หน้าแรกข่าว Short Newsจากวาสนา นาน่วม ถึง ‘น้องนักข่าว’

จากวาสนา นาน่วม ถึง ‘น้องนักข่าว’

เผยแพร่

spot_img

วาสนา นาน่วม นักหนังสือพิมพ์อาวุโส เมื่อ ๙ กันยายน ๒๕๖๙ โพสต์ข้อความในบัญชี @Wassana Nanuam เรื่อง ‘คำขอโทษจากน้องนักข่าว’ ดังนี้ 

“กรณี ‘เพจวาสนา’ ถูกเอ่ยชื่อพาดพิงว่าอยู่ในแผนที่จะประชาสัมพันธ์ของนักข่าวคนหนึ่งนั้น ขอยืนยันว่าน้องนักข่าวคนนี้ยังไม่เคยพูดคุยในเรื่องนี้กับ ‘วาสนา’ แต่อย่างใด แต่พอเกิดเรื่อง น้องนักข่าวคนดังกล่าว ได้โทรมาขอโทษที่วางแผนประชาสัมพันธ์เช่นนั้น โดยที่ยังไม่ได้สอบถาม ‘วาสนา’ 

“น้องนักข่าวชี้แจงว่า เป็นเพียงแผนที่จะนำเสนอเจ้าของธุรกิจที่น้องนักข่าวร่วมทำอยู่ด้วย ในเพจข่าวยอดนิยม ในสื่อหลัก และอินฟลูเอนเซอร์ (ที่น้องรู้จักก็มี ‘วาสนา’ คนเดียว) ถ้าเขาตกลง ก็จะจึงถาม ‘เพจวาสนา’ ว่าจะลงข่าวได้หรือไม่ 

“น้องนักข่าวยืนยันว่า ไม่เกี่ยวกับพรรคการเมืองใด แต่ไลน์นั้น ส่งผิดห้อง เข้าไปในพรรคการเมืองหนึ่ง แต่เป็นการวางแผนประชาสัมพันธ์ของธุรกิจที่ตนเองเข้าไปร่วมทำอยู่เท่านั้น ซึ่งถ้าเป็นธุรกิจส่วนตัวเช่นที่น้องนักข่าวชี้แจงจริง โดยความสัมพันธ์ส่วนตัวที่รู้จักกันมานาน ก็คงจะช่วยลงข่าวให้โดยไม่ต้องจ่ายเงินอยู่แล้ว เพราะเวลาใครฝากข่าว ‘วาสนา’ ก็มักจะบอกว่า ไว้เลี้ยงข้าว เลี้ยงน้ำปั่น พี่แล้วกัน บางทีก็มาเป็นขนมของกิน ที่เราสะดวกใจกว่าที่จะคิดค่าโฆษณา เพราะถ้าคิดตามเรตอินฟลูเอนเซอร์ที่เป็นสากล ก็คงจะหลายบาท ไม่น่าใช่สองพันบาท และเมื่อดูจากเรตที่ระบุในไลน์ คือสองพันบาทแล้ว ก็ไม่น่าจะลงข่าวหรือโฆษณาในสื่อออนไลน์ได้ ที่มีชื่อระบุได้ อาจเป็นเพราะน้องนักข่าวไม่รู้เรตโฆษณาสื่อออนไลน์หรือไม่ 

“นอกจากนี้ ‘เพจวาสนา’ เป็นเพจข่าวส่วนตัว ไม่ใช่ของสำนักข่าวใด หากจะมีการรับโฆษณาต่าง ๆ สามารถทำได้ เพราะถ้าจะยึดตามเรตของอินฟลูเอ็นเซอร์ทั่วไป ก็น่าจะสูงกว่าที่ระบุ .. แต่ที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีใครมาโฆษณาลงเพจเลย มีแต่ ‘ข่าวฝาก’ หรือ ‘ข่าวแจก’ เท่านั้น บางพรรคก็มีน้องที่สนิท ๆ กันมานาน ฝากข่าว อันไหนลงให้ได้ ก็ลงให้ แต่ต้องตามกรอบคอนเซ็ปท์ของเพจ บางครั้งก็เป็นแค่บอกว่าไว้เลี้ยงกาแฟ หรือ เลี้ยงข้าวพี่แล้วกัน ไม่มีการจ่ายค่าโฆษณาใด ๆ แต่ส่วนใหญ่จะไม่ได้ลงให้ เพราะไม่เกี่ยวกับทหารหรือความมั่นคง จนน้องหลายคน ‘งอน’ พี่เล็กไปก็มี เพราะในอดีต เคยมีน้องบางคนฝากข่าว พอ ‘วาสนา’ ลงข่าวให้ แล้วนำไปเบิกก็เคยเจอ เมื่อ ‘วาสนา’ รู้ ก็ตำหนิไปแล้วว่าอย่าทำอีก แล้วก็ไม่ลงข่าวให้อีกเลย

“ส่วนการลงข่าวพรรคการเมือง ‘เพจวาสนา’ จะลงเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับประเด็นทหาร ความมั่นคง ชายแดน หรือสีสันทางการเมือง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะแต่ละพรรคจะมีไลน์กลุ่มกับสื่อ จะส่งมาในกลุ่มไลน์ มากมายหลายพรรค ‘วาสนา’ ก็จะมาสแกนอ่าน แล้วเลือกที่น่าสนใจเท่านั้นลงเพจ ซึ่งปกติพรรคต่าง ๆ จะไม่ได้มีค่าใช้จ่าย ถือเป็นข่าวแจกทั่วไป อีกทั้งในช่วงนี้ แต่ละพรรคต่างก็มีนโยบายหาเสียงที่เกี่ยวข้องกับเรื่องชายแดนเขมร และเรื่องทหาร ‘วาสนา’ จึงจับประเด็นมาลงข่าวในเพจบ้างในบางเรื่อง แต่ไม่ได้เป็นการลงโฆษณาใด ๆ

“ดังนั้น กรณีนี้ ‘วาสนา’ จึงไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย แต่อาจเพราะเห็นว่า ไลน์ที่แชร์กันนี้ มีชื่อ ‘เพจวาสนา’  รวมอยู่ด้วย จึงเหมือนเป็นเหยื่อ มาให้ด่าสบาย ๆ ซึ่งการแชร์ข้อความในลักษณะนี้ โดยมีชื่อบุคคลปรากฏอยู่ด้วย จึงถือว่าทำให้เกิดความเข้าใจผิด – ‘เพจวาสนา’ ใช้ในการสร้างแหล่งข่าวมากกว่า เพราะการฝากข่าว มาลงข่าวให้ เมื่อถึงเวลา ‘วาสนา’ เช็คข่าวหรือถามอะไร ก็จะได้ข้อมูล หรือบ่อยครั้ง มีข่าวอะไร แหล่งข่าวก็จะบอกก่อน  ทั้งนี้ ขอย้ำว่า ‘เพจวาสนา’ เป็นเพจส่วนบุคคล ไม่ใช่สื่อสำนักใด การทำเพจ สามารถรับโฆษณา หรือเป็นธุรกิจแบบหนึ่ง แบบที่เพจต่าง ๆ ก็หารายได้ได้ แต่ที่ผ่านมา ‘เพจวาสนา’ ยังไม่เคยมีการซื้อโฆษณาใด ๆ มีแต่ ‘ข่าวฝาก’ เช่นที่กล่าวมาข้างต้น – ด้วยความเคารพ และขอบคุณทุกท่านที่อ่านค่ะ”

.

กรณี ‘น้องนักข่าว’ ที่วาสนา นาน่วม กล่าวถึง มีประเด็นจริยธรรมวิชาชีพหรือไม่

ในช่วงเศรษฐกิจที่แต่ละอาชีพต้องเข้มงวดการใช้จ่ายให้สมดุลกับรายรับ โดยเฉพาะอาชีพสื่อมวลชนที่ผลตอบแทนไม่ได้เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนของเงินเฟ้อในแต่ละปีเท่าใดนัก จำเป็นต้องมีรายได้เสริมจากประสบการณ์งานข่าว มาใช้สร้างเนื้อหาผ่านสื่อออนไลน์ โดยมีรายได้จากยอดผู้รับสารที่ผู้ให้บริการแพลทฟอร์ม เช่น YouTube แบ่งเปอร์เซ็นต์จากโฆษณาตามสัดส่วนของจำนวนผู้เข้าชม ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับต้นสังกัดว่าจะเปิดโอกาสให้ทำได้มากน้อยแค่ไหนในการนำข่าวที่ทำให้ต้นสังกัดมาผลิตซ้ำ – กรณีนี้ ไม่ถือว่า ‘ประโยชน์ทับซ้อน’ (conflict of interest) หากต้นสังกัดเห็นชอบ หรือไม่เกี่ยวข้องกับงานข่าว เป็นการสร้างเนื้อหาทั่วไป โดยอาศัยประสบการณ์จากการสืบค้นข้อมูล การสัมภาษณ์แหล่งข่าว การเขียน การตัดต่อ และการนำเสนอ มาสร้างรายได้โดยไม่ส่งผลกระทบกับงานประจำ อันควรส่งเสริม

แต่กรณีที่วาสนา นาน่วม กล่าวถึง หากเป็นการรับจ้างผลิตและเผยแพร่ข่าวสาร (Public Relations Agency) ผ่านสื่อมวลชน ไม่ว่าสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโทรทัศน์ หรือสำนักข่าวออนไลน์ รวมทั้งสื่อในสังกัดของตน ถือว่า ‘ประโยชน์ทับซ้อน’ เพราะการนำข่าวที่รับจ้างผลิตและเผยแพร่ เนื้อหาย่อมเป็นไปตามความต้องการที่เป็นคุณแก่ผู้ว่าจ้าง แต่สิ่งที่สูญเสียไป คือหน้าที่ในการสื่อข่าวอย่างมืออาชีพ โดยเฉพาะข่าวนั้น อาจไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริง – จริยธรรมวิชาชีพจึงระบุให้ละเว้นการรับอามิสสินจ้างอันมีค่าหรือผลประโยชน์ใด ๆ เพื่อให้กระทำการหรือไม่กระทำการใด อันจะขัดต่อการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้องรอบด้าน

คณะกรรมการจริยธรรมวิชาชีพ 

สมาคมวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย 

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

๙ มกราคม ๒๕๖๙

ข่าวล่าสุด

ร้าน “ขายยา” จะถึงฉากอวสาน…หรือไม่ ?   20,000 กว่าร้านยังอยู่ -แต่กำไรถูกบีบ ทุนใหญ่กำลังเปลี่ยนเกม

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเคยประเมินยอดขายธุรกิจร้านขายยาในปี 2567 ประมาณ 43,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน

เรื่องสั้น  “ตามล่า..มาเฟีย” |  “ชัยทัศน์”

เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสัตว์ร้ายที่กำลังซุ่มเงียบในป่าคอนกรีตที่เต็มไปด้วยกิเลส ภารกิจขุดรากถอนโคนแก๊งยาเสพติดข้ามชาติที่ชื่อว่า "โทนี่" ลากยาวมาหลายเดือน ข้อมูลเดียวที่เขามีคือมันร่อนเร่ไปตามแหล่งบันเทิง และมี "นกต่อ" เป็นสาวสวยคอยกรองลูกค้าชั้นดี มันคือ “มาเฟีย..” ที่เขาต้องขจัดให้ได้

อนุทินเดินสาย ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์   สร้างความเชื่อมั่นนอกบ้าน  แต่อย่าทิ้ง..ต้องปัดกวาดบ้าน !

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 17 สิงหาคม 2569 องคาพยพการทูต “อนุทิน” ข้ามสมุทรแปซิฟิก   รื้อฟื้นสะพานเชื่อมมหาอำนาจกลาง สู่เกมสมดุลพลิกเกมคานอำนาจโลก                            ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจโลกที่ทวีความตึงเครียด รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เดินเกมรุกทางการทูตครั้งประวัติศาสตร์ด้วยกำหนดการเยือนเครือรัฐออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ...

“ปิด-ล้าง-เลี่ยง-หยุด” 4 เกราะ..สู้ไข้หวัดใหญ่ 2.47 แสนราย

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึง 27 กรกฎาคม 2569 พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สะสม 247,215 ราย เสียชีวิต 25 ราย ขณะที่โควิด-19 พบผู้ป่วย 36,246 ราย เสียชีวิต 5 ราย

ข่าวอื่นๆ

ประเทศไทย ในรอบสัปดาห์( 13-20 มิ.ย.)

​* สถานการณ์ในประเทศ - ​เหตุผนังอุโมงค์รถไฟดอยหลวงถล่ม: เกิดเหตุสะเทือนขวัญเมื่อผนังอุโมงค์ดอยหลวง (โครงการรถไฟทางคู่สายเหนือ) เกิดพังถล่มลงมาทับคนงาน ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้แสดงความเสียใจและเร่งเข้าช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมตรวจสอบหาสาเหตุโครงสร้างถล่มอย่างเร่งด่วน - ​เฝ้าระวังตึกทรุดใกล้วัดไตรมิตรฯ: เจ้าหน้าที่ทำการสั่งปิดกั้นพื้นที่ 5 คูหา...

สถานการณ์ทางการเมือง ของ ไทย ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา 6-13 มิ.ย. 69 

​ ความเคลื่อนไหวระดับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความมั่นคง ​เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และดรามาในโลกออนไลน์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทย-จีน-กัมพูชา หลังจากมีกระแสข่าวกรณีที่ทางการจีนส่งมอบยุทโธปกรณ์ (อาวุธและรถถัง) ให้แก่ประเทศกัมพูชา ซึ่งทำให้เกิดคำถามในหมู่ประชาชนถึงความขัดแย้งเชิงพื้นที่และดุลยภาพทางทหารในภูมิภาค ​เรื่องนี้ทำให้ฝ่ายความมั่นคงและอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูง เช่น นายนันทิวัฒน์ สามารถ (อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ) ออกมาแสดงทัศนะเตือนสติว่าไทยต้องเน้นการ "ยืนบนขาตัวเอง" และสร้างความมั่นคงภายใน โดยไม่พึ่งพิงหรือคาดหวังจากมหาอำนาจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจนเกินไป ​ขณะเดียวกัน...

สรุปข่าวทั่วไปวันที่ 17 เมษายน 2569

รายงานค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) สูงสุดรายวันในพื้นที่กรุงเทพฯ พบว่า วันนี้ (17 เม.ย. 69) ค่าดัชนีความร้อนสูงสุด อยู่ในระดับ “อันตราย”