วันเสาร์, มีนาคม 7, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกเทคโนโลยี-นวัตกรรมคำเตือนจากอนาคต  AI - Superintelligence  ระดับเหนือมนุษย์ มาถึงแล้ว

คำเตือนจากอนาคต  AI – Superintelligence  ระดับเหนือมนุษย์ มาถึงแล้ว

เผยแพร่

spot_img

‘กำลังครองโลกวิทยาศาสตร์’   พร้อมเปลี่ยนโลกและกุมชะตาอนาคต

Asia Times รายงานว่า ท่ามกลางการถกเถียงระดับโลกเกี่ยวกับระยะเวลาการอุบัติขึ้นของปัญญาประดิษฐ์ระดับเหนือมนุษย์ (Artificial Superintelligence) รายงานล่าสุดชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงที่น่าตกใจว่า เทคโนโลยีดังกล่าวได้มาถึงแล้วและกำลังหยั่งรากลึกในวงการวิทยาศาสตร์อย่างไม่อาจย้อนกลับได้ แม้ความสามารถของ AI ในปัจจุบันจะถูกมองว่ามีความเก่งกาจแบบ “ไม่สม่ำเสมอ” (Jagged Intelligence) แต่ในมิติของการประมวลผล การจดจำรูปแบบ และการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ระดับสูง AI ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดสูงสุดของมนุษย์ไปเรียบร้อยแล้ว

ย้อนกลับไปในอดีต มนุษย์เคยจำกัดความ “ความฉลาด” ไว้ที่การคำนวณและความจำ แต่เมื่อคอมพิวเตอร์ทำสิ่งเหล่านั้นได้ดีกว่าเรานับล้านเท่า เรากลับเรียกมันว่าเป็นเพียงเครื่องมือที่ทำงานได้เฉพาะทาง อย่างไรก็ตาม ในทศวรรษ 2020 ระบบคอมพิวเตอร์ได้พัฒนาจนสามารถทำงานทางปัญญาที่เคยเป็นเอกสิทธิ์ของมนุษย์ได้เกือบทั้งหมด ตั้งแต่การทำความเข้าใจภาษาธรรมชาติ การพิสูจน์ทฤษฎีทางคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ ไปจนถึงการเขียนซอฟต์แวร์ 

สิ่งเหล่านี้คือผลลัพธ์จากการผสมผสานระหว่างการวิเคราะห์สถิติขั้นสูงและพลังการประมวลผลที่มหาศาล

นายนวอา พินเนียน (Noah Smith หรือ Noahpinion) นักวิเคราะห์ด้านเศรษฐศาสตร์และเทคโนโลยี ระบุว่า AI ในปัจจุบันมีความสามารถระดับ “ซูเปอร์ฮิวแมน” (Superhuman) ในหลายมิติ เช่น การอ่านวรรณกรรมทางวิทยาศาสตร์ทั้งหมดและสรุปสาระสำคัญได้ในเวลาไม่กี่นาที หรือการเป็นผู้เชี่ยวชาญในทุกสาขาวิชาพร้อมกันโดยไม่ต้องหยุดพัก ซึ่งเป็นสิ่งที่แม้แต่มนุษย์ที่ฉลาดที่สุดในโลกอย่าง นายเทอเรนซ์ เต๋า (Terence Tao) นักคณิตศาสตร์ระดับโลก ยังยอมรับในศักยภาพของ AI โดยเฉพาะในการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนอย่าง “โจทย์ของแอร์ดิช” (Erdős Problems) ซึ่ง AI สามารถพิสูจน์โจทย์ที่ค้างคามานานได้โดยอาศัยการประมวลผลแบบปูพรมที่มนุษย์ไม่สามารถทำได้

ความสำเร็จที่เด่นชัดที่สุดเกิดขึ้นในห้องปฏิบัติการทางชีวภาพ เมื่อบริษัทกูเกิล (Google) ร่วมกับ กิงโกะ (Ginkgo) เชื่อมต่อ GPT-5 เข้ากับห้องแล็บอัตโนมัติ ส่งผลให้สามารถลดต้นทุนการผลิตโปรตีนลงได้ถึง 40% และที่สำคัญกว่านั้นคือ “การบีบอัดเวลา” โดยระบบสามารถทดสอบการผสมผสานสารต่างๆ ได้ถึง 6,000 รูปแบบต่อการวนรอบหนึ่งครั้ง ซึ่งหากใช้แรงงานมนุษย์อาจต้องใช้เวลานานถึง 150 ปี แต่ AI ทำเสร็จสิ้นได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ สิ่งนี้กำลังนำไปสู่ยุคทองของการค้นพบยาใหม่ๆ วัสดุศาสตร์ และชีววิทยาสังเคราะห์อย่างไรก็ตาม ความทรงปัญญาที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดก็นำมาซึ่งความเสี่ยงระดับการดำรงอยู่  ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหาก AI ได้รับอำนาจในการตัดสินใจอย่างอิสระ ร่วมกับการเข้าถึงหุ่นยนต์ขั้นสูงและการผลิตอัตโนมัติแบบครบวงจร มันอาจมีความสามารถในการควบคุมทรัพยากรของโลกและกำหนดชะตากรรมของสิ่งมีชีวิตบนโลกได้ในอนาคตอันใกล้

ในบทสรุป แม้ว่าผลงานวิจัยที่ถูกผลิตโดย AI ในปัจจุบันอาจจะมีปัญหาเรื่องคุณภาพที่ต่ำหรือข้อมูลขยะ (Slop) ปะปนอยู่บ้าง แต่นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า AI ได้ทำลายกำแพงแห่งความรู้ที่มนุษย์เคยติดหล่มมานานหลายทศวรรษลงแล้ว และโลกกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่การค้นพบสิ่งใหม่จะเกิดขึ้นในอัตราเร่งที่มนุษย์ไม่เคยคาดคิดมาก่อน เพียงแต่ต้องแลกมาด้วยคำถามสำคัญที่ว่า มนุษย์จะยังคงสามารถรักษาอำนาจในการควบคุมสติปัญญาที่สร้างขึ้นเองนี้ไว้ได้หรือไม่

IMCT NEWS 05-03-2026

ที่มา https://asiatimes.com/2026/03/superintelligence-is-already-here-and-now/

ข่าวล่าสุด

วิกฤต“น่านฟ้า” เหนือ “น่านน้ำ”

ความผันผวนในตะวันออกกลาง สั่นคลอนอุตสาหกรรมการบินโลก การท่องเที่ยวไทยเฝ้าระวังผลกระทบ หลังการปิดน่านฟ้าฉุดดึงค่าโดยสารพุ่งสูงและบีบให้เส้นทางบินสู่ยุโรปต้องปรับทิศทางขนานใหญ่                             ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของเส้นทางบินสากล  การประกาศปิดน่านฟ้าในจุดยุทธศาสตร์สำคัญกลายเป็นโจทย์วิกฤตที่บีบให้สายการบินพาณิชย์จำต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางบินอ้อมทวีป ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานเชื้อเพลิงและระยะเวลาเดินทางเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้                            สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงสร้างความล่าช้าสะสม แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยพบรายงานตัวเลขผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและภูเก็ตลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา                          วิกฤตการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้โครงข่ายการบินเชื่อมต่อระหว่างเอเชียและยุโรปเผชิญกับสภาวะ "คอขวด" ทางอากาศ โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย...

SHORT NEWS 2569-03-05

คณะกรรมการการเลือกตั้งรับรองผลเลือกตั้งเกือบครบทั้ง 500 ที่นั่ง เปิดทางให้สภาผู้แทนราษฎรประชุมครั้งแรกภายใน 15 วัน

ดีเซลโลกพุ่ง 150 ดอลลาร์/บาร์เรล กองทุนน้ำมันแบกวันละ 450 ล้าน พยุงได้อีก 15 วัน

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลตลาดโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นรุนแรง ล่าสุด ทะยานขึ้นอีกกว่า 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มาอยู่ในกรอบ 140-150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

สถานทูตฯกรุงริยาด เตือนคนไทยในเลบานอน พิจารณาอพยพด่วน หลังสงครามขยายวงกว้าง

ระดับความตึงเครียดได้เพิ่มสูงขึ้นในสาธารณรัฐเลบานอนจากการดำเนินการทางการทหารของรัฐอิสราเอลในสาธารณรัฐเลบานอน โดยเฉพาะในบริเวณภาคใต้ของกรุงเบรุต รวมถึงย่านดาฮิเยห์ (Dahieh)

ข่าวอื่นๆ

7 ทักษะที่ลูกเราต้องมีในยุค AI

ทุกวันผมทำงานกับ AI ผมเห็นว่า AI ทำอะไรได้บ้าง เขียนบทความได้ สร้างภาพได้ แปลภาษาได้ วิเคราะห์ข้อมูลได้ เขียนโค้ดได้ วางแผนธุรกิจได้ แล้วผมก็ถามตัวเองทุกวันว่า "แล้วลูกเราต้องเรียนอะไร ถ้า AI มันทำได้หมดเลย?"

จีนกำลังพัฒนาระบบฝึกยิงปืนด้วยหุ่นยนต์อัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI ขั้นสูง

เพื่อสร้างการจำลองการต่อสู้ที่ปลอดภัยและสมจริงยิ่งขึ้น หุ่นยนต์อัจฉริยะและเป้าหมายเคลื่อนที่เหล่านี้จะวิเคราะห์ความแม่นยำ เวลาตอบสนอง และการตัดสินใจแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ทหารฝึกฝนได้เร็วขึ้นโดยไม่ต้องเสี่ยงชีวิต  แต่สิ่งนี้ก็ก่อให้เกิดคำถามสำคัญเช่นกัน… AI ควรมีบทบาทในสงครามมากแค่ไหน? ค้นพบอนาคตของเทคโนโลยีทางการทหารและการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และหุ่นยนต์ได้ในวิดีโอนี้! https://youtube.com/shorts/z5I8HDkrKbI?si=_NFE_FitZIIR4Ogj

เด็กอัจฉริยะจาก North London

เขาคือ Demis Hassabis — CEO ของ Google DeepMind เด็กอัจฉริยะจาก North London Demis Hassabis เกิดวันที่ 27 กรกฎาคม 1976 ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ พ่อเป็นชาวกรีก-ไซปรัส แม่เป็นชาวจีน-สิงคโปร์ โตมาใน North London