื่อมโยงกับเฉินคิดเป็นมูลค่าประมาณ 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 109,200 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง) ซึ่งถือเป็นการยึดสกุลเงินดิจิทัลครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
เฉิน จื้อ วัย 39 ปี เกิดที่มณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน เริ่มต้นอาชีพในบริษัทเกมออนไลน์ขนาดเล็ก ก่อนย้ายไปกัมพูชาหลังปี 2553 และเข้าสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เขาได้สละสัญชาติจีนและได้รับสัญชาติกัมพูชาในปี 2557
รายงานบางฉบับระบุว่า นิคมเทคโนโลยีในเมืองสีหนุวิลล์ที่บริหารโดย Prince Group แท้จริงแล้วเป็นสถานที่ปฏิบัติการหลอกหลวงออนไลน์ ที่ล้อมรอบไปด้วยกำแพงสูงและลวดหนาม โดยมีผู้คนนับพันถูกล่อลวงมาด้วยข้อเสนอการทำงานค่าตอบแทนสูงที่ไม่มีอยู่จริง และถูกบังคับให้มีส่วนร่วมในขบวนการหลอกลวงออนไลน์


เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ตำรวจฮ่องกงได้อายัดทรัพย์สินมูลค่าประมาณ 2,750 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง ของขบวนการฉ้อโกงทางการเงินและฟอกเงินข้ามชาติที่ต้องสงสัย โดยแหล่งข่าวระบุว่าเครือข่ายดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับนายเฉิน
ขณะเดียวกัน ทางการไต้หวันก็ได้อายัดทรัพย์สินของ Prince Group ภายใต้การนำของนายเฉิน มูลค่ากว่า 4,500 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ประมาณ 1,130 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง) ในเดือนเดียวกัน รวมถึงรถหรู 26 คัน เช่น โรลส์-รอยซ์ และเฟอร์รารี ที่ถูกยึดไว้ด้วย
ด้าน KiriPost สื่อกัมพูชาภาษาอังกฤษ รายงานโดยอ้างอิงจาก Cambodia – China Times ว่า เฉิน จื้อ ผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Prince Group ถูกจับกุมในประเทศกัมพูชา และถูกส่งตัวกลับไปยังประเทศจีนเพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบสวนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ด้านนายฉาย คิม เขวิน โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกัมพูชา ยังไม่ได้ตอบคำร้องขอของสำนักข่าว KiriPost เพื่อยืนยันข้อมูลและให้ความเห็นในกรณีดังกล่าว
ขณะที่นายเพ็ญ โบนา โฆษกรัฐบาลกัมพูชา ระบุว่า ยังไม่ทราบเรื่องการจับกุมดังกล่าว และได้แนะนำให้สอบถามไปยังกระทรวงมหาดไทย
รายงานของCambodia – China Times ระบุว่า ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวดังกล่าวได้รับข้อมูลว่า เฉิน จื้อ ผู้ก่อตั้งและประธาน Prince Group ถูกจับกุมในกัมพูชา และถูกส่งตัวกลับจีนเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการสอบสวน
การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่เฉิน จื้อ กำลังเผชิญข้อกล่าวหาอย่างกว้างขวางจากทางการสหรัฐอเมริกา โดยผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัทข้ามชาติซึ่งจดทะเบียนในกัมพูชารายนี้ ถูกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ตั้งข้อหา และถูกคว่ำบาตรโดยกระทรวงการคลังสหรัฐ รวมถึงกระทรวงการต่างประเทศ เครือจักรภพ และการพัฒนาของสหราชอาณาจักร จากข้อกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับศูนย์แรงงานบังคับ และอาชญากรรมทางการเงินขนาดใหญ่
Prince Group ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2558 เป็นอาณาจักรธุรกิจที่ครอบคลุมหลายภาคส่วน ทั้งอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจโรงแรม ธนาคาร และอีคอมเมิร์ซ
ทางการสหรัฐฯ ได้ขึ้นบัญชี Prince Group เป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยกล่าวหาว่ากลุ่มดังกล่าวดำเนินธุรกิจผ่านบริษัทในเครือหลายสิบแห่ง ในกว่า 30 ประเทศ และเติบโตจนกลายเป็นหนึ่งในเครือข่ายอาชญากรรมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย
นอกจากนี้ อัยการสหรัฐฯ ยังได้ยื่นคำร้องต่อศาลให้ยึดทรัพย์ทางแพ่ง (civil forfeiture) บิตคอยน์จำนวน 127,271 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับรายได้จากการฉ้อโกงและการฟอกเงิน
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุว่า คดีนี้ถือเป็นการยึดทรัพย์ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของหน่วยงาน
ส่งกลับจีนอย่างรวดเร็วและเป็นความลับ
ขณะที่เว็บไซต์ Asia Financial รายงานว่า การส่งตัวมหาเศรษฐีผู้ฉาวโฉ่รายนี้กลับประเทศอย่างรวดเร็วและเป็นความลับ อาจไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจนัก เมื่อพิจารณาว่า เฉินมีความสัมพันธ์และทำธุรกรรมอย่างกว้างขวางกับผู้นำระดับสูงของรัฐบาลกัมพูชา อีกทั้งทางการจีนเองก็อาจต้องการจะรับประกันว่าเขาจะไม่ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของสหรัฐอเมริกาหรือประเทศตะวันตกโดยตรง
เฉิน จื้อ ถูกสงสัยว่ามีความเชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองจีน ทั้งในกัมพูชาและในหลายพื้นที่ทั่วโลก รวมถึงกรุงลอนดอน ซึ่งมีรายงานว่าเขาได้ซื้ออสังหาริมทรัพย์จำนวนมาก รวมถึงหลายยูนิตที่ตั้งอยู่ใกล้กับสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างยิ่ง
กระทรวงการคลังสหรัฐ และรัฐบาลอังกฤษ ได้ดำเนินการปิดกิจการ Prince Group เมื่อกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
นอกจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ (DoJ) ได้ยึดทรัพย์ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เป็นบิตคอยน์มูลค่าประมาณ 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว ยังมีการยึดทรัพย์สินในสหราชอาณาจักรมูลค่า 172 ล้านดอลลาร์สหรัฐอีกด้วย
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ระบุว่า คำฟ้องที่ถูกเปิดผนึกในศาลรัฐบาลกลางนิวยอร์ก ได้กล่าวหาเฉิน จื้อ นักธุรกิจสัญชาติจีน–กัมพูชา มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงทางการสื่อสาร (wire fraud) การฟอกเงิน และการสั่งการให้กลุ่มบริษัทดำเนินการ “ศูนย์หลอกลวงที่บังคับใช้แรงงาน” ทั่วกัมพูชา
คำฟ้องยังระบุว่า บุคคลที่ถูกกักขังโดยไม่สมัครใจในศูนย์ดังกล่าว ถูกบังคับให้เข้าร่วมขบวนการหลอกลงทุนสกุลเงินดิจิทัล หรือที่รู้จักกันในชื่อ “แก๊งเชือดหมู (pig butchering scams)” ซึ่งสร้างความเสียหายแก่เหยื่อในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลกเป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์
โดนอายัดทรัพย์สินทั่วโลก
การที่กระทรวงการคลังสหรัฐและทางการอังกฤษคว่ำบาตร Prince Group และประกาศให้เป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ได้จุดชนวนให้เกิดการยึดอายัดทรัพย์สินในหลายประเทศทั่วเอเชียและภูมิภาคอื่นของโลก
ภายในระยะเวลาเพียง 5 สัปดาห์ หลังจากเฉินถูกเปิดโปงและหายตัวไป ทางการในฮ่องกง สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน และประเทศไทย ได้อายัดทรัพย์สินรวมกันไม่น้อยกว่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งต้องสงสัยว่าเป็นของเฉินหรือ Prince Group
เหตุการณ์นี้ยังนำไปสู่คำถามว่า เหตุใดหน่วยงานการเงินในสหรัฐ อังกฤษ สิงคโปร์ ไต้หวัน และไทย จึงใช้เวลานานมากกว่าจะเปิดโปงกลุ่มธุรกิจที่ปัจจุบันถูกอธิบายว่าเป็นหนึ่งในองค์กรอาชญากรรมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดย Radio Free Asia ได้รายงานความเคลื่อนไหวและตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับกิจกรรมผิดกฎหมายของกลุ่มนี้มาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2567 แล้ว
เฉิน จื้อ ถูกกล่าวหาว่าสร้างอาณาจักรธุรกิจมูลค่าราว 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จากการฉ้อโกงออนไลน์ เช่น การหลอกลวงเชิงความรัก(romance scam) โดยใช้แรงงานทาสที่ถูกหลอกมาทำงานในศูนย์หลอกลวงที่โหดร้ายทารุณในกัมพูชา
คำฟ้องของสหรัฐยังระบุด้วยว่า เฉินเคยโอ้อวดว่า ขบวนการ “เชือดหมู” ของเขาสามารถสร้างรายได้ถึงวันละ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ขนาดธุรกิจมหาศาลที่กลุ่มบริษัท Prince Group ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องนั้น ครอบคลุมตั้งแต่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง 2 แห่ง ไปจนถึงสำนักงานบริหารทรัพย์สินของครอบครัวในสิงคโปร์ อาคารสำนักงาน และอสังหาริมทรัพย์หรูมากมายในเมืองต่างๆ เช่น ลอนดอน ไทเป และโตเกียว รวมถึงห้างสรรพสินค้า ธนาคาร กาสิโน โรงแรม ร้านอาหาร เครื่องบินส่วนตัว และเรือยอชต์ ในประเทศห่างไกลอย่างปาเลาและวานูอาตู ได้ก่อให้เกิดคำถามว่า เฉินได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ของจีนหรือไม่
รายงานข่าวในไต้หวันอ้างว่า สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติไต้หวัน ระบุว่า Prince Group มีความเชื่อมโยงกับกิจกรรมของ “แนวร่วมเอกภาพ (United Front)” ของจีนในกัมพูชา และช่วยจัดหาเงินช่วยเหลือมากกว่าครึ่งหนึ่งของเงิน 260 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้แก่กัมพูชาในปี 2561 นักสืบชาวไต้หวันรายงานว่าพบความเชื่อมโยงกับแก๊งมาเฟียรายใหญ่ และพบว่าผู้บริหารระดับสูงของ Prince Group ควบคุมหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท 23 แห่ง
สำนักข่าว TFA ภาษาเขมร สื่อในเครือ Radio Free Asia รายงานว่า นายเฉิน จื้อ อาชญากรผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัทปรินซ์กรุ๊ปและที่ปรึกษาของฮุน เซนและฮุน มาเนต พร้อมด้วยอีก 2 คนคือ นายสวี จีเหลียง และนายเส้า จีฮุย ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 และถูกส่งตัวไปยังประเทศจีน
TFA ระบุว่า กระทรวงมหาดไทยกัมพูชา ออกแถลงการณ์ในคืนวันที่ 7 มกราคม ว่าการจับกุมดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้กรอบความร่วมมือในการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติและตามคำขอของทางการจีน
TFA ให้ข้อมูลว่า ในเดือนตุลาคม 2568 ศาลรัฐบาลกลางของสหรัฐฯ ได้ยื่นฟ้องเพื่อยึดทรัพย์สินมูลค่า 15 พันล้านดอลลาร์จากกลุ่มบริษัทปรินซ์กรุ๊ปของเฉิน จื้อ อาชญากรชาวจีน-กัมพูชา รัฐบาลอังกฤษได้กำหนดมาตรการคว่ำบาตรและอายัดทรัพย์สินของบริษัทมูลค่าประมาณ 176 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่สิงคโปร์และฮ่องกงก็ดำเนินการในลักษณะเดียวกัน นายเฉิน จื้อ ถือสัญชาติกัมพูชาและดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนด และประธานวุฒิสภาฮุน เซน
หลังจากที่สหรัฐอเมริกาประกาศอายัดทรัพย์สินและจับกุมนายเฉิน จื้อ รัฐบาลกัมพูชายังคงเงียบงัน และมีข้อสงสัยว่านายเฉิน จื้อ อาจหลบซ่อนตัวอยู่ในกัมพูชาภายใต้การคุ้มครองของตระกูลฮุน เนื่องจากเป็นที่รู้กันว่าอาชญากรรายนี้ได้มอบเงินจำนวนมากให้แก่ตระกูลฮุนเพื่อใช้ในการเสริมสร้างอำนาจและใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย
(ที่มา https://mgronline.com/onlinesection/detail/9690000001883)



