ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างอิสราเอล อเมริกา และอิหร่าน เรื่องของ “อาเทเฟห์” (Atefah Rajabi Sahaaleh) เด็กสาวชาวอิหร่านวัย 16 ปี ที่ถูกประหารชีวิตเมื่อ 21 ปีก่อน ได้ถูกหยิบขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง
และนี่คือเรื่องราวชีวิตของเธอค่ะ
—————
◾️ วัยเด็กที่เต็มไปด้วยความสูญเสีย
◾️ ใต้เงาตำรวจศีลธรรม
◾️ เหยื่อที่ถูกลงทัณฑ์
◾️ ผู้พิพากษากับกฎหมายของเขา
◾️ คำอ้อนวอนสุดท้าย…ที่ไม่เป็นผล
◾️ การปลอมตัวของนักข่าว
—————
🔴 วัยเด็กที่เต็มไปด้วยความสูญเสีย
1- อาเทเฟห์เกิดเมื่อวันที่ 21 กันยายน 1987 เธอเกิดและเติบโตในเมืองเล็ก ๆ ชื่อ “เนกา” (Neka) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอิหร่าน
2- เดิมทีครอบครัวของเธอมีฐานะดี แต่ชีวิตพลิกผันเมื่อแม่ถูกรถชนตายตอนอาเทเฟห์อายุ 5 ขวบ และเพียง 6 เดือนต่อมาพี่ชายของเธอก็จมน้ำเสียชีวิตไปอีกคน ส่วนพ่อกลายเป็นคนติดยา
3- อาเทเฟห์ต้องไปอยู่กับปู่ย่าซึ่งอายุมากแล้ว ทั้งคู่ไม่ใส่ใจเธอนักและมองว่าเธอเป็นเด็กดื้อรั้น อาเทเฟห์กลายเป็นคนที่ต้องดูแลปู่ย่า ทำงานบ้าน และเรียนหนังสือไปด้วย
4- อาเทเฟห์เติบโตขึ้นเป็นเด็กสาวหน้าตาสะสวย เฉลียวฉลาด มีความคิดเป็นของตัวเอง และไม่ยอมจำนนต่อกฎเกณฑ์ เธอมีความฝันเหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไปที่อยากแต่งตัวสวย ได้เต้นรำ ไปเที่ยวสนุกกับเพื่อน
แต่ประเทศที่เธออยู่ไม่มีพื้นที่สำหรับความฝันแบบนั้น
—————
🔴 ใต้เงาตำรวจศีลธรรม
5- ที่อิหร่านมี “ตำรวจศีลธรรม” คอยตรวจตราประชาชนให้ปฏิบัติตามหลักศาสนาอย่างเคร่งครัด แต่สิ่งที่พวกเขาคอยจับตาเป็นพิเศษก็คือการแต่งกายและพฤติกรรมของผู้หญิง เคยมีผู้หญิงถูกจับไปทุบตีและขังคุกเพียงเพราะคลุมฮิญาบไม่เรียบร้อย
6- ที่เมืองเนกาก็มีตำรวจศีลธรรมเช่นกัน และการที่อาเทเฟห์ชอบไปไหนมาไหนคนเดียว บางครั้งก็กระโดดโลดเต้น แล้วยังคบเพื่อนต่างเพศ ทำให้เธอถูกตำรวจศีลธรรมเพ่งเล็งอย่างมาก
7- อาเทเฟห์ถูกตำรวจศีลธรรมจับกุมครั้งแรกตอนอายุ 13 ปี เพราะอยู่ในรถกับเด็กผู้ชายสองต่อสอง เธอถูกตั้งข้อหา “อาชญากรรมต่อความบริสุทธิ์” ซึ่งจัดเป็นความผิดทางเพศ อาเทเฟห์ถูกลงโทษด้วยการเฆี่ยน 100 ครั้ง และจำคุกเป็นเวลาสั้น ๆ
8- หลังจากนั้นอาเทเฟห์ถูกจับอีก 2 ครั้งตอนอายุ 14 ปี เพราะแอบไปเที่ยวงานปาร์ตี้ เธอถูกตั้งข้อหาเดิมและโดนเฆี่ยนรอบละ 100 ครั้ง พร้อมจำคุก
9- ระหว่างอยู่ในคุกเธอถูกผู้คุมหลายคนผลัดกันข่มขืน เธอเจ็บปวดจนต้องคลาน 4 ขา เด็กสาวเล่าเรื่องนี้ให้ย่ากับป้าฟัง แต่เสียงของเธอไปไม่ถึงทางการ
—————
🔴 เหยื่อที่ถูกลงทัณฑ์
10- ตอนอาเทเฟห์อายุ 13 ปี ผู้ชายคนหนึ่งเข้าหาเธอและใช้กำลังขืนใจ เขาชื่อ “อาลี ดาราบี” (Ali Darabi) อายุ 51 ปี เขาแก่กว่าพ่อของเธอเสียอีก อาลีเป็นอดีตทหารที่ผันตัวมาขับแท็กซี่ เขาแต่งงานแล้วและมีลูกหลายคน
11- เขาข่มขู่เธอไม่ให้บอกใครและไม่ให้แจ้งความ และพยายามปิดปากเธอด้วยการซื้อเสื้อผ้า อาหาร และขนมให้ เขาข่มขืนอาเทเฟห์อยู่นานเกือบ 3 ปี โดยคนในครอบครัวไม่ล่วงรู้หรือผิดสังเกต
12- พฤษภาคม 2004 อาเทเฟห์ในวัย 16 ปี ถูกตำรวจศีลธรรมบุกจับถึงบ้านขณะกำลังทำอาหารให้ปู่กับย่าอยู่ในครัว พวกเขาลากตัวเธอไปราวกับอาชญากร ไม่ให้โอกาสเธอได้ปิดเตาด้วยซ้ำ
13- ตำรวจศีลธรรมอ้างว่ามีชาวบ้านหลายคนร้องเรียนว่าเธอทำตัวเสื่อมทรามทางศีลธรรม ค้าประเวณี มีเพศสัมพันธ์โดยไม่แต่งงาน กลายเป็นตัวอย่างเลว ๆ ให้กับเด็กหญิงคนอื่น ๆ ในชุมชนทำตาม
14- อาเทเฟห์ถูกโยนเข้าคุก เธอถูกทุบตีให้รับสารภาพว่าเคยหลับนอนกับผู้ชายคนไหนมาบ้าง นั่นเป็นครั้งแรกที่อาเทเฟห์ปริปากพูดเรื่องถูกอาลีข่มขืน
15- อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนคงคิดว่าอาลีต้องโดนข้อหาล่วงละเมิดผู้เยาว์ติดคุกหัวโตแน่ ๆ แต่ที่ไหนได้…คนผิดกลายเป็นอาเทเฟห์ เธอถูกกล่าวหาว่าไปยั่วยวนเขาก่อน และการที่เธอไม่แจ้งความตลอด 2 ปีกว่าก็แสดงว่าเธอเต็มใจ
—————
🔴 ผู้พิพากษากับกฎหมายของเขา
16- ผู้พิพากษาที่ตัดสินคดีของอาเทเฟห์คือ “ฮาจี เรไซ” (Haji Rezai) อายุราว 60 ปี เขามีอิทธิพลในเมืองเนกา และได้ชื่อว่าเป็นผู้พิพากษาที่ตัดสินโทษอย่างเด็ดขาด รุนแรง ไม่ผ่อนปรน
17- เมื่อผู้พิพากษาได้เผชิญหน้ากับอาเทเฟห์ในศาล เขาไม่ชอบที่เธอพูดจาฉะฉานและกล้าโต้แย้ง …นี่คือผู้หญิงที่ผู้ชายควบคุมไม่ได้
18- เมื่อเห็นว่าความผิดทั้งหมดถูกโยนมาให้เธอ อาเทเฟห์ลุกขึ้นประท้วงด้วยการถอดฮิญาบโยนทิ้ง ร้องไห้สะอึกสะอื้นทวงความยุติธรรม เธอปารองเท้าใส่ผู้พิพากษาและตะโกนว่าผู้ชายที่ข่มขืนเธอต่างหากคือคนที่ต้องถูกลงโทษ ทำให้เขาโกรธมาก
19- ตามกฎหมายชารีอะห์ คนที่แต่งงานแล้วและมีเพศสัมพันธ์นอกสมรส จะถูกลงโทษด้วยการขว้างปาหินใส่จนตาย เรียกว่า Rajm (แต่ปัจจุบันหันมาใช้วิธีแขวนคอด้วยรถเครน)
20- ส่วนคนที่ยังไม่แต่งงานและมีเพศสัมพันธ์ จะถูกเฆี่ยน 100 ครั้ง เรียกการลงโทษแบบนี้ว่า Jald และใครที่เคยรับโทษ Jald มาแล้ว 3 ครั้ง หากทำผิดครั้งที่ 4 จะถูกประหาร
—————
🔴 คำอ้อนวอนสุดท้าย…ที่ไม่เป็นผล
21- ผู้พิพากษาฮาจีขึ้นนั่งบัลลังก์ ตัดสินประหารชีวิตอาเทเฟห์ด้วยการแขวนคอ ส่วนอาลีได้รับโทษด้วยการเฆี่ยนเพียง 95 ครั้งเท่านั้น! ค
22- ตอนนั้นเองที่เริ่มมีเสียงคัดค้านว่าอาเทเฟห์อายุเพียง 16 ปี จะประหารผู้เยาว์ได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออิหร่านเคยลงนามอนุสัญญาระหว่างประเทศ ให้คำมั่นว่าจะไม่ประหารชีวิตผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี
23- พ่อของอาเทเฟห์ร้องต่อศาลว่าลูกสาวของเขาเพิ่งอายุ 16 ปี พร้อมยื่นสูติบัตรและเอกสารจากโรงเรียนประกอบ แต่ผู้พิพากษาฮาจีทำหนังสือถึงศาลฎีกา ยืนยันว่าสายตาของเขานั้นคมกริบยิ่งกว่าสูติบัตร เธออายุ 22 ปีแน่นอน และเดินหน้าจัดการประหาร
24- ผู้พิพากษาสั่งเปลี่ยนจัตุรัสกลางเมืองให้เป็นลานประหาร ด้วยการยกรถเครนขนาดใหญ่มาไว้ที่นี่ เขาต้องการประหารอาเทเฟห์ต่อหน้าสาธารณชนเพื่อประจานเธอ ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่คนอื่น
25- เวลา 6 โมงเช้าของวันที่ 15 สิงหาคม 2004 อาเทเฟห์ถูกนำตัวไปที่ลานประหาร โดยผู้พิพากษาฮาจีเป็นคนเอาเชือกมาคล้องคออาเทเฟห์ด้วยตัวเอง ซึ่งถือว่าผิดวิสัยยิ่งนัก เพราะนี่มิใช่หน้าที่ของผู้พิพากษา
26- อาเทเฟห์ผู้สิ้นหวังได้กล่าวอ้อนวอนผู้พิพากษาเป็นครั้งสุดท้ายว่า “ถ้าท่านให้อภัยหนู ตราบเท่าที่ยังมีลมหายใจ หนูจะไม่มองหน้าใครที่ไม่ใช่ญาติสนิทอีกเลย ได้โปรดให้อภัยหนูด้วย”
27- แต่คำขอร้องนั้นไม่เป็นผล แขนเครนถูกยกขึ้น ร่างของอาเทเฟห์ลอยขึ้นไปกลางอากาศต่อหน้าฝูงชนที่มายืนดูซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย ร่างไร้วิญญาณของเธอถูกแขวนคาไว้บนนั้นนาน 45 นาที ในขณะที่ผู้พิพากษาฮาจีขับรถยนต์คันงามของเขาออกไป
28- หลังการตายของอาเทเฟห์ ข่าวเรื่องเธออายุเพียง 16 ปี ก็ยิ่งถูกพูดถึงในวงกว้าง ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก จนตำรวจต้องลงพื้นที่สั่งห้ามชาวบ้านคุยกับนักข่าว
29- หนังสือพิมพ์ของรัฐรีบกลบข่าวด้วยการพาดหัวว่า “อาเทเฟห์อายุ 22 ปี ถูกประหารเพราะคบชู้” ทั้งที่เธอยังไม่ได้แต่งงาน และข้อหานี้จะตั้งได้เฉพาะกับคนที่สมรสแล้วเท่านั้น
—————
🔴 การปลอมตัวของนักข่าว
30- ในปี 2005 “โมนิก้า” (Monica Garnsey) โปรดิวเซอร์ของสำนักข่าว BBC แห่งอังกฤษ สนใจเรื่องนี้มาก จึงวางแผนหาทางเข้าไปถ่ายทำสารคดีในอิหร่าน
31- โมนิก้ากับทีมงานชายซึ่งเป็นลูกครึ่งอิหร่าน-อังกฤษ จึงแกล้งทำเป็นคู่หมั้นกัน ทั้งคู่ซื้อแหวนหมั้นราคาถูกมาสวม แล้วบินไปอิหร่านในฐานะนักท่องเที่ยว ใช้อุปกรณ์ถ่ายทำเล็ก ๆ เพื่อไม่ให้ถูกสงสัย
32- โมนิก้าลงพื้นที่ไปพบชาวเมืองเนกา แม้พวกเขาจะหวาดกลัวทางการ แต่ก็เต็มใจอย่างยิ่งที่จะบอกข้อมูลกับนักข่าว พวกเขาอยากให้คนทั้งโลกรู้เรื่องของอาเทเฟห์และคืนความยุติธรรมให้เธอ แหล่งข่าวบางคนให้สัมภาษณ์ไปร้องไห้ไปเพราะสงสารอาเทเฟห์
33- โมนิก้ายังได้พบพ่อของอาเทเฟห์ด้วย หลังลูกสาวจากไปเขาก็เลิกยาอย่างเด็ดขาดและพยายามปรับปรุงตัว เขาหนีความทรงจำที่เจ็บปวดด้วยการย้ายไปอยู่เมืองอื่น
34- พ่อเล่าว่าตลอด 3 เดือนที่อาเทเฟห์ถูกคุมขังในคุก พวกเขาอนุญาตให้พ่อเข้าเยี่ยมเพียงครั้งเดียวและแค่ 10 นาทีเท่านั้น พ่อไม่ได้รับแจ้งด้วยซ้ำว่าจะประหารลูกวันไหน พ่อจึงพลาดโอกาสได้พบหน้าหรือร่ำลาลูกเป็นครั้งสุดท้าย
35- พ่อยังเอาสูติบัตรและใบมรณบัตรมาให้นักข่าวดูด้วย เอกสารทั้งหมดระบุว่าอาเทเฟห์เกิดปี 1987 และเสียชีวิตในวัย 16 ปี
36- หลังฝังศพอาเทเฟห์แล้ว ต่อมาญาติไปเยี่ยมเธอ แต่พบว่าหลุมศพถูกทำลาย และศพของอาเทเฟห์หายไป จนถึงทุกวันนี้ก็ไม่มีใครรู้ว่าศพของเธออยู่ที่ไหน
37- ความขำขื่นอีกอย่างก็คือ หลังอาเทเฟห์จากไปได้ 2 เดือน ตำรวจศีลธรรม 2 นายที่เคยจับกุมเธอก็ถูกจับข้อหาค้าประเวณีเด็ก
38- สารคดีที่โมนิก้าเข้าไปลักลอบถ่ายทำชื่อ Execution of a Teenage Girl (การประหารชีวิตเด็กสาววัยรุ่น) เพื่อปกป้องแหล่งข่าวทุกคน เธอจึงใช้นักแสดงมาแสดงแทน
39- แม้จะผ่านมากว่า 2 ทศวรรษแล้ว แต่เรื่องราวของอาเทเฟห์ยังถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึง และยังคงเป็นบาดแผลฉกรรจ์ที่ย้ำเตือนถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการกดขี่เพศหญิงอย่างร้ายแรง
📌 โพสต์นี้ไม่ได้ต้องการเข้าข้างใคร ต้องการพูดแทนผู้หญิงเท่านั้น…อย่างที่เคยทำเสมอมา และจะทำตลอดไป
🔳 สรุปและเรียบเรียงจาก:
▪️ Abdorrahman Boroumand Center for Human Rights in Iran องค์กรสิทธิมนุษยชนอิหร่าน
▪️ Iran Wire สื่ออิสระของอิหร่าน
▪️ Shadi Sadr ทนายความสิทธิมนุษยชนชาวอิหร่าน
▪️ BBC และ The Guardian สื่ออังกฤษ



