ทวีปยุโรปกำลังเผชิญกับสถานการณ์ “อากาศสุดขั้ว” (Extreme Weather) จากอิทธิพลของคลื่นความร้อน (Heatwave) และปรากฏการณ์โดมความร้อน (Heat Dome) อย่างรุนแรง ซึ่งมีสาเหตุมาจากมวลอากาศร้อนจัดที่เคลื่อนตัวมาจากทะเลทรายซาฮารา ปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของยุโรปตะวันตกและยุโรปใต้ ทำให้อุณหภูมิพุ่งสูงทำลายสถิติในหลายพื้นที่
สรุปสถานการณ์ล่าสุดในแต่ละประเทศที่ได้รับผลกระทบหนัก มีดังนี้ครับ
สเปน
อุณหภูมิพุ่งสูงถึง 45 องศาเซลเซียส ในบางพื้นที่
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของสเปนระบุว่า อุณหภูมิเฉลี่ยตอนนี้สูงกว่าค่าปกติของช่วงเวลานี้ในแต่ละปีถึง 5–10 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะทางตอนเหนือของประเทศที่ร้อนกว่าปกติเกิน 10 องศาเซลเซียส
ฝรั่งเศส
อุณหภูมิพุ่งแตะ 40–41 องศาเซลเซียส (เช่นที่เมืองนองต์)

ทางการต้องจัดประชุมฉุกเฉิน และขยายพื้นที่ประกาศเตือนภัยขั้นสูงสุดเพิ่มเป็น 54 จังหวัด (จากทั้งหมด 101 จังหวัด)
อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งกลางวันและกลางคืนแตะ 29.2 องศาเซลเซียส ทำลายสถิติเป็นเดือนมิถุนายนที่ร้อนที่สุดของฝรั่งเศส
รายงานผู้เสียชีวิต: ล่าสุดมีรายงานผู้เสียชีวิตจากสภาพอากาศร้อนจัดนี้แล้วอย่างน้อย 18 รายในฝรั่งเศส
อิตาลี
ทางการอิตาลีต้องประกาศ เตือนภัยคลื่นความร้อนระดับสีแดง (Red Alert) ใน 12 เมืองใหญ่ทั่วประเทศ เนื่องจากความร้อนอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง

สหราชอาณาจักร (อังกฤษ)
แม้จะเข้าสู่คลื่นความร้อนระลอกนี้มาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนก่อน แต่อุณหภูมิยังคงสูงผิดปกติ ล่าสุดที่สนามบินฮีทโธรว์ กรุงลอนดอน วัดได้สูงถึง 34.8 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นสถิติที่เกิดขึ้นได้ยากมากในช่วงเวลานี้ของปี จนต้องมีการประกาศเตือนภัยสุขภาพระดับสีเหลือง
ผลกระทบวงกว้างในยุโรปขณะนี้:

นอกเหนือจากภัยความร้อนแล้ว ปรากฏการณ์อากาศสุดขั้วครั้งนี้ยังส่งผลให้บางประเทศ เช่น เยอรมนี ต้องประกาศเตือนภัยพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรง และ สวิตเซอร์แลนด์ เผชิญกับฝนตกหนักน้ำท่วมฉับพลันในเวลาเดียวกัน ขณะที่หลายเมืองในยุโรปต้องสั่งปิดโรงเรียนชั่วคราวและจำกัดการให้บริการรถไฟเพื่อความปลอดภัยเนื่องจากรางรถไฟเสี่ยงบิดเบี้ยวจากความร้อน



