หวังบีบพันธมิตรเปิดโต๊ะเจรจา
SCMP รายงานว่า สก็อต เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯเปิดเผยว่า แผนการของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ในการเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าจากร้อยละ 10 เป็นร้อยละ 15 มีแนวโน้มที่จะเริ่มบังคับใช้ภายในสัปดาห์นี้
“มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งของสัปดาห์นี้” สก็อต เบสเซนต์ กล่าวเมื่อวันพุธที่ 4 มีนาคมผ่านมาผ่านสถานีโทรทัศน์ CNBC เพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับกรอบเวลาการเพิ่มอัตราภาษีดังกล่าว คำแถลงของเขานับเป็นสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดจนถึงขณะนี้ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะดำเนินตามคำมั่นสัญญาที่ประธานาธิบดีเคยให้ไว้
เมื่อเดือนที่ผ่านมา ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศจัดเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลกในอัตราร้อยละ 10 หลังจากที่ศาลฎีกา ตัดสินให้มาตรการทางภาษีก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่เป็นโมฆะ ก่อนที่จะประกาศข่มขู่ในเวลาต่อมาว่าจะปรับเพิ่มอัตราภาษีเป็นร้อยละ 15 อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้ยอมให้มาตรการร้อยละ 10 มีผลบังคับใช้ไปก่อนโดยยังไม่มีการปรับขึ้นในทันที
สัปดาห์ที่ผ่านมา เจมีสัน เกรียร์ (Jamieson Greer) ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ได้ส่งสัญญาณว่าอัตราภาษีที่สูงขึ้นนี้อาจจะไม่ถูกบังคับใช้อย่างครอบคลุมกับทุกประเทศ ขณะที่แหล่งข่าวผู้ใกล้ชิดระบุว่า สหภาพยุโรปคาดการณ์ว่าจะไม่ถูกจัดเก็บภาษีในอัตราร้อยละ 15 นี้ เนื่องจากมีกรอบข้อตกลงทางการค้ากับวอชิงตันอยู่แล้ว
สก็อต เบสเซนต์ ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าอัตราภาษีใหม่จะใช้กับคู่ค้าประเทศใดบ้าง แต่เขาตั้งข้อสังเกตว่าอำนาจในการจัดเก็บภาษีใหม่นี้อนุญาตให้คงอยู่ได้เพียง 150 วัน หากไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา ในช่วงเวลาดังกล่าว เจ้าหน้าที่รัฐบาลจะใช้อำนาจทางกฎหมายอื่นๆ เพื่อฟื้นฟูระบบภาษีที่เคยประกาศใช้ก่อนที่จะมีคำตัดสินของศาลฎีกา โดยเขาเชื่อมั่นว่าอัตราภาษีจะกลับไปสู่ระดับเดิมภายใน 5 เดือน และย้ำว่าภาษีตามมาตรา 301 (Section 301) และมาตรา 232 (Section 232) มีความแข็งแกร่งกว่า แม้จะขับเคลื่อนได้ช้ากว่าภาษีที่ประกาศภายใต้กฎหมายฉุกเฉินซึ่งถูกตัดสินให้เป็นโมฆะไป
ภายหลังคำแถลงของรัฐมนตรีคลัง ดัชนีหุ้นฟิวเจอร์สของสหรัฐฯ ได้ลบช่วงบวกที่ทำไว้ก่อนหน้า แม้ว่าดัชนี S&P 500 จะขยับขึ้นหลังตลาดนิวยอร์กเปิดทำการก็ตาม
นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยังได้ลดระดับความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงในตลาดน้ำมันจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล ต่ออิหร่านโดยระบุว่าอุปทานในตลาดโลกยังคงเพียงพอ และรัฐบาลของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จะดำเนินมาตรการสนับสนุนภาคส่วนนี้ โดยขอให้ทุกคนมองข้าม “เสียงรบกวน” และพิจารณาความพร้อมของตลาดน้ำมันดิบซึ่งมีน้ำมันสำรองหลายร้อยล้านบาร์เรลอยู่ในทะเลนอกเขตอ่าวอาหรับ
เขายังชี้ไปที่แผนการที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะเสนอมาตรการประกันภัยให้แก่เรือขนส่งน้ำมันตามความเหมาะสม และกองทัพเรือสหรัฐฯ จะให้การคุ้มกันในการเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อย่างปลอดภัย
สก็อต เบสเซนต์ เน้นย้ำถึงจุดเปราะบางของประเทศจีน ต่อการตัดขาดการขนส่งน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย โดยระบุว่าพลังงานมากกว่าร้อยละ 50 ของจีนมาจากภูมิภาคดังกล่าว และก่อนหน้านี้จีนซื้อน้ำมันดิบจากอิหร่านถึงร้อยละ 95 ซึ่งปัจจุบันกิจกรรมดังกล่าวต้องหยุดชะงักลง
เมื่อถูกถามถึงความเห็นของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์เมื่อวันอังคารที่เสนอให้มีการคว่ำบาตรทางการค้า กับประเทศสเปน และถามว่ารัฐมนตรีคลังจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้หรือไม่ สก็อต เบสเซนต์ ตอบเพียงว่า “มันจะเป็นความพยายามร่วมกัน” แต่ไม่ได้ให้ความเห็นเฉพาะเจาะจงว่ามาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวจะถูกนำมาบังคับใช้จริงหรือไม่
—
IMCT NEWS 06-03-2026



