วันจันทร์, เมษายน 20, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTอาวุธที่ทรงพลังที่สุดคือ "การยอมรับความจริง"

อาวุธที่ทรงพลังที่สุดคือ “การยอมรับความจริง”

เผยแพร่

spot_img

บทพิสูจน์ภาวะผู้นำ เมื่อรัฐเลือกดับไฟใต้ ด้วยความเคารพในศักดิ์ศรี

ยุติรอยร้าว-สร้างภูมิคุ้มกันความเข้าใจผิดซ้ำซ้อน

                           เหตุการณ์ความเปราะบางเชิงวาทกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหมบินไปทันที เป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า “คำพูด” ในพื้นที่ละเอียดอ่อนนั้นมีน้ำหนักยิ่งกว่าอาวุธชนิดใด 

                          การที่ผู้นำระดับสูงของรัฐบาลเลือกที่จะก้าวข้าม “อัตตา” ของอำนาจรัฐ แล้วหันมาใช้การขอโทษอย่างตรงไปตรงมานั้น ไม่ใช่ภาพของการเพลี่ยงพล้ำ แต่คือการรุกทางยุทธศาสตร์ที่เน้นการซื้อใจมวลชนเป็นตัวตั้ง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการปกครองในระบอบพหุวัฒนธรรม

                           ในฟากฝั่งของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เราต้องยอมรับและให้กำลังใจในความเสียสละที่หยั่งรากลึกมานานหลายทศวรรษ การทุ่มเทแรงกายแรงใจในสภาวะความกดดันสูงย่อมมีโอกาสเกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนได้เป็นธรรมดา การปรับเปลี่ยนบทบาทหรือวิธีการสื่อสารในครั้งนี้ จึงไม่ใช่การทำโทษ แต่คือการ “เติมอาวุธทางปัญญา” ให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้พวกเขาสามารถทำหน้าที่ปกป้องพี่น้องประชาชนได้อย่างสง่างามและสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นในใจของชุมชนอย่างแท้จริง

                          รัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงยุคใหม่ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า การให้เกียรติ “ผู้มีความเห็นต่าง” และการยอมรับในรากแก้วของสถาบันศึกษาศาสนา คือประตูบานใหญ่ที่เปิดกว้างสู่สันติสุขที่ยั่งยืน การทำความเข้าใจว่า “ความเห็นที่ต่างกัน” ไม่ใช่ศัตรูที่ต้องกำจัด แต่คือโจทย์ที่ต้องร่วมแก้ เป็นการตัดโอกาสไม่ให้กลุ่มผู้ไม่หวังดีนำความบาดหมางไปขยายผลหรือบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อประโยชน์ส่วนตน ซึ่งมักจะเกิดขึ้นเสมอเมื่อความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชนมีรอยร้าว

                          บทเรียนจากเพื่อนบ้านใกล้ตัวอย่าง “มินดาเนา” ในฟิลิปปินส์ หรือ “อาเจะห์” ในอินโดนีเซีย ต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า ความล้มเหลวในอดีตมักเกิดจากการที่รัฐมองข้ามความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรม แต่สันติภาพที่เริ่มเห็นแสงสว่างในปัจจุบันล้วนมีจุดเริ่มต้นจากการที่รัฐบาลกล้า “ลดราวาศอก” หันมาสื่อสารด้วยความเคารพในศักดิ์ศรีของท้องถิ่น และใช้ความสัตย์จริงในการแก้ปัญหา มากกว่าการใช้เพียงอำนาจบังคับ ซึ่งเป็นโมเดลความสำเร็จที่ไทยกำลังนำมาปรับใช้ได้อย่างถูกที่ถูกเวลา

                         การปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์สื่อสารในครั้งนี้ จึงเป็นเหมือนการ “ถางทาง” ให้แสงสว่างแห่งความเข้าใจส่องถึงกันได้ง่ายขึ้น ความจริงใจที่รัฐแสดงออกผ่านการรับฟังและการลงพื้นที่จริง คือเกราะป้องกันชั้นดีที่ช่วยลดแรงเสียดทานและสร้างความปลอดภัยให้แก่ทั้งเจ้าหน้าที่และมวลชน เมื่อฝ่ายรัฐแสดงความนอบน้อมและจริงใจต่อวิถีชีวิตท้องถิ่น พื้นที่ของความหวาดระแวงย่อมถูกแทนที่ด้วยความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม

                        ท้ายที่สุด สันติภาพที่แท้จริงจะไม่ได้เกิดจากปลายกระบอกปืน แต่จะเกิดจากความกล้าหาญที่จะยอมรับความจริงและการแสดงความรับผิดชอบอย่างจริงใจ 

                       ขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนที่ยึดมั่นในแนวทางสันติ และขอให้พี่น้องประชาชนร่วมกันเดินหน้าบนความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อให้พื้นที่ซึ่งเคยเต็มไปด้วยความเปราะบาง กลายเป็นพื้นที่แห่งความหวังที่ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีศักดิ์ศรีและยั่งยืน อันเป็น “สันติสุข” ที่ต่างยอมรับร่วมกัน

2569-04-21  “ชัยทัศน์” 

ข่าวล่าสุด

 10 ข้อควรรู้: เปิดแอร์หน้าร้อนยังไง… ให้เย็นฉ่ำและค่าไฟไม่พุ่ง!

เปิดแอร์อุณหภูมิเท่าไหร่ ประหยัดไฟที่สุด? ป้าดาแนะนำที่ 25-26 องศาเซลเซียส ค่ะ เป็นระดับที่ร่างกายกำลังสบายและคอมเพรสเซอร์แอร์ไม่ต้องทำงานหนักเกินไป หากอยากเย็นกว่านี้ให้ใช้ "พัดลม" ช่วยเป่าจะเย็นขึ้นอีก 1-2 องศา

End Game ที่ควรจะเกิดขึ้น

อิหร่านจะเป็นฮีโร่ของโลกมุสลิม และของโลก หากสามารถปลดล็อคปัญหาเรื้อรังของตะวันออกกลางที่ City of London วางยาเอาไว้ได้

คนไทยหนุนโทษประหารคนโกง

คนไทยใครยังไม่หมดหวัง มาช่วยกันส่งเสียง ดันให้ถึงรัฐบาล "หนุนใช้โมเดล จีน,สิงคโปร์,เวียดนาม ออกกฎหมาย ปราบคอรัปชั่นขั้นเด็ดขาด(โกง=ประหาร)

BRICS โจมตีดอลลาร์และ SWIFT ครั้งใหญ่ 

สงครามอิหร่านเร่งกระแสเลิกพึ่งสกุลเงินสหรัฐฯ จีน–รัสเซีย สร้างระบบการเงินคู่ขนาน สำนักข่าว Sputnik India รายงานว่า กลุ่มประเทศ BRICS กำลังเดินหมากกดดันสถานะนำของดอลลาร์สหรัฐและระบบโอนเงินระหว่างประเทศ SWIFT อย่างรุนแรงขึ้น โดยนักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าความขัดแย้งทางทหารกับอิหร่าน กลายเป็น “ตะปูตัวสุดท้าย”...

ข่าวอื่นๆ

รื้อระบบ  “ฟรีวีซ่า” ตัดวงจร“ทุนเทา“  หรือทุบหม้อข้าว…ท่องเที่ยว ?

เดินหน้าเขย่านโยบายคนเข้าเมืองครั้งใหญ่ เตรียมชงมาตรการลดวันพำนัก "ฟรีวีซ่า" (Visa Exemption) จากเดิมที่เคยขยายให้ถึง 60 วัน กลับมาสู่มาตรฐานเดิมที่ 30 วัน เพื่อยกระดับความมั่นคงและคัดกรอง "นักท่องเที่ยวคุณภาพ"

รัฐถือ“ไม้เรียว” จัดระเบียบทุนพลังงาน   รื้อโครงสร้างราคา “หน้าโรงกลั่น”

ภาพลักษณ์ใหม่ของกระทรวงพลังงานภายใต้การนำของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่มีความชัดเจนและดุดันยิ่งขึ้นในการประกาศยุทธศาสตร์ “ไม่เกรงใจกลุ่มทุน”

“ใคร?” คือเจ้าของตัวจริงธุรกิจท่องเที่ยวไทย !เปิดโครงสร้างนอมินี 4 แสนล้าน 

สถิติจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยยอดตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยงนอมินีในปีที่ผ่านมาพุ่งสูงกว่า 16,000 ราย ใน 10 จังหวัดท่องเที่ยวหลัก