วันจันทร์, มีนาคม 9, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกข่าวรอบโลก 'โมจตาบา คอเมเนอี' ผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ที่กำลังถูก 'สหรัฐฯ-อิสราเอล' หมายหัว

 ‘โมจตาบา คอเมเนอี’ ผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ที่กำลังถูก ‘สหรัฐฯ-อิสราเอล’ หมายหัว

เผยแพร่

spot_img

โมจตาบา คอเมเนอี (Mojtaba Khamenei) นักการศาสนาผู้ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในบุคคลที่มีอิทธิพลมากที่สุดในอิหร่าน แต่กลับไม่ค่อยปรากฏตัวในแวดวงการเมือง ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ของประเทศ หลังจากที่บิดาของเขา อยาตอลเลาะห์ อาลี คอเมเนอี เสียชีวิตจากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 ก.พ.

โมจตาบา ในวัย 56 ปี ได้รับการคัดเลือกโดยสภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่าน ซึ่งเป็นองค์กรที่มีสมาชิก 88 คน มีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในการแต่งตั้งผู้มีอำนาจสูงสุดทางการเมืองและศาสนาของประเทศ กระบวนการคัดเลือกนี้เป็นไปตามขั้นตอนทางรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ ไม่ใช่การสืบทอดอำนาจทางสายเลือด แม้ว่าเชื้อสายของครอบครัวและความใกล้ชิดกับ อยาตอลเลาะห์ อาลี คอเมเนอี ผู้ล่วงลับ จะทำให้เขาตกเป็นศูนย์กลางของการคาดเดาเกี่ยวกับการสืบทอดตำแหน่งมานานแล้วก็ตาม

ด้วยการแต่งตั้งครั้งนี้ โมจตาบา จึงกลายเป็นผู้นำสูงสุดคนที่ 3 ของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน นับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามปี 1979 โดยเข้ารับตำแหน่งผู้นำในช่วงเวลาที่ภูมิภาคตะวันออกกลางกำลังเผชิญกับความขัดแย้งอย่างรุนแรงและความไม่แน่นอนภายในประเทศ

– ชีวิตช่วงต้นและภูมิหลังครอบครัว

โมจตาบา เกิดเมื่อวันที่ 8 กันยายน ปี 1969 ที่เมืองมาชาด ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิหร่าน ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางศาสนาที่สำคัญของประเทศ เขาเป็นบุตรชายคนที่ 2 ของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คอเมเนอี ซึ่งปกครองอิหร่านในฐานะผู้นำสูงสุดมาตั้งแต่ปี 1989 จนกระทั่งถูกสังหาร และเป็นหลานชายของผู้นำศาสนา ซัยยิด จาวาด คอเมเนอี

โมจตาบา เติบโตมาในสภาพแวดล้อมทางการเมืองที่ตึงเครียด เขาได้เห็นการขึ้นมามีบทบาทของบิดาในฐานะบุคคลสำคัญในการปฏิวัติอิสลาม และต่อมาก็ในฐานะประธานาธิบดีของอิหร่าน ก่อนที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุด

เขาแต่งงานกับ ซาห์รา ฮัดดาด-อาเดล บุตรสาวของ โกลาม-อาลี ฮัดดาด-อาเดล นักการเมืองสายอนุรักษนิยมที่มีชื่อเสียงและอดีตประธานรัฐสภา ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้าสถาบันทางวัฒนธรรมชั้นนำแห่งหนึ่งของอิหร่าน

ซาห์รา เป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากการโจมตีร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลที่มุ่งเป้าไปที่บ้านพักของตระกูลคอเมเนอีในกรุงเตหะราน ส่วน โมจตาบา แม้รอดชีวิตจากการโจมตี แต่ก็สูญเสียมารดา น้องสาว พี่เขย และหลานชายไปเช่นกัน

– การศึกษาและการฝึกอบรมทางศาสนา

เช่นเดียวกับบุคคลสำคัญหลายคนในแวดวงนักการศาสนาของอิหร่าน โมจตาบาศึกษาด้านศาสนาในเมืองกอม ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านศาสนศาสตร์ชีอะห์ชั้นนำของประเทศ และเป็นที่ตั้งของโรงเรียนสอนศาสนาที่ฝึกอบรมนักการศาสนาของอิหร่าน

เขาศึกษาหลักนิติศาสตร์และศาสนศาสตร์อิสลามกับนักวิชาการอนุรักษนิยมที่มีชื่อเสียงหลายท่าน รวมถึง อยาตอลเลาะห์ มาห์มูด ฮาเชมี ชาห์รูดี, อยาตอลเลาะห์ ลอตฟอลลาห์ ซาฟี โกลปายกานี และ โมฮัมหมัด-ทากี เมสบาห์-ยาซดี นักอุดมการณ์ผู้ทรงอิทธิพลซึ่งเป็นที่ปรึกษาของบุคคลสำคัญทางการเมืองฝ่ายอนุรักษนิยมหลายคนในสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน

ตามข้อมูลจากนักวิเคราะห์ชาวอิหร่าน โมจตาบา ใช้เวลาส่วนใหญ่ในอาชีพการงานของเขาเป็นครูสอนที่โรงเรียนสอนศาสนาอิสลามในเมืองกอม รวมถึงชั้นเรียนนิติศาสตร์ขั้นสูงที่เรียกว่า ดาร์ส-เอ คาเรจ (dars-e kharej) ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดของการศึกษาในโรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม

แม้จะอยู่ในแวดวงนักการศาสนามานานหลายทศวรรษ แต่ โมจตาบา ไม่เคยดำรงตำแหน่งในรัฐบาลอย่างเป็นทางการ และไม่เคยดำรงตำแหน่งที่มาจากการเลือกตั้งหรือตำแหน่งบริหารใดๆ เลย

– บทบาทและอิทธิพล

สื่อต่างประเทศมักพรรณนาถึง โมจตาบา ว่าเป็นบุคคลลึกลับที่อาจมีอิทธิพลอยู่เบื้องหลัง การปรากฏตัวต่อสาธารณะที่จำกัดของเขาตอกย้ำภาพลักษณ์นี้ เนื่องจากไม่มีการปราศรัย การสัมภาษณ์ หรือถ้อยแถลงทางการเมืองใดๆ ที่แสดงจุดยืนของเขาอย่างชัดเจน

ชื่อของ โมจตาบา ปรากฏขึ้นเป็นระยะในการอภิปรายทางการเมืองในอิหร่าน โดยส่วนใหญ่มักเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งประธานาธิบดี หรือการคาดเดาว่า เขาอาจสนับสนุนผู้สมัครคนใด

อย่างไรก็ตาม โมจตาบา เองแทบไม่เคยเข้าร่วมการอภิปรายทางการเมืองในที่สาธารณะ การปรากฏตัวของเขาส่วนใหญ่จำกัดอยู่เพียงพิธีการอย่างเป็นทางการ งานรำลึกระดับชาติ และการชุมนุมทางศาสนาที่สื่อของรัฐอิหร่านรายงานข่าว

ครั้งสุดท้ายที่เขาปรากฏตัวต่อสาธารณะคือระหว่างการชุมนุมสนับสนุนรัฐบาล หลังจากการประท้วงอย่างกว้างขวางเมื่อต้นปีนี้

ตามรายงานของอิหร่าน โมจตาบา ได้เข้าร่วมในสงครามอิหร่าน-อิรักในช่วงปลายทศวรรษ 1980 เมื่อบิดาของเขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

มีรายงานว่า เขาเข้าร่วมหน่วยอาสาสมัครตั้งแต่อายุยังน้อย ซึ่งถือเป็นประสบการณ์แรกของเขาในด้านการทหาร

สื่อตะวันตกบางแห่งเชื่อมโยงเขากับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งเป็นหนึ่งในสถาบันที่มีอำนาจมากที่สุดของอิหร่าน แม้ว่าเขาจะไม่ได้ดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการใดๆ ในนั้นก็ตาม

– การสืบทอดตำแหน่งภายใต้ภัยคุกคาม

โมจตาบา คอเมเนอี กำลังเข้ารับตำแหน่งผู้นำประเทศในช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุดช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์อิหร่านสมัยใหม่

การเปลี่ยนผ่านนี้ยังเกิดขึ้นภายใต้ภัยคุกคามโดยตรงจากอิสราเอล โดยผู้นำของอิสราเอลได้ประกาศว่าจะตามสังหารผู้นำอิหร่านคนใดก็ตามที่ได้รับเลือกให้สืบทอดตำแหน่งต่อจาก คอเมเนอี

อิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิสราเอล กล่าวบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X ว่า “ผู้นำคนใดก็ตามที่ได้รับการคัดเลือกจากระบอบการปกครองก่อการร้ายของอิหร่านให้สานต่อแผนการทำลายล้างอิสราเอล คุกคามสหรัฐอเมริกา โลกเสรี และประเทศต่างๆ ในภูมิภาค และกดขี่ประชาชนอิหร่าน จะเป็นเป้าหมายของการลอบสังหารอย่างแน่นอน ไม่ว่าเขาจะชื่ออะไร หรือซ่อนตัวอยู่ที่ไหน”

ภัยคุกคามดังกล่าวเน้นย้ำถึงแรงกดดันอย่างมหาศาลที่เกิดขึ้นต่อการสืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุดอิหร่าน และทำให้ โมจตาบา ตกอยู่ท่ามกลางการเผชิญหน้าทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ขยายวงกว้างออกไปไกลเกินกว่าพรมแดนของอิหร่าน

สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่าน รายงานข่าว โมจตาบา คาเมเนอี ได้รับบาดเจ็บในสงคราม โดยพวกเขาเรียกว่ามันเป็น “สงครามแห่งเดือนรอมฏอน” แต่ยังไม่มีการแจ้งในรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้

วันที่ 9 มี.ค.2569 สื่อ The Times of Israel อ้างแหล่งข่าวจากสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่าน ยืนยันว่า ผู้นำสูงสุดคนใหม่ โมจตาบา คาเมเนอี ได้รับบาดเจ็บ แต่ยังไม่มีการแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติม

สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่าน รายงานข่าวเกี่ยวกับการขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดของโมจตาบา ผู้ประกาศข่าว ซึ่งเรียกเขา (โมจตาบา) ว่า “จานบาซ” ระบุว่า จานบาซได้รับบาดเจ็บจากศัตรูใน “สงครามแห่งเดือนรอมฏอน” ซึ่งเป็นคำที่สื่อในประเทศอิหร่าน ใช้เรียกความขัดแย้งในปัจจุบัน โดยบิดาและภรรยา ของมอจตาบา เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอล ในกรุงเตหะราน เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2569

รายงานระบุว่า โมจตาบา สามารถพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว เขาจบหลักสูตรเฉพาะทางด้านจิตวิทยาและจิตวิเคราะห์ และมีความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ วิทยาศาสตร์การทหาร และกิจการด้านความมั่นคง ตลอดจนหลักการทางการเมืองและข้อกำหนดด้านการบริหารของประเทศ

ข่าวล่าสุด

สีฟ้าๆ คือประเทศที่ปลอดภัยสุดเมื่อเกิดสงครามโลก

สีฟ้าๆ คือประเทศที่ปลอดภัยสุดเมื่อเกิดสงครามโลก...ไทยแลนด์คือ 1 ในนั้น โชคดีแล้วที่เกิดมาที่เมืองไทย

ตาต่อตา! ฟันต่อฟัน!! 239 ล้ง ขู่!ประกาศจะงดซื้อมะพร้าว 2วัน 

คำขู่จากล้ง กลุ่มล้งประกาศจะ "งดซื้อ"มะพร้าว เป็นเวลา 2 วัน เพื่อดูว่ากระทรวงพาณิชย์ จะจัดการอย่างไร

ตอนนี้กรุงเตหะรานเหมือนตกอยู่ในนรก

การเผาไหม้น้ำมันในปริมาณมหาศาลทำให้เกิด "ฝนกรดสีดำ" จากการที่ไอเสียลอยขึ้นไปทำปฏิกิริยากับความชื้นในอากาศจนกลายเป็นกรดซัลฟิวริกและกรดไนตริกที่สะสมอยู่ในก้อนเมฆ และตกลงมาเป็นฝนสีดำสนิท

ทุนอาหรับหนีสงครามเข้าเอเชียตะวันออก–ไทยโดดเด่น

‘จาง เว่ยเว่ย’ ฟันธงสงครามรุกรานอิหร่านคือจุดจบของอเมริกา คลื่นเงินทุนมหาศาลไหลออกจากเอเชียตะวันตก มุ่งสู่ประเทศไทย

ข่าวอื่นๆ

ตอนนี้กรุงเตหะรานเหมือนตกอยู่ในนรก

การเผาไหม้น้ำมันในปริมาณมหาศาลทำให้เกิด "ฝนกรดสีดำ" จากการที่ไอเสียลอยขึ้นไปทำปฏิกิริยากับความชื้นในอากาศจนกลายเป็นกรดซัลฟิวริกและกรดไนตริกที่สะสมอยู่ในก้อนเมฆ และตกลงมาเป็นฝนสีดำสนิท

“อาเทเฟห์” เด็กสาวชาวอิหร่านวัย 16 ปี ที่ถูกประหารชีวิตเมื่อ 21 ปีก่อน

ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างอิสราเอล อเมริกา และอิหร่าน เรื่องของ “อาเทเฟห์” (Atefah Rajabi Sahaaleh) เด็กสาวชาวอิหร่านวัย 16 ปี ที่ถูกประหารชีวิตเมื่อ 21 ปีก่อน ได้ถูกหยิบขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง

“การกลับบ้านที่สิ้นหวังที่สุด”

กลางน่านน้ำสากลใกล้ศรีลังกา เรือดำน้ำนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ ได้ยิงตอร์ปิโดเข้าใส่เรือ Dena จนอับปาง ส่งผลให้ลูกเรือกว่า 80 ชีวิตต้องสังหารล่วงลับไปอย่าง "เงียบงัน"