วันศุกร์, เมษายน 10, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกวัฒนธรรม ชีวิตจีนยกย่องสมเด็จพระเทพฯ เสด็จเยือน 57 ครั้งในรอบ 45 ปี 

จีนยกย่องสมเด็จพระเทพฯ เสด็จเยือน 57 ครั้งในรอบ 45 ปี 

เผยแพร่

spot_img

หวัง อี้ เปิดทำเนียบต้อนรับ ย้ำทรงเป็น “มิตรเก่าแก่ของประชาชนจีน” หนุนสร้างประชาคมจีน–ไทยที่มีอนาคตร่วมกัน

นายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ถวายการต้อนรับสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีของประเทศไทย ณ กรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569

นายหวัง อี้ ได้กราบบังคมทูลว่า ในปี 2568 ในโอกาสครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนและไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จฯเยือนจีนอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิงถวายการต้อนรับ และประมุขทั้งสองประเทศได้บรรลุฉันทามติสำคัญในการส่งเสริมการสร้างประชาคมจีน-ไทยที่มีอนาคตร่วมกัน เป็นการชี้แนะแนวทางในการกระชับมิตรภาพระหว่างจีนและไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

 นายหวัง อี้ กราบบังคมทูลว่า สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จเยือนจีน 57 ครั้งในรอบ 45 ปีที่ผ่านมา เสด็จไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ทรงเป็นผู้มีส่วนร่วมในการปฏิรูปและเปิดประเทศของจีน ทรงเป็นพยานในการพัฒนาประเทศให้มีความทันสมัยแบบจีน และทรงเป็นผู้ปฏิบัติในการส่งเสริมมิตรภาพระหว่างจีนและไทยอย่างเป็นรูปธรรม 

พระองค์ทรงเป็นมิตรเก่าแก่และเพื่อนที่ดีของประชาชนชาวจีน และทรงทุ่มเทความพยายามและมีคุณูปการอย่างใหญ่หลวงในการกระชับมิตรภาพระหว่างจีนและไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ถวาย “เครื่องอิสริยาภรณ์รัฐมิตราภรณ์” แด่พระองค์เป็นพิเศษ 

ปีนี้เป็นปีเริ่มต้นของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 ของจีน จีนยินดีที่จะร่วมมือกับไทย โดยยึดมั่นในฉันทามติที่สำคัญที่ประมุขทั้งสองประเทศได้บรรลุร่วมกัน เพื่อสานต่อมิตรภาพอันดีงามระหว่างจีนและไทย เสริมสร้างความร่วมมือกับไทยในด้านที่พระองค์ทรงให้ความสำคัญ เช่น เทคโนโลยีขั้นสูง การศึกษา และความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ทรงปลูกฝังเมล็ดพันธุ์แห่งมิตรภาพอย่างต่อเนื่อง และส่งเสริมการสร้างประชาคมจีน-ไทยที่มีอนาคตร่วมกันเพื่อประโยชน์ของประชาชน

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีตรัสว่า จีนเป็นมิตรที่ดีของประเทศไทย ประเทศไทยซาบซึ้งในความช่วยเหลืออย่างแข็งขันของจีนในด้านต่างๆ เช่น การพัฒนาบุคลากรและทรัพยากรมนุษย์ 

ในระหว่างการเสด็จเยือนจีน พระองค์ได้เสด็จเยี่ยมชมโครงการไฮเทคต่างๆ ที่ทรงสนใจและทรงได้รับประโยชน์อย่างมาก พระองค์ทรงหวังที่จะเสริมสร้างการสื่อสารและการแลกเปลี่ยนกับจีนในหลากหลายสาขาให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เสริมสร้างความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เกษตรกรรม การแพทย์ วัฒนธรรม และการศึกษา ส่งเสริมความเข้าใจและมิตรภาพระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ และผลักดันให้มิตรภาพไทย-จีนเจริญงอกงามยิ่งขึ้น

IMCT NEWS 10-04-2026

ที่มา  Chinese Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย

https://www.facebook.com/share/p/1BGRDDbs46

ข่าวล่าสุด

วิกฤต “บัตรทอง”  หนี้เน่า 6 หมื่นล้าน !  สั่นคลอนระบบสาธารณสุข

รูรั่วบริหารจัดการทำกองทุนส่อเค้า "ถังแตก"  รัฐบาลใหม่เผชิญบททดสอบหินกลางสภาฯ                             วงการสาธารณสุขไทยถึงคราวสั่นสะเทือน เมื่อการอภิปรายนโยบายรัฐบาลในสภาผู้แทนราษฎร  9-10 เมษายน 2569 เปิดเผยตัวเลขหนี้ค้างชำระค่ายาและเวชภัณฑ์สะสมสูงถึง 6 หมื่นล้านบาท สะท้อนความล้มเหลวในการบริหารจัดการงบประมาณ สปสช. ที่สวนทางกับต้นทุนจริง ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญชี้ "อาการป่วย"...

‘สี จิ้นผิง’ ต้อนรับผู้นำก๊กมินตั๋งเยือนปักกิ่ง 

ผู้นำจีนได้กล่าวกับ เจิ้ง ว่า ประชาชนทั้งสองฝั่งช่องแคบล้วนแต่เป็นชาวจีน และอนาคตของความสัมพันธ์นั้นอยู่ในมือของประชาชนชาวจีน

๑๐เมษายน วันคล้ายวันชาตกาล โจเซฟ พูลิตเซอร์ ยอดนักหนังสือพิมพ์

โจเซฟ พูลิตเซอร์ (Joseph Pulitzer) เกิดเมื่อวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2390 เป็นนักหนังสือพิมพ์ชาวอเมริกัน

Operation Epic Fury เบื้องหลังการตัดสินใจเข้าสู่สงครามของทรัมป์

ในการประชุมหลายครั้ง ณ ห้องยุทธการ (Situation Room)ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างสัญชาตญาณของตนเองกับความกังวลอย่างหนักของรองประธานาธิบดี

ข่าวอื่นๆ

๑๐เมษายน วันคล้ายวันชาตกาล โจเซฟ พูลิตเซอร์ ยอดนักหนังสือพิมพ์

โจเซฟ พูลิตเซอร์ (Joseph Pulitzer) เกิดเมื่อวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2390 เป็นนักหนังสือพิมพ์ชาวอเมริกัน

“รดน้ำใส่มือ” (น้ำตก)… จารีตทางเหนือถือว่าเป็นการ “รดน้ำศพ”

มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับประเพณี "รดน้ำดำหัว" ที่มักถูกนำมาเรียกปะปนกัน จนอาจทำให้เกิดความผิดเพี้ยนไปจากจารีตอันดีงามของบรรพบุรุ

ถนนหรือสะพานก็ “ซังฮี้” ว่าแต่มันมีที่มาอย่างไร? 

ถนน “ซังฮี้” เป็นถนนที่เริ่มต้นจากถนนจรัญสนิทวงศ์ สิ้นสุดที่ถนนราชปรารภ ส่วน “สะพานซังฮี้” เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เชื่อมถนนราชวิถีฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรี