วันอาทิตย์, มีนาคม 15, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTอย่างไรก็ตาม ทุกฝ่ายต่างจับตาดูอย่างใกล้ชิดถึงท่าทีของผู้นำทั้งสองประเทศ และบทบาทของประชาคมโลกในการช่วยยุติความขัดแย้งที่กำลังคุกคามสันติภาพในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม ทุกฝ่ายต่างจับตาดูอย่างใกล้ชิดถึงท่าทีของผู้นำทั้งสองประเทศ และบทบาทของประชาคมโลกในการช่วยยุติความขัดแย้งที่กำลังคุกคามสันติภาพในภูมิภาค

เผยแพร่

spot_img

  ชายแดนไทย-กัมพูชาทำท่าจะดุเดือดยอดผู่เสียชีวิตพุ่งและวิกฤติการณ์การทูตสั่นคลอน

                  สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาปะทุขึ้นอีกครั้งอย่างรุนแรงเป็นวันที่สองติดต่อกัน ท่ามกลางรายงานความสูญเสียที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจของทั้งสองฝ่าย รวมถึงการยกระดับการตอบโต้ทางการทูตส่อเค้าว่าความขัดแย้งอาจบานปลายจนยากจะควบคุม

                  การปะทะได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยมีรายงานการใช้ทั้งอาวุธเบา ปืนใหญ่และจรวด BM-21 จากฝั่งกัมพูชา ขณะที่กองทัพอากาศไทยได้ตอบโต้ด้วยการส่งเครื่องบินขับไล่ F-16 ขึ้นปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถึง 2 ครั้งในพื้นที่เป้าหมายทางทหารของกัมพูชา

                 มีรายงานว่ามีพลเรือนเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 13 ราย รวมถึงเด็กด้วยและทหารเสียชีวิต 1 นาย นอกจากนี้ยังมีทหารได้รับบาดเจ็บ 15 นาย และพลเรือนอีก 30 ราย ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการโจมตีเป้าหมายพลเรือนและโรงพยาบาลในไทยที่ถูกประณามว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ

               ส่วนกัมพูชามีรายงานระบุว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 24 ราย ส่วนใหญ่เป็นทหาร นอกจากนี้ยังมีพลเรือนเสียชีวิต 4 ราย และพระสงฆ์ 1 รูป พร้อมด้วยผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมาก  ทำให้

สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น จนต้องอพยพประชาชรออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อวิถีชีวิตและการค้าชายแดนที่ต้องหยุดชะงัก

                    ท่ามกลางการปะทะที่ดำเนินไปอย่างดุเดือด ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศก็เข้าสู่ภาวะวิกฤตเช่นกัน โดยกระทรวงการต่างประเทศของไทยได้ตัดสินใจเรียกเอกอัครราชทูตไทยประจำกัมพูชากลับ และดำเนินการขับเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทยออกนอกประเทศ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนของการลดระดับความสัมพันธ์

                            วิกฤตการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการปะทะทางทหารแต่เป็นการทดสอบครั้งสำคัญสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้านและเสถียรภาพในภูมิภาคอาเซียน

                            สิ่งที่ติดตามมาให้ขบคิดและดำเนินการไม่ว่าการตกลงหยุดยิงอย่างเป็นทางการและถาวร เพื่อยุติการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและกำลังพลทั้งสองฝ่าย  

                            สิ่งที่เห็นได้ชัดคือผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมที่รัฐบาลทั้งสองฝ่ายจำเป็นต้องเร่งให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ รวมถึงการฟื้นฟูเศรษฐกิจชายแดนเมื่อสถานการณ์กลับคืนสู่ภาวะปกติ

                            ด้วยความรุนแรงของการปะทะในขณะนี้และการขาดสัญญาณที่ชัดเจนของการเจรจาเพื่อลดความตึงเครียด คาดว่าสถานการณ์ชายแดนในวันถัด ๆ ไปในสัปดาห์นี้จะยังคงตึงเครียดสูงและมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการปะทะย่อยๆขึ้นอีกในหลายพื้นที่ 

                          ยังมีเสียงวิวิจารณ์มากขึ้นและจับตาดูอย่างใกล้ชิดถึงท่าทีของผู้นำฝ่ายไทยที่เป็นรักษาการนายกรัฐมนตรีไม่ได้แสดงบทบาทชัดเจนในทางรุกดละตอบโต้อย่างทันการมากไปกว่าประคองสถานการณ์ไว้เท่านั้น

ข่าวล่าสุด

 Iran ได้โจมตี เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศของสหรัฐ 5 ลำ

ตามรายงานของ The Wall Street Journal ระบุว่า Iran ได้โจมตี เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศของสหรัฐ 5 ลำ ที่ประจำการอยู่ใน Prince Sultan Air Base ภายใน Saudi Arabia

โรงกลั่นเร่งหาน้ำมันดิบ อเมริกา-แอฟริกา แทน เผย ไทยมีน้ำมันสำรองใช้ได้ 95 วัน 

กลุ่มโรงกลั่นได้ทำรายงานสรุปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ สถานการณ์ความมั่นคงด้านพลังงาน โดยเฉพาะใน “การจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิง” ให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ

รัฐเร่งจัดระเบียบต่างด้าว, กวาดล้างส่วยเจ้าหน้าที่  วิกฤตความมั่นคงสองด้าน

ดีเดย์ 31 มีค. เอกซเรย์แรงงานข้ามชาติทั่วประเทศ สกัด “ทุนเทา นอมินี” แฝงครอบงำเศรษฐกิจ   รัฐบาลประกาศยกระดับมาตรการควบคุมแรงงานต่างด้าวและการตรวจสอบธุรกิจนอมินีทั่วประเทศ โดยกำหนดเส้นตาย 31 มีนาคม นี้ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดระเบียบแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลดิจิทัล พร้อมเดินหน้าปราบปรามเจ้าหน้าที่รัฐที่เรียกรับผลประโยชน์หรือปล่อยปละละเลยการบังคับใช้กฎหมาย...

ประเทศไทย  ไม่ใช่ “ดินแดนแห่งพันธสัญญา”

ไทยต้องระวังถูกกลืนดินแดนทางเหนือ ด้วยการปั่นกระแสโดยคนยิวบางคนว่าเป็น “ดินแดนพันธสัญญา” เพื่อดึงคนอิสราเอลหนีสงครามมาตั้งรกรากจนสุ่มเสี่ยงเสียอธิปไตย

ข่าวอื่นๆ

รัฐเร่งจัดระเบียบต่างด้าว, กวาดล้างส่วยเจ้าหน้าที่  วิกฤตความมั่นคงสองด้าน

ดีเดย์ 31 มีค. เอกซเรย์แรงงานข้ามชาติทั่วประเทศ สกัด “ทุนเทา นอมินี” แฝงครอบงำเศรษฐกิจ   รัฐบาลประกาศยกระดับมาตรการควบคุมแรงงานต่างด้าวและการตรวจสอบธุรกิจนอมินีทั่วประเทศ โดยกำหนดเส้นตาย 31 มีนาคม นี้ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดระเบียบแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลดิจิทัล พร้อมเดินหน้าปราบปรามเจ้าหน้าที่รัฐที่เรียกรับผลประโยชน์หรือปล่อยปละละเลยการบังคับใช้กฎหมาย...

เปิดคัมภีร์ “ล้ง” จากนายอากรโรงสีสู่มาเฟียนอมินี

วิกฤตราคามะพร้าวน้ำหอมและทุเรียนที่ตกต่ำไม่ใช่เพียงกลไกตลาด แต่คือผลพวงของประวัติศาสตร์การผูกขาดที่ฝังรากมานานกว่าศตวรรษ ข้อมูลจากการสืบสวนของ กรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI

ล้งมะพร้าวเขย่าระบบเกษตรไทย  มะพร้าวราคาดิ่ง …!

คดีล้งมะพร้าวราชบุรีเผยโครงสร้างการค้าผลผลิตที่อาจถูกครอบงำโดยทุนต่างชาติ ขณะที่หลายหน่วยงานรัฐถูกตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงปล่อยให้ธุรกิจลักษณะนี้เติบโตมานาน