วันพฤหัสบดี, เมษายน 30, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกข่าวรอบโลกเนทันยาฮู ปรากฏตัวต่อสาธารณะครั้งแรก

เนทันยาฮู ปรากฏตัวต่อสาธารณะครั้งแรก

เผยแพร่

spot_img

หลังสื่ออิหร่านโหมข่าวปลิดชีพผู้นำอิสราเอลได้แล้ว

วันที่ 11 มีนาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ปรากฏตัวต่อสาธารณะเดินทางตรวจเยี่ยมท่าเรืออัชดอด 1 ใน 3 ท่าเรือพาณิชย์หลักของอิสราเอล เพื่อประเมินความต่อเนื่องเกี่ยวกับการค้าทางทะเลของอิสราเอล 

สำนักข่าวอิสราเอล รายงานว่าการปรากฏตัวครั้งนี้ของ เนทันยาฮู มีขึ้นหลังจากเกิดข่าวลือไปทั้งโลกโซเชียลมีเดีย รวมไปถึง ‘ทาสนิม’ (Tasnim News Agency) สำนักข่าวเอกชนรายใหญ่ของประเทศอิหร่าน ออกมาหนุนข่าวลือว่า เบนจามิน เนทันยาฮู อาจเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก ท่ามกลางสงครามอิหร่าน 

ทั้งนี้ทางแพลตฟอร์มเอ็กซ์ Prime Minister of Israel ซึ่งเป็นบัญชีของสำนักนายกรัฐมนตรีแห่งอิสราเอล ได้ออกมาโพสต์ภาพ เนทันยาฮู ขณะเดินทางไปตรวจเยี่ยมท่าเรืออัชดอด พร้อมมิริ เรเกฟ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมอิสราเอล 

ก่อนหน้านี้  เบนจามิน เนทันยาฮู แถลงในวันจันทร์ที่ 10 มี.ค. ขณะได้รับฟังการบรรยายสรุปจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ศูนย์ควบคุมสุขภาพแห่งชาติ ผู้นำอิสราเอลระบุว่าจากการปฏิบัติการทางทหารที่ผ่านมา กองทัพอิสราเอลกำลังบดขยี้ยุทธศาสตร์ของอิหร่านอย่างหนักหน่วง และยืนยันว่าจะมีปฏิบัติการที่รุนแรงกว่านี้ตามมาอีกในอนาคต 

เนทันยาฮู กล่าวว่า ความปรารถนาสูงสุดของอิสราเอลคือการเปิดโอกาสให้ชาวอิหร่านได้ปลดแอกจากการปกครองที่กดขี่ แม้ในท้ายที่สุดการตัดสินใจจะขึ้นอยู่กับประชาชนชาวอิหร่านเองก็ตาม แต่เขามั่นใจว่าการโจมตีที่เกิดขึ้นได้สร้างความเสียหายอย่างมหาศาลให้กับโครงสร้างอำนาจของอิหร่านแล้ว

อีกทั้งยังเน้นย้ำว่า หากอิสราเอลและประชาชนชาวอิหร่านสามารถร่วมมือกันได้สำเร็จ จะนำไปสู่จุดจบของความขัดแย้งอย่างถาวรในระดับที่ความวุ่นวายเช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก เขาเชื่อมั่นว่าจะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ และในขณะนี้จุดยืนรวมถึงสถานะของอิสราเอลบนเวทีโลกจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน ประกาศกร้าวว่าจะไม่ยินยอมให้น้ำมันแม้เพียงลิตรเดียวถูกส่งออกจากภูมิภาคตะวันออกกลาง หากสหรัฐฯ และอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตี ซึ่งคำขู่นี้ส่งผลให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาเตือนว่าสหรัฐฯ พร้อมจะโจมตีอิหร่านให้หนักขึ้นหลายเท่าหากมีการปิดกั้นเส้นทางส่งออกพลังงานสำคัญ

อิสราเอลประกาศชัดเจนว่าเป้าหมายของสงครามครั้งนี้คือการโค่นล้มระบอบการปกครองที่นำโดยผู้นำศาสนาของอิหร่าน  ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ส่วนใหญ่มองว่าเป้าหมายของสหรัฐฯ คือการทำลายขีดความสามารถด้านขีปนาวุธและโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน

ข่าวล่าสุด

ป้าย  20 ล้าน ? สีน้ำเงิน ที่สนามบินบุรีรัมย์ยกระดับอินเตอร์ หรือ ปรับสีเพื่อ “ใคร ?“

เปิดเบื้องหลังงบประมาณกรมท่าอากาศยาน ท่ามกลางกระแสวิจารณ์สนั่นโซเชียล เมื่อ “อัตลักษณ์ภาครัฐ” กับ “เฉดสีที่คุ้นตา” พาดทับกันจนเป็นประเด็น

 รู้หรือไม่..? ปรากฏการณ์แฟชั่นที่กำลังมาแรงและถูกพูดถึงอย่างมากในหมู่วัยรุ่นจีน 

ภาพของคนรุ่นใหม่ที่เดินสวมกางเกงช้างพริ้วไหว สวมทับด้วยเสื้อยืดที่มีข้อความปลงตก ปล่อยวาง หรือคำสอนทางพุทธศาสนา กลายเป็นภาพชินตาตามย่านฮิตในปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และอีกหลายเมืองใหญ่ในจีน

   飲 水 思 源  (sweat)  สุภาษิตจีนกล่าวไว้ว่า  “ดื่มน้ำให้นึกถึงต้นน้ำ”

“ดื่มน้ำให้นึกถึงต้นน้ำ” ประโยคสั้น ๆ แต่สะเทือนใจยาวไกลกว่าที่คิด เพราะมันไม่ได้สอนแค่เรื่อง “ความกตัญญู” แต่สอนให้เรามองชีวิตอย่างมีสติ “อย่าลืมตัว”

สีหศักดิ์เผยสหรัฐฯ ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือใดๆไทย จากผลกระทบสงคราม ไทยหันไปหารัสเซีย-จีน

รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ยังไม่ได้ให้ความช่วยเหลือโดยตรงใดๆ แก่ประเทศไทย ซึ่งเป็นพันธมิตรตามสนธิสัญญาระยะยาวของสหรัฐฯ ขณะที่ไทยกำลังเผชิญผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างกว้างขวางจากสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน

ข่าวอื่นๆ

UAEเตรียมถอนตัวจาก OPEC & OPEC + วันที่ 1 พฤษภาคม 2026

 เพื่อความคล่องตัวทำธุรกิจ  สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะถอนตัวออกจาก OPEC ในวันที่ 1 พฤษภาคม ซึ่งถือเป็นแรงกระทบครั้งใหญ่ต่อกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันที่ประสานการผลิตของผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกโดยเฉพาะในตะวันออกกลาง  การประกาศที่สร้างความตกตะลึงในวันอังคารที่ 28 เมษายน เกิดขึ้นหลังจาก UAE ตกเป็นเป้าการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนเป็นเวลาหลายสัปดาห์จากอิหร่าน ซึ่งเป็นสมาชิก OPEC เช่นกัน...

ผู้นำเยอรมนีวิจารณ์ทรัมป์อย่างรุนแรงว่า ถูกอิหร่านทำให้อับอาย ชี้ขาดทั้งกลยุทธ์และแผนทางออก

นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ฟริดริช เมิร์ซ วิจารณ์นโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ และแนวทางของรัฐบาลทรัมป์ต่อสงครามอิหร่านอย่างรุนแรง โดยระบุว่าสหรัฐฯ “ถูกทำให้อับอาย” และขาดทั้งกลยุทธ์และแผนทางออก

เบื้องหลังการเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. แบบเร่งด่วนของกษัตริย์ชาร์ลส์และราชินีคามิลลา-สหรัฐครบ 250 ปี

กษัตริย์ชาร์ลส์และราชินีคามิลลาเดินทางถึงกรุง Washington, D.C. เมื่อวานนี้( 27 เมษายน) นับเป็นการเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการครั้งแรกหลังขึ้นครองราชย์ ซึ่งถูกกำหนดเวลาให้ตรงกับวาระครบรอบ 250 ปีของสหรัฐฯ