เมื่อสำนักข่าวระดับตำนานอย่าง BBC และ AP ต่างประกาศลดคนพร้อมกัน… นี่คือสัญญาณเตือนของอะไร และนักข่าวในยุคนี้ยังจะมีที่ยืนอยู่หรือไม่?
.
ใครจะเชื่อว่าสำนักข่าวที่อยู่คู่โลกมานานกว่าศตวรรษ จะต้องมาเผชิญกับคำถามว่า “จะอยู่รอดได้อย่างไร” ในยุคที่ข่าวสารไหลเวียนอยู่บนหน้าจอสมาร์ตโฟนตลอด 24 ชั่วโมง
.
ในสัปดาห์เดียวกัน ทั้ง BBC และ AP (The Associated Press) สองยักษ์ใหญ่แห่งวงการสื่อโลก ได้ประกาศแผนลดพนักงานครั้งสำคัญ ที่สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันมหาศาลที่กำลังพัดถล่มอุตสาหกรรมข่าวสารทั่วโลก
.
🔵 [BBC: ปลด 2,000 ชีวิต ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 15 ปี]
BBC องค์กรสื่อสาธารณะของอังกฤษที่มีคนอังกฤษถึง 94% ใช้บริการทุกเดือน ประกาศในวันพุธที่ผ่านมา (15 เม.ย.) ว่าจะทยอยลดพนักงานลง 1,800-2,000 ตำแหน่ง ภายใน 2 ปีข้างหน้า
.
รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ โรดรี ทัลฟาน เดวีส์ ระบุในแถลงการณ์ถึงพนักงานว่า องค์กรกำลังเผชิญกับ “แรงกดดันทางการเงินอย่างหนัก” และจำเป็นต้องตอบสนองต่อสถานการณ์นี้อย่างเร่งด่วน
.
ตัวเลขที่น่าตกใจคือ BBC ต้องตัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานออกถึง 500 ล้านปอนด์ จากงบดำเนินงานทั้งหมด 5 พันล้านปอนด์ โดยส่วนใหญ่ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จในปี 2027-2028 นี่คือการปลดพนักงานครั้งใหญ่ที่สุดของ BBC ในรอบเกือบ 15 ปี
.
สิ่งที่ซ้ำเติมสถานการณ์คือ รายได้จากค่าธรรมเนียมใบอนุญาตชมรายการ (Licence fee) ที่เป็นแหล่งเงินทุนหลักของ BBC ลดลงถึง 24% ในแง่มูลค่าที่แท้จริง นับตั้งแต่ปี 2017 พร้อมกับนั้นยังต้องเผชิญกับคดีฟ้องร้องมูลค่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ จากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กรณีสารคดีที่ถูกกล่าวหาว่าตัดต่อเสียงปราศรัยจนเกิดความเข้าใจผิด
.
แล้วถ้าแม้แต่ BBC ยังต้องสั่นคลอน สิ่งที่เกิดขึ้นอีกซีกโลกหนึ่งก็ไม่ต่างกัน…
.
🔵 [AP: ปรับทัพมุ่งดิจิทัล หลังรายได้สิ่งพิมพ์ร่วง]
ขณะเดียวกัน สำนักข่าว AP ซึ่งเป็นหนึ่งในสำนักข่าวที่มีอายุยาวนานและมีอิทธิพลมากที่สุดในโลก ก็ประกาศแผนลดพนักงานข่าวทั่วโลกให้น้อยกว่า 5% โดยเน้นที่ทีมข่าวในสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก
.
จูลี่ เพซ บรรณาธิการบริหารของ AP ระบุในบันทึกถึงพนักงานว่า การปรับโครงสร้างครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ห้องข่าวของ AP ตอบสนองความต้องการของลูกค้ารายใหญ่ที่สุดได้ดียิ่งขึ้น เพราะพฤติกรรมของผู้ชมที่เปลี่ยนไปกำลังพลิกโฉมวงการสื่ออย่างต่อเนื่อง
.
ความจริงที่ AP ต้องยอมรับคือ ลูกค้ากลุ่ม “หนังสือพิมพ์สิ่งพิมพ์แบบดั้งเดิม” มีสัดส่วนลดลงเรื่อยๆ ในขณะที่ สื่อแพร่ภาพ, สำนักพิมพ์ดิจิทัล และบริษัทเทคโนโลยี กำลังกลายเป็นแหล่งรายได้หลักแทน ที่น่าสังเกตคือ ก่อนหน้านี้ในช่วงปลายปี 2024 AP เพิ่งปลดพนักงานไปแล้วถึง 8% มาครั้งหนึ่งแล้ว
.
🔵 [“คลื่นการเลิกจ้าง” ที่ไม่ได้เกิดขึ้นโดดๆ]
การตัดสินใจของทั้ง BBC และ AP ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นกรณีเดี่ยว หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของ “คลื่นการเลิกจ้าง” ที่กำลังซัดวงการสื่อมวลชนทั่วโลก
.
ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา Washington Post ประกาศปลดพนักงานราวหนึ่งในสามของจำนวนทั้งหมด รวมถึงพนักงานในห้องข่าวหลายร้อยชีวิต ส่วนสำนักข่าวใหญ่อื่นๆ อย่าง CNN, NBC News และ Business Insider ก็ต่างปลดพนักงานในปีที่ผ่านมา เพื่อเร่งปรับตัวสู่กลยุทธ์ “ดิจิทัลเป็นหลัก” และเนื้อหารูปแบบวิดีโอ
.
แรงกดดันที่มาพร้อมกันหลายทางไม่ว่าจะเป็นรายได้โฆษณาที่หดตัว การเข้าชมเว็บไซต์ที่ลดลง รวมถึงการถือกำเนิดของ AI ที่เริ่มเข้ามามีบทบาทในการผลิตและกลั่นกรองข่าวสาร กำลังบีบให้องค์กรสื่อทุกขนาดต้องเลือกระหว่าง “ปรับตัว” หรือ “ล้มหายไป”
.
🔵 [ก้าวต่อไป: ปรับตัวหรือสูญพันธุ์?]
สำหรับ BBC นั้น ผู้อำนวยการใหญ่คนใหม่ แมตต์ บริตติน อดีตผู้บริหารจาก Google จะเข้ารับตำแหน่งในเดือนหน้า โดยได้รับการแต่งตั้งมาเพื่อ “นำองค์กรผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่” อย่างชัดเจน
.
ส่วน AP ระบุว่า จะเริ่มจากการเปิดรับการลาออกโดยสมัครใจก่อน และยืนยันว่าการลดพนักงานครั้งนี้จะไม่กระทบต่อความสามารถในการรายงานข่าวครอบคลุมทั้ง 50 รัฐของสหรัฐอเมริกา
.
ในยุคที่ทุกคนสามารถเป็น “คนทำข่าว” ได้ผ่านโซเชียลมีเดีย แต่องค์กรข่าวมืออาชีพกลับกำลังต้องดิ้นรนเพื่ออยู่รอด คำถามที่ต้องฝากไว้คือ…
.
เราในฐานะผู้บริโภคข่าว พร้อมจะจ่ายเพื่อข่าวที่มีคุณภาพและตรวจสอบได้หรือเปล่า? และถ้าองค์กรข่าวใหญ่ๆ เหล่านี้ต้องหายไป ใครจะทำหน้าที่ “เฝ้าระวัง” อำนาจรัฐและกลุ่มทุนแทน?
.
แชร์ความคิดเห็นของคุณได้เลย 👇
.
#BBCNews #AP #เลิกจ้าง #สื่อมวลชน #NationSTORY



