อสังหาฯ หรู อาบูดาบีราคาดิ่งเหว คนแห่อพยพหนีสงคราม เซ่นพิษปิดช่องแคบฮอร์มุซ
9 มีนาคม 2569 สงครามในตะวันออกกลางเริ่มส่งผลกระทบโดยตรงต่อปากท้องของพลเรือน เมื่อรายงานจากสำนักข่าว bne IntelliNews ระบุว่า “ดูไบ” ศูนย์กลางเศรษฐกิจของภูมิภาค กำลังเผชิญกับภาวะขาดแคลนอาหารสดอย่างรุนแรง โดยมีปริมาณสำรองเหลือเพียงแค่ 10 วันเท่านั้น
หลังจากกองทัพพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ปิดตายช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้การนำเข้าสินค้าทางเรือซึ่งเป็นช่องทางหลักถึง 70% ของภูมิภาคต้องหยุดชะงักลงโดยสิ้นเชิง
รายงานจาก bne IntelliNews สำนักข่าวเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี วิเคราะห์ว่า นี่คือการเข้าสู่ภาวะ “สงครามทรัพยากร” อย่างเต็มรูปแบบ แม้ ดูไบ จะมีฐานะมั่งคั่งมหาศาล แต่ปัญหาในขณะนี้ไม่ใช่เรื่องเงิน แต่เป็นเรื่อง “กายภาพ” เนื่องจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ต้องนำเข้าอาหารสูงถึง 80-90% โดยเฉพาะผักและผลไม้สดที่ไม่สามารถเก็บรักษาได้นาน
สเตฟาน พอล ซีอีโอของบริษัทขนส่งยักษ์ใหญ่ Kuehne and Nagel เตือนว่า การระงับเที่ยวบินพาณิชย์และการโจมตีท่าเรือ ‘เจเบล อาลี’ ในดูไบ ยิ่งซ้ำเติมให้การขนส่งทางเลือกทำได้ยากขึ้น ส่งผลให้ชั้นวางสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตเริ่มว่างเปล่า
สถานการณ์ที่เลวร้ายลงในอาบูดาบี ตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับหรูที่เคยรุ่งเรืองกลับพังทลายลงในชั่วข้ามคืน ราคาบ้านพักตากอากาศและคอนโดมิเนียมหรูบนเกาะซาดิยาต และเกาะอัลจูเบล ถูกหั่นราคาลงอย่างหนักถึง 25% หรือลดลงเกือบ 1 ล้านดอลลาร์ต่อยูนิต
เนื่องจากมหาเศรษฐีและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวรัสเซีย ที่เคยหนีสงครามยูเครนมาพำนักที่นี่ ต่างพากันขายทิ้งเพื่ออพยพหนีไฟสงคราม Operation Epic Fury ที่ไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ
นอกจากนี้การที่สหรัฐฯ โจมตีโรงไฟฟ้าพลังน้ำ (Desalination plants) ของอิหร่าน ยังสร้างความกังวลว่า อิหร่านอาจตอบโต้ด้วยการโจมตีระบบน้ำประปาของชาติอาหรับ ซึ่งจะทำให้ภูมิภาคนี้ “ไม่สามารถอยู่อาศัยได้” อีกต่อไป
สถานการณ์ระหว่างประเทศในขณะนี้ชี้ให้เห็นว่า สงครามได้ทำลายภาพลักษณ์ของดูไบและอาบูดาบีจากการเป็น “สนามเด็กเล่นของคนรวย” กลายเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยสูงสุด ปัจจุบันค่าขนส่งทางอากาศที่พุ่งสูงขึ้นและการลดลงของขีดความสามารถในการขนส่งถึง 22%
ทำให้การนำเข้าอาหารสดจากเคนยา หรืออินเดีย กลายเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากกว่าเดิม
เรียบเรียง : The Newsy
ที่มา : สำนักข่าว bne IntelliNews



