วันพฤหัสบดี, เมษายน 16, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกเทคโนโลยี-นวัตกรรมจีนเปิดตัวเรือดำน้ำจิ๋ว SDV-01 ชูจุดเด่นวิธีคอมมานโดปฏิบัติการลับ

จีนเปิดตัวเรือดำน้ำจิ๋ว SDV-01 ชูจุดเด่นวิธีคอมมานโดปฏิบัติการลับ

เผยแพร่

spot_img

จารกรรมใต้น้ำรุกตลาดตะวันออกกลาง

Asia Times รายงานว่า การปรากฏตัวอย่างเงียบๆ ของยานคอมมานโดใต้น้ำรุ่นใหม่ของจีนในซาอุดีอาระเบีย สะท้อนให้เห็นการเชื่อมโยงระหว่างยุทธศาสตร์ปฏิบัติการพิเศษกับการรุกขยายตลาดอาวุธสู่ต่างประเทศของปักกิ่งอย่างชัดเจน

 การเผยโฉมยานพาหนะใต้น้ำสำหรับหน่วยรบพิเศษของจีนในซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia) อย่างไม่เป็นทางการ กำลังกลายเป็นจุดสนใจที่สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลปักกิ่งกำลังเชื่อมโยงหลักนิยมสงครามปฏิบัติการพิเศษเข้ากับการผลักดันการขายอาวุธทั่วโลก

 ในเดือนนี้ มีรายงานว่ารัฐวิสาหกิจต่อเรือของจีน (CSSC) ได้เผยโฉมยานรบใต้น้ำที่เป็นความลับอย่างยิ่ง ณ งานแสดงอาวุธในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นการเน้นย้ำถึงความพยายามในการทำตลาดระบบนาวีขั้นสูงให้แก่กลุ่มผู้ซื้อในตะวันออกกลาง

  ยานรุ่นดังกล่าวมีรหัสเรียกขานว่า SDV-01 เป็นยานขนส่งนักประดาน้ำแบบ “ผิวน้ำสู่ใต้น้ำ” (Swimmer Delivery Vehicle) ที่ออกแบบมาเพื่อขนส่งหน่วยรบกบ (Frogmen) หลายนายเพื่อปฏิบัติภารกิจ เช่น การดำน้ำจู่โจม การทำลายล้างใต้น้ำ และการลาดตระเวนหาข่าว

  การปรากฏตัวครั้งนี้ถือเป็นการเปิดตัวสู่สาธารณะที่หาได้ยากยิ่งสำหรับแพลตฟอร์มที่รายละเอียดการปฏิบัติงานยังคงเป็นความลับ โดยก่อนหน้านี้มีการยืนยันผ่านสื่อโทรทัศน์ของรัฐบาลจีนเพียงสั้นๆ ในปี 2018 ที่แสดงให้เห็นยานลักษณะเดียวกันถูกปล่อยจากเรือดำน้ำหรือเรือผิวน้ำ

  รายงานระบุว่าขีดความสามารถนี้เชื่อมโยงกับหลักนิยมปฏิบัติการพิเศษของจีนที่กำลังพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในประเด็นไต้หวัน (Taiwan) และทะเลจีนใต้ (South China Sea) แม้จะยังไม่ชัดเจนว่ากองทัพเรือจีน (PLAN) ใช้งานรุ่นใดอยู่และรุ่นที่นำมาจัดแสดงนั้นพร้อมปฏิบัติการจริงหรือไม่

  นอกจาก SDV-01 แล้ว CSSC ยังได้นำเสนอโมเดลเรือสะเทินน้ำสะเทินบกและเรือดำน้ำรุ่นส่งออกอื่นๆ เพื่อนำเสนอพอร์ตโฟลิโอการส่งออกทางเรือที่เป็น “ระบบ” มากขึ้น

  ข้อมูลทางเทคนิคของ SDV-01 จากรายงานสื่อความมั่นคงระบุว่า เป็นยานใต้น้ำแบบเปียก (Wet submersible) ที่สามารถบรรทุกหน่วยรบกบได้สูงสุด 8 นายพร้อมอุปกรณ์ ภายในห้องโดยสารที่มีฝาเปิดแยกส่วนอิสระ และมีระบบสำรองอากาศอย่างน้อย 8 ชั่วโมง ตัวยานมีความยาว 8.9 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5 เมตร ระวางขับน้ำไม่เกิน 4.5 ตัน ทำความเร็วใต้น้ำได้สูงสุด 10 นอต ปฏิบัติการที่ความลึกปกติ 10 เมตร และลงลึกได้สูงสุด 40 เมตร โดยใช้ระบบนำทางผ่านดาวเทียม (BeiDou), ระบบนำทางด้วยแรงเฉื่อย (Inertial) และดอปเพลอร์ (Doppler) พร้อมระบบสื่อสารอะคูสติก

  ในระดับยุทธวิธี SDV-01 ทำหน้าที่เป็นปัจจัยสำคัญในการปฏิบัติการทางทะเลที่เป็นความลับ ประโยชน์ของมันอยู่ที่การเคลื่อนที่ภายใต้การเฝ้าตรวจทางผิวน้ำ ช่วยให้ทีมปฏิบัติการพิเศษสามารถเข้าประชิด แทรกซึม หรือถอนตัวได้โดยลดการตรวจจับจากสายตรวจและเซ็นเซอร์

   ตรรกะนี้สอดคล้องกับการวิเคราะห์ของตะวันตกที่มองว่า กองกำลังปฏิบัติการพิเศษของจีน (SOF) รวมถึงนักประดาน้ำ มีหน้าที่เตรียมการก่อนการบุกยึดไต้หวัน โดยการแทรกซึมล่วงหน้าเพื่อลาดตระเวน ชี้เป้า ทำลายสิ่งกีดขวาง และทำวินาศกรรมเป้าหมายสำคัญ เช่น ท่าเรือ สถานีเรดาร์ และกองบัญชาการ

   นอกจากไต้หวันแล้ว หลักนิยมนี้ยังขยายไปถึงการยึดครองพื้นที่ขนาดเล็กอย่างรวดเร็ว (Micro-occupation) ในพื้นที่พิพาทกับฟิลิปปินส์ (Philippines) ในทะเลจีนใต้ รวมถึงความกังวลของญี่ปุ่น (Japan) ต่อหมู่เกาะเซนกากุ (Senkaku) ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าจีนอาจไม่ใช้การบุกแบบยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ แต่จะใช้หน่วยรบพิเศษหรือกองกำลังอาสาสมัครทางทะเลแทรกซึมเข้าไปเพื่อสร้างสภาวะ “ความจริงที่ไม่อาจแก้ไขได้” (Fait accompli) ก่อนที่ฝ่ายตรงข้ามจะทันตั้งตัว

  ในบริบทนี้ การปรากฏตัวของ SDV-01 ในซาอุดีอาระเบียจึงดูเหมือนไม่ใช่แค่การเสนอขายผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่ม แต่เป็นการ “ส่งออกรูปแบบสงคราม” ที่เน้นการแทรกซึมที่ล่องหน การปรากฏตัวที่ปฏิเสธได้ และการสร้างข้อเท็จจริงในสนามรบอย่างรวดเร็ว

  ความมั่นคงทางทะเลในอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ที่เปราะบาง ทำให้รัฐอ่าวอาหรับอาจพิจารณาใช้เครื่องมือสำหรับปฏิบัติการพิเศษชายฝั่งเพื่อปกป้องเส้นทางเดินเรือสำคัญ นอกจากนี้ยังเข้าทางยุทธศาสตร์ของจีนที่ใช้การขายอาวุธเพื่อขยายอิทธิพลทางการเมือง และทำให้ระบบของจีนกลายเป็นมาตรฐานในกองทัพต่างชาติ โดยเฉพาะในรัฐที่เผชิญกับเงื่อนไขที่เข้มงวดในการเข้าถึงอาวุธจากตะวันตก

   หากจีนจริงจังกับการทำให้แพลตฟอร์มอย่าง SDV-01 เป็นสินค้าส่งออกหลัก นั่นหมายความว่าจีนกำลังส่งออกสไตล์สงครามที่ตั้งอยู่บนความคลุมเครือ และการปฏิเสธความรับผิดชอบ มากกว่าการทำสงครามแบบดั้งเดิม ซึ่งจะทำให้คู่แข่งทั้งในเอเชียและตะวันออกกลางต้องเร่งยกระดับการป้องกันเพื่อรับมือกับการรุกคืบที่เงียบเชียบและเพิ่มขึ้นทีละน้อยเช่นนี้

IMCT NEWS 14-02-2026

ที่มา https://asiatimes.com/2026/02/chinas-sdv-sub-exporting-gray-zone-warfare-to-the-gulf

ข่าวล่าสุด

ความตายที่ทรมานที่สุดในมหาสมุทร

ความจริงคือมันไม่ใช่เรื่องของ การกิน ครับ แต่มันคือเรื่องของ วิธีการ ที่โหดร้ายจนคุณอาจจะจินตนาการไม่ออกเลยว่า ในโลกที่เจริญแล้ว ยังมีวิธีการฆ่าสัตว์ที่เลือดเย็นขนาดนี้เหลืออยู่อีกเหรอ

“ฟรีวีซ่า 93 ประเทศ ดันเศรษฐกิจไทยฟื้น แต่ความเสี่ยงอาชญากรรมข้ามชาติท้าทายระบบคัดกรอง”

“สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime ) และ INTERPOL เริ่มสะท้อนแนวโน้มที่ต้องจับตา โดยระบุว่าเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะกลุ่มหลอกลวงออนไลน์และอาชญากรรมไซเบอร์ มีการปรับรูปแบบและเคลื่อนย้ายฐานปฏิบัติการไปยังประเทศที่มีมาตรการเข้าเมืองผ่อนคลายมากขึ้น

เจเร็ด คุชเนอร์:คนที่ทำให้ตะวันออกกลางน่ากลัวขึ้นในคืนนี้

The Guardian รายงานว่า Kushner กำลังช่วยเจรจาดีลในตะวันออกกลาง ขณะเดียวกันก็เดินหน้าหาเงินเพิ่มอย่างน้อย 5,000 ล้านดอลลาร์ให้กองทุน Affinity Partners ของตัวเอง

“คนที่สู้ชีวิตอยู่ในไทยมาทั้งชีวิต เสียภาษีทุกเดือน ได้เบี้ยเท่ากันกับคนที่เพิ่งกลับมา”

การมีส่วนร่วมกับระบบ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุไม่ได้ผุดขึ้นมาเอง มันมาจากภาษีของคนที่ทำงาน จ่าย VAT จ่ายภาษีเงินได้ และร่วมสร้างเศรษฐกิจไทยมาตลอด

ข่าวอื่นๆ

รถพลังงานไฮโดรเจน: รถในอนาคตอันใกล้

Toyota Crown FCEV จะเปิดตัวรุ่นขุมพลัง FCEV หรือ Hydrogen Fuel-Cell วิ่งไกล 820 กม. เติมเต็มถังใน 3 นาทีราคาเริ่มต้นที่ 8.3 ล้านเยน หรือประมาณ 1,970,719 บาท

จีนสร้าง “ประภาคารในอวกาศ” เครือข่ายดาวเทียมระบบนำทางด้วยแสง ป้องกันการรบกวนสัญญาณ GPS 100%

คณะนักวิจัยชาวจีนประกาศความสำเร็จในการสร้างเครือข่ายดาวเทียม 11 ดวง เพื่อพัฒนาระบบนำทางด้วยแสง (Optical Navigation) ที่มีความแม่นยำสูงและป้องกันการรบกวนสัญญาณ (Jam-resistant) โดยออกแบบมาเพื่อให้บริการในพื้นที่ที่สัญญาณ GPS เข้าไม่ถึง หรือถูกรบกวนด้วยสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ครอบคลุมการใช้งานตั้งแต่โดรน รถยนต์ไร้คนขับ ไปจนถึงภารกิจสำรวจอวกาศ

อาวุธในอนาคต จะเล็กลง จนแทบมองไม่เห็น

อาวุธในอนาคต จะเล็กลง จนแทบมองไม่เห็น ฆ่ามนุษย์ทีละ 1 คนที่เป็นตัวการก่อสงคราม ก็พอแล้ว ยุติสงครามได้แล้ว