หน้าแรกINSIDE - INSIGHTจาก “รอง ฯ จะเลื่อยขาผู้ว่า ฯ” กระฉ่อนโซเชียล

จาก “รอง ฯ จะเลื่อยขาผู้ว่า ฯ” กระฉ่อนโซเชียล

เผยแพร่

spot_img

                          ชนวนเหตุแห่งความสั่นสะเทือนในแวดวงสิงห์มหาดไทยเริ่มต้นขึ้นจากแรงกระเพื่อมบนโลกออนไลน์ เมื่อมีกระแสสะพัดระบุถึงความไม่เป็นเอกภาพภายในศาลากลางจังหวัดท่องเที่ยวระดับโลกอย่างภูมิภาคอันดามัน โดยปรากฏข้อความท้าทายสายงานการบังคับบัญชาในลักษณะที่ว่าข้าราชการระดับรองมีศักยภาพและบารมีสูงพอที่จะกดดันให้มีการโยกย้ายผู้บังคับบัญชาสูงสุดของจังหวัดได้ 

                        กระแสข่าวดังกล่าวส่งผลให้ฝ่ายบริหารระดับสูงและผู้นำรัฐบาลแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงกลางที่ประชุมมอบนโยบายแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ โดยเน้นย้ำอย่างดุดันว่าตามหลักเกณฑ์ปกครองภูมิภาค ข้าราชการระดับรองไม่มีสิทธิ์สั่นคลอนเก้าอี้เบอร์หนึ่ง และการปล่อยข่าวเช่นนี้เป็นเรื่องที่ไร้สาระอย่างยิ่งในระบบราชการไทย

ทว่า ท่าทีที่ดุดันในที่ประชุมกลับถูกแปรเปลี่ยนเป็นมาตรการทางปกครองอย่างฉับพลัน เพียงชั่วข้ามคืนปลัดกระทรวงมหาดไทยได้สะบัดปากกาลงนามในคำสั่งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงทันที โดยสั่งย้ายระนาบเดียวกันให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดคู่ขัดแย้งหลัก โดยเฉพาะคนที่มีบทบาทสำคัญซึ่งเรียกกันในพื้นที่ว่า “รองกุ้ง” ให้เดินทางไปดำรงตำแหน่งใหม่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และอีกรายไปที่จังหวัดสงขลา เพื่อเป็นการตัดวงจรความขัดแย้งไม่ให้ลุกลามและเป็นการดับไฟโซเชียลที่กำลังโหมกระหน่ำ

                            หากพิจารณาผิวเผินนี่คือมาตรการเด็ดขาดเพื่อรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของสายการบังคับบัญชาตามถ้อยแถลงของฝ่ายการเมือง. แต่ความซับซ้อนของเกมอำนาจกลับทวีความล้ำลึกยิ่งขึ้นเมื่อคลื่นลูกที่สองตามมาในวันถัดไป คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบสั่งย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตออกจากพื้นที่เช่นกัน โดยให้เข้ามาดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทยที่ส่วนกลาง

                            การย้ายหัวหน้าหน่วยงานสูงสุดพร้อมกับผู้ช่วยในลักษณะ “ยกชุด” เช่นนี้ สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาในพื้นที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องส่วนบุคคล แต่เป็นวิกฤตเชิงโครงสร้างที่ทับซ้อนระหว่างผลประโยชน์ กลุ่มทุนท้องถิ่น และขั้วอำนาจส่วนกลาง จนทำให้กลไกการบริหารพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษแห่งนี้เกิดสภาวะชะงักงัน

                            ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดท่องเที่ยวแห่งนี้ถูกเปรียบเปรยว่าเป็นเสมือนการเผชิญหน้ากับ “เม็ดทรายในรองเท้า” ซึ่งแม้อาจดูเป็นสิ่งเล็กน้อย แต่หากปล่อยทิ้งไว้ในรองเท้าของนักบริหาร ยิ่งก้าวเดินก็ยิ่งสร้างความเจ็บปวดและทำให้การขับเคลื่อนนโยบายหลักของรัฐบาลสะดุดลง ฝ่ายบริหารระดับสูงจึงจำเป็นต้องจัดดุลอำนาจใหม่ทั้งหมด และเลือกใช้ยุทธวิธี “อุ้มเข้าส่วนกลางเพื่อดับไฟ” ดึงคู่กรณีหลักทั้งหมดออกจากพื้นที่ยุทธศาสตร์ เพื่อเคลียร์หน้าเสื่อและเปิดทางให้กลไกใหม่ที่ไม่มีความขัดแย้งสามารถลงไปสังคายนาและจัดระเบียบพื้นที่ท่องเที่ยวขนาดใหญ่ได้อย่างเป็นเอกภาพอีกครั้ง

                           ผลลัพธ์ของคำสั่งโยกย้ายระลอกนี้สะท้อนถึงเทคนิค “การหักเหลี่ยมซ่อนรูป” หรือการลงจอดแบบนุ่มนวล (Soft Landing) อย่างมีศิลปะ เพราะปลายทางของข้าราชการประจำทุกคนไม่ได้เป็นการถูกแช่แข็งหรือลดชั้นทางวินัย แต่เป็นการหมุนเวียนไปสู่รังทองแห่งใหม่ในจังหวัดเกรดเอที่มีศักยภาพสูง   ยิ่งเมื่อปรากฏภาพฉากจบที่อบอุ่นเมื่อผู้นำรัฐบาลเดินเข้าไปสวมกอดอดีตผู้ว่าฯ พร้อมกับคำปลอบประโลมว่า “มาอยู่กับพี่ มาอยู่ใกล้ ๆ กัน” ยิ่งเป็นการส่งสัญญาณเชิงโครงสร้างให้ข้าราชการทั้งกระทรวงรับรู้ว่านี่คือกลไกการปกป้องตัวบุคคลในสายสัมพันธ์ ภายใต้หลักคิดที่ว่า “น้องพี่… ยังมีอนาคต” บนเส้นทางบริหาร และเป็นการจัดสรรผลประโยชน์ที่ลงตัวในหอคอยส่วนกลาง

2569-06-18   “ชัยทัศน์”

ข่าวล่าสุด

ร้าน “ขายยา” จะถึงฉากอวสาน…หรือไม่ ?   20,000 กว่าร้านยังอยู่ -แต่กำไรถูกบีบ ทุนใหญ่กำลังเปลี่ยนเกม

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเคยประเมินยอดขายธุรกิจร้านขายยาในปี 2567 ประมาณ 43,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน

เรื่องสั้น  “ตามล่า..มาเฟีย” |  “ชัยทัศน์”

เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสัตว์ร้ายที่กำลังซุ่มเงียบในป่าคอนกรีตที่เต็มไปด้วยกิเลส ภารกิจขุดรากถอนโคนแก๊งยาเสพติดข้ามชาติที่ชื่อว่า "โทนี่" ลากยาวมาหลายเดือน ข้อมูลเดียวที่เขามีคือมันร่อนเร่ไปตามแหล่งบันเทิง และมี "นกต่อ" เป็นสาวสวยคอยกรองลูกค้าชั้นดี มันคือ “มาเฟีย..” ที่เขาต้องขจัดให้ได้

อนุทินเดินสาย ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์   สร้างความเชื่อมั่นนอกบ้าน  แต่อย่าทิ้ง..ต้องปัดกวาดบ้าน !

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 17 สิงหาคม 2569 องคาพยพการทูต “อนุทิน” ข้ามสมุทรแปซิฟิก   รื้อฟื้นสะพานเชื่อมมหาอำนาจกลาง สู่เกมสมดุลพลิกเกมคานอำนาจโลก                            ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจโลกที่ทวีความตึงเครียด รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เดินเกมรุกทางการทูตครั้งประวัติศาสตร์ด้วยกำหนดการเยือนเครือรัฐออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ...

“ปิด-ล้าง-เลี่ยง-หยุด” 4 เกราะ..สู้ไข้หวัดใหญ่ 2.47 แสนราย

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึง 27 กรกฎาคม 2569 พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สะสม 247,215 ราย เสียชีวิต 25 ราย ขณะที่โควิด-19 พบผู้ป่วย 36,246 ราย เสียชีวิต 5 ราย

ข่าวอื่นๆ

ร้าน “ขายยา” จะถึงฉากอวสาน…หรือไม่ ?   20,000 กว่าร้านยังอยู่ -แต่กำไรถูกบีบ ทุนใหญ่กำลังเปลี่ยนเกม

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเคยประเมินยอดขายธุรกิจร้านขายยาในปี 2567 ประมาณ 43,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน

อนุทินเดินสาย ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์   สร้างความเชื่อมั่นนอกบ้าน  แต่อย่าทิ้ง..ต้องปัดกวาดบ้าน !

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 17 สิงหาคม 2569 องคาพยพการทูต “อนุทิน” ข้ามสมุทรแปซิฟิก   รื้อฟื้นสะพานเชื่อมมหาอำนาจกลาง สู่เกมสมดุลพลิกเกมคานอำนาจโลก                            ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจโลกที่ทวีความตึงเครียด รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เดินเกมรุกทางการทูตครั้งประวัติศาสตร์ด้วยกำหนดการเยือนเครือรัฐออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ...

“ปิด-ล้าง-เลี่ยง-หยุด” 4 เกราะ..สู้ไข้หวัดใหญ่ 2.47 แสนราย

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึง 27 กรกฎาคม 2569 พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สะสม 247,215 ราย เสียชีวิต 25 ราย ขณะที่โควิด-19 พบผู้ป่วย 36,246 ราย เสียชีวิต 5 ราย