วันพฤหัสบดี, เมษายน 30, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกข่าวรอบโลกบริษัทอาวุธยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ–อิสราเอล 'โกยกำไรมหาศาลจากสงครามอิหร่าน'

บริษัทอาวุธยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ–อิสราเอล ‘โกยกำไรมหาศาลจากสงครามอิหร่าน’

เผยแพร่

spot_img

ทรัมป์เล็งเพิ่มงบกลาโหม 1.5 ล้านล้านดอลลาร์

 สำนักข่าว Al Jazeera รายงานว่า ราคาหุ้นของบริษัทอุตสาหกรรมป้องกันประเทศรายใหญ่ในประเทศสหรัฐฯ พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการผลิตระบบอาวุธมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ซึ่งบริษัทป้องกันประเทศที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ตกลงที่จะ “เพิ่มกำลังการผลิตขึ้นสี่เท่า” สำหรับอาวุธที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นิยามว่าเป็นอาวุธ “ชั้นเลิศ” (Exquisite Class) ภายหลังการประชุมที่ทำเนียบขาว 

การประชุมเมื่อวันศุกร์ที่ 6 มี.ค.ประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูงจาก RTX (หรือเดิมคือ Raytheon), Lockheed Martin, Boeing, Northrop Grumman, BAE Systems, L3Harris Missile Solutions และ Honeywell Aerospace บริษัทเหล่านี้ล้วนมีรายการคำสั่งซื้อค้างส่ง (Backlogs) มูลค่ารวมหลายพันล้านดอลลาร์ โดยบางรายมีมูลค่าสูงกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของหลายประเทศรวมกันเสียอีก 

ทั้งนี้สหรัฐฯ เป็นประเทศที่ใช้จ่ายด้านการทหารสูงที่สุดในโลกอยู่แล้วด้วยงบประมาณเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2025 และทรัมป์ ตั้งเป้าที่จะเพิ่มงบประมาณนี้เป็น 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2027

สงครามกับประเทศอิหร่าน  สหรัฐฯใช้จ่ายเงินหลายพันล้านดอลลาร์ไปกับอาวุธ ทำให้สงครามกลายเป็นธุรกิจที่สร้างกำไรมหาศาลแก่ผู้รับเหมาด้านกลาโหม ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาหุ้นของบริษัทผลิตอาวุธยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นถ้วนหน้า อาทิ Northrop Grumman (เพิ่มขึ้น 5%), RTX (เพิ่มขึ้น 4.5%) และ Lockheed Martin (เพิ่มขึ้น 3%)

กองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่า ปฏิบัติการ “Operation Epic Fury” ต่ออิหร่าน ใช้ระบบอาวุธมากกว่า 20 ชนิด ครอบคลุมทั้งกำลังทางอากาศ ทะเล ภาคพื้นดิน และระบบป้องกันขีปนาวุธ. ในมิติอาวุธปล่อยนำวิถีและกระสุนปล่อย เครื่องมือหลักคือขีปนาวุธ Tomahawk ซึ่งใช้เป็นอาวุธโจมตีระยะไกลของเพนตากอนมานานกว่า 3 ทศวรรษ โดยยิงจากเรือพิฆาตชั้น Arleigh Burke ในทะเลอาระเบีย แต่ละลำสามารถบรรทุก Tomahawk ได้มากกว่า 90 ลูก.

นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังใช้ขีปนาวุธ Precision Strike Missile (PrSM) เป็นครั้งแรกในการโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน โดยยิงจากระบบจรวดหลายลำกล้อง M 142 HIMARS ในพื้นที่ทะเลทราย ขีปนาวุธระยะสั้นรุ่นนี้มีระยะยิงราว 400 กิโลเมตร (250 ไมล์)

 ฝั่งป้องกัน สหรัฐฯ ติดตั้งแบตเตอรี่ขีปนาวุธ Patriot และระบบ Terminal High Altitude Area Defense (THAAD) เพื่อรับมือการยิงตอบโต้จากอิหร่าน โดย Patriot รับผิดชอบรับมือขีปนาวุธร่อนและภัยคุกคามระดับต่ำ ขณะที่ THAAD ใช้สกัดขีปนาวุธบอลลิสติกในชั้นบรรยากาศตอนปลาย.

  ด้านโดรน ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านยังเป็นครั้งแรกที่มีการใช้ Low Cost Uncrewed Combat Attack System (LUCAS) ซึ่งเป็นโดรนโจมตีแบบใช้ครั้งเดียวที่พัฒนาโดยบริษัท SpektreWorks โดยออกแบบจากต้นแบบโดรน Shahed ของอิหร่าน ต้นทุนต่อเครื่องราว 35,000 ดอลลาร์ แสดงให้เห็นการปรับยุทธศาสตร์ไปสู่กระสุนปล่อยราคาต่ำที่ใช้แล้วทิ้ง. 

พร้อมกันนี้ สหรัฐฯ ยังใช้โดรน MQ 9 Reaper ซึ่งมีต้นทุนการผลิตสูงถึง 40 ล้านดอลลาร์ต่อเครื่อง แม้องค์กร Islamic Revolutionary Guard Corps ของอิหร่านยืนยันว่าสามารถยิงสอย Reaper ลงได้อย่างน้อยหนึ่งลำเมื่อวันที่ 1 มีนาคม.

ในภารกิจโจมตีทางอากาศ สหรัฐฯ ใช้เครื่องบินทิ้งระเบิด B 1 และ B 2, เครื่องบินรบ F 15, F 22 Raptor และ F 35 Lightning II ในการโจมตีฐานปล่อยขีปนาวุธของอิหร่านและบังเกอร์ใต้ดิน โดยใช้ระเบิดน้ำหนัก 900 กิโลกรัม (2,000 ปอนด์) ทำลายคลังแสงของเตหะราน 

ด้านสงครามอิเล็กทรอนิกส์ มีรายงานว่าพบเครื่อง EA 18G Growler ประจำการบนเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln ในทะเลอาระเบีย ใช้สำหรับก่อกวนเรดาร์ การสื่อสาร และระบบนำวิถีของฝ่ายตรงข้าม ขณะที่เครื่องบิน P 8A Poseidon ถูกใช้ลาดตระเวนทางทะเลและชายฝั่งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ

กองทัพอากาศสหรัฐฯ ยังส่งเครื่องบินเตือนภัยทางอากาศ E 3 Sentry AWACS เข้าประจำการในตะวันออกกลาง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการรับรู้สถานการณ์แบบเรียลไทม์ พร้อมส่งเครื่องบินสอดแนม RC 135 รุ่น Cobra Ball และ Rivet Joint ปฏิบัติภารกิจรวบรวมข่าวกรองจากฐานทัพในกาตาร์และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อติดตามการยิงขีปนาวุธ การทำงานของเรดาร์ และการสื่อสารของอิหร่าน.

 ในด้านกำลังทางเรือ USS Abraham Lincoln และ USS Gerald R Ford ทำหน้าที่เป็นแกนหลักของกองกำลังเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ ในทะเลอาระเบียและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ขณะที่เรือพิฆาตติดอาวุธปล่อยนำวิถีชั้น Arleigh Burke หลายลำทำหน้าที่ทั้งยิงโจมตีและป้องกันภัยทางอากาศผ่านระบบ Aegis.

 บริษัทใดอยู่เบื้องหลังอาวุธเหล่านี้บ้าง รายงานระบุว่า Boeing เป็นผู้ผลิตเครื่องบิน B 1, F 15, EA 18G Growler, P 8A Poseidon และ RC 135 (โดยมี L3Harris Technologies รับผิดชอบงานดัดแปลงบางส่วน) ขณะที่ Northrop Grumman ผลิตเครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน B 2 และจัดหาระบบเรดาร์ให้กับ E 3 Sentry AWACS. Lockheed Martin เป็นผู้ผลิต F 35,F 22, ระบบ THAAD, M142 HIMARS,ขีปนาวุธ MGM  140 ATACMS  และ PrSM 

 ส่วน Raytheon ซึ่งอยู่ภายใต้ RTX Corporation เป็นผู้ผลิตขีปนาวุธ Tomahawk และระบบป้องกันภัยทางอากาศ MIM 104 Patriot. SpektreWorks ผลิตโดรนโจมตี LUCAS ขณะที่ General Atomics Aeronautical เป็นผู้ผลิตโดรน MQ 9 Reaper และ Huntington Ingalls Industries เป็นผู้ต่อเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln และ USS Gerald R Ford.

 ข้อมูลของสถาบัน Stockholm International Peace Research Institute (SIPRI) ระบุว่า ในปี 2024 บริษัทอาวุธ 100 รายใหญ่สุดของโลกมีรายได้รวมกว่า 679,000 ล้านดอลลาร์ โดยบริษัทสหรัฐฯ ครองสัดส่วนราว 334,000 ล้านดอลลาร์ ตามด้วยจีน 88,000 ล้านดอลลาร์ สหราชอาณาจักร 52,000 ล้านดอลลาร์ รัสเซีย 31,000 ล้านดอลลาร์ และฝรั่งเศส 26,000 ล้านดอลลาร์. 

ผู้เล่นรายใหญ่ในยุโรปอย่าง BAE Systems ของสหราชอาณาจักร, Leonardo ของอิตาลี, Airbus ที่เป็นเครือยุโรป, Thales ของฝรั่งเศส และ Rheinmetall ของเยอรมนี ต่างติดอันดับท็อป 20 และมียอดขายเติบโตจากความขัดแย้งในยูเครนอย่างมีนัยสำคัญ.

 ในรายชื่อ 100 บริษัทดังกล่าว SIPRI ระบุว่ามีบริษัทจากสหรัฐฯ รวม 39 แห่ง มากที่สุดในโลก ทิ้งห่างจีนซึ่งมี 8 กลุ่ม ตามมาเป็นอันดับสอง. บริษัทอาวุธสหรัฐฯ 5 อันดับแรกประกอบด้วย Lockheed Martin ซึ่งมีรายได้ 68.4 พันล้านดอลลาร์ในปี 2024, RTX ที่มีรายได้ด้านกลาโหม 43.6 พันล้าน ดอลลาร์, Northrop Grumman 37.9 พันล้านดอลลาร์, General Dynamics 33.6 พันล้านดอลลาร์ และ Boeing ที่มีรายได้จากกลาโหม 30.6 พันล้านดอลลาร์.

 อุตสาหกรรมอาวุธของอิสราเอล รายงานชี้ว่ามี 3 บริษัทติดอันดับท็อป 100 ของโลก ได้แก่ Elbit Systems ซึ่งมีรายได้จากกลาโหม 6.3 พันล้านดอลลาร์ในปี 2024 เชี่ยวชาญด้านโดรน ระบบข่าวกรองสนามรบและออปติกทางทหาร; Israel Aerospace Industries (IAI) บริษัทของรัฐที่เชี่ยวชาญระบบป้องกันขีปนาวุธ ดาวเทียมและเรดาร์ ซึ่งมีรายได้จากกลาโหม 5.2 พันล้านดอลลาร์; และ Rafael บริษัทของรัฐที่อยู่เบื้องหลังระบบป้องกันขีปนาวุธ Iron Dome รวมถึงกระสุนปล่อยนำวิถีความแม่นยำสูง มีรายได้ 4.7 พันล้านดอลลาร์.

 SIPRI ระบุเพิ่มเติมว่า งบประมาณทางทหารทั่วโลกในปี 2024 เพิ่มขึ้น 9.4% แตะ 2.7 ล้านล้านดอลลาร์ โดยสหรัฐฯ เพียงประเทศเดียวใช้จ่ายคิดเป็นราว 37% ของงบทหารโลก ขณะที่อีกหลายประเทศสมาชิก NATO ให้คำมั่นจะเพิ่มงบกลาโหมจาก 2% เป็น 5% ของ GDP ภายในปี 2035 ซึ่งหมายถึงเม็ดเงินเพิ่มขึ้นอีกหลายร้อยพันล้านดอลลาร์ต่อปี. 

เพื่อเติมเต็มคลังอาวุธที่ร่อยหรอจากสงครามในยูเครนและตะวันออกกลาง บริษัทผู้ผลิตอาวุธรายใหญ่จึงเร่งลงทุนขยายกำลังการผลิต รับคำสั่งซื้อใหม่จำนวนมาก และผลักดันราคาหุ้นให้ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยหุ้น RTX ปรับตัวขึ้นถึง 110% ระหว่างมีนาคม 2023 ถึงมีนาคม 2026 ขณะที่ Northrop Grumman ขยับขึ้น 60%, General Dynamics 57%, Lockheed Martin 37% และ Boeing 5% ในช่วงเวลาเดียวกัน.

IMCT NEWS  10-03-2026

ที่มา https://aje.news/f5f4yp

ข่าวล่าสุด

ป้าย  20 ล้าน ? สีน้ำเงิน ที่สนามบินบุรีรัมย์ยกระดับอินเตอร์ หรือ ปรับสีเพื่อ “ใคร ?“

เปิดเบื้องหลังงบประมาณกรมท่าอากาศยาน ท่ามกลางกระแสวิจารณ์สนั่นโซเชียล เมื่อ “อัตลักษณ์ภาครัฐ” กับ “เฉดสีที่คุ้นตา” พาดทับกันจนเป็นประเด็น

 รู้หรือไม่..? ปรากฏการณ์แฟชั่นที่กำลังมาแรงและถูกพูดถึงอย่างมากในหมู่วัยรุ่นจีน 

ภาพของคนรุ่นใหม่ที่เดินสวมกางเกงช้างพริ้วไหว สวมทับด้วยเสื้อยืดที่มีข้อความปลงตก ปล่อยวาง หรือคำสอนทางพุทธศาสนา กลายเป็นภาพชินตาตามย่านฮิตในปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และอีกหลายเมืองใหญ่ในจีน

   飲 水 思 源  (sweat)  สุภาษิตจีนกล่าวไว้ว่า  “ดื่มน้ำให้นึกถึงต้นน้ำ”

“ดื่มน้ำให้นึกถึงต้นน้ำ” ประโยคสั้น ๆ แต่สะเทือนใจยาวไกลกว่าที่คิด เพราะมันไม่ได้สอนแค่เรื่อง “ความกตัญญู” แต่สอนให้เรามองชีวิตอย่างมีสติ “อย่าลืมตัว”

สีหศักดิ์เผยสหรัฐฯ ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือใดๆไทย จากผลกระทบสงคราม ไทยหันไปหารัสเซีย-จีน

รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ยังไม่ได้ให้ความช่วยเหลือโดยตรงใดๆ แก่ประเทศไทย ซึ่งเป็นพันธมิตรตามสนธิสัญญาระยะยาวของสหรัฐฯ ขณะที่ไทยกำลังเผชิญผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างกว้างขวางจากสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน

ข่าวอื่นๆ

UAEเตรียมถอนตัวจาก OPEC & OPEC + วันที่ 1 พฤษภาคม 2026

 เพื่อความคล่องตัวทำธุรกิจ  สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะถอนตัวออกจาก OPEC ในวันที่ 1 พฤษภาคม ซึ่งถือเป็นแรงกระทบครั้งใหญ่ต่อกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันที่ประสานการผลิตของผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกโดยเฉพาะในตะวันออกกลาง  การประกาศที่สร้างความตกตะลึงในวันอังคารที่ 28 เมษายน เกิดขึ้นหลังจาก UAE ตกเป็นเป้าการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนเป็นเวลาหลายสัปดาห์จากอิหร่าน ซึ่งเป็นสมาชิก OPEC เช่นกัน...

ผู้นำเยอรมนีวิจารณ์ทรัมป์อย่างรุนแรงว่า ถูกอิหร่านทำให้อับอาย ชี้ขาดทั้งกลยุทธ์และแผนทางออก

นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ฟริดริช เมิร์ซ วิจารณ์นโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ และแนวทางของรัฐบาลทรัมป์ต่อสงครามอิหร่านอย่างรุนแรง โดยระบุว่าสหรัฐฯ “ถูกทำให้อับอาย” และขาดทั้งกลยุทธ์และแผนทางออก

เบื้องหลังการเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. แบบเร่งด่วนของกษัตริย์ชาร์ลส์และราชินีคามิลลา-สหรัฐครบ 250 ปี

กษัตริย์ชาร์ลส์และราชินีคามิลลาเดินทางถึงกรุง Washington, D.C. เมื่อวานนี้( 27 เมษายน) นับเป็นการเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการครั้งแรกหลังขึ้นครองราชย์ ซึ่งถูกกำหนดเวลาให้ตรงกับวาระครบรอบ 250 ปีของสหรัฐฯ