หน้าแรกINSIDE - INSIGHTปิดฉากแดดมรณะ “เอลนิโญ”   El Nino... !

ปิดฉากแดดมรณะ “เอลนิโญ”   El Nino… !

เผยแพร่

spot_img

ตั้งรับอุทกภัย “ลานิญา”  La Nina ถล่มไทยลากยาวปลายปี

สทนช. งัดบิ๊กดาต้าสู้ฝนถล่มเมือง จับตามาตรการรัฐบาลจะ“รอดหรือร่วง” ..ในศึกรับมือน้ำหลาก

                                 หากใครคิดว่าสภาวะ “เอลนีโญ” El Nino ที่แผดเผาประเทศไทยจนแห้งแล้งและร้อนระอุในช่วงที่ผ่านมาคือจุดสูงสุดของวิกฤตแล้ว ข่าวร้ายก็คือโลกกำลังเหวี่ยงขั้วภูมิอากาศเข้าสู่ปรากฏการณ์ตรงกันข้ามอย่าง “ลานีญา”  La Nina  เร็วกว่าที่คาดคิด 

                                  นักวิเคราะห์เตือนภัยว่า ลมแดดที่เพิ่งผ่านพ้นกำลังจะแปรเปลี่ยนเป็นมวลน้ำมหาศาลและภาวะ “พืชผลเสียหายจากน้ำท่วมฉับพลัน” ที่อาจลากยาวข้ามปี ท่ามกลางคำถามสำคัญว่า แผนรับมือ 9 มาตรการของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ที่ชูเทคโนโลยีคลังข้อมูลน้ำแห่งชาตินั้น จะสามารถคุ้มครองปากท้องของประชาชนได้จริง หรือเป็นเพียงพิมพ์เขียวในห้องแอร์ ในขณะที่เกษตรกรและคนเมืองกำลังเผชิญหน้ากับความเสี่ยงด้านอุทกภัยที่คาดเดาได้ยากที่สุดในรอบหลายปี

                                  หากคิดว่าสภาวะ “เอลนีโญ” ที่แผดเผาประเทศไทยจนแห้งแล้งและร้อนระอุในช่วงที่ผ่านมาคือจุดสูงสุดของวิกฤตแล้ว ข่าวร้ายก็คือโลกกำลังเหวี่ยงขั้วภูมิอากาศเข้าสู่ปรากฏการณ์ตรงกันข้ามอย่าง “ลานีญา” เร็วกว่าที่คาดคิด ซึ่งนักวิเคราะห์เตือนว่า ลมแดดที่เพิ่งผ่านพ้นกำลังจะแปรเปลี่ยนเป็นมวลน้ำมหาศาลและภาวะ “พืชผลเสียหายจากน้ำท่วมฉับพลัน” ที่อาจลากยาวข้ามปี ท่ามกลางคำถามสำคัญว่า แผนรับมือ 9 มาตรการของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ที่ชูเทคโนโลยีคลังข้อมูลน้ำแห่งชาตินั้น จะสามารถคุ้มครองปากท้องของประชาชนได้จริง หรือเป็นเพียงพิมพ์เขียวในห้องแอร์ ในขณะที่เกษตรกรและคนเมืองกำลังเผชิญหน้ากับความเสี่ยงด้านอุทกภัยที่คาดเดาได้ยากที่สุดในรอบหลายปี

                                  ภาพจำของแดดมรณะและค่าไฟที่พุ่งกระฉูดในช่วงเอลนีโญยังไม่ทันจางหาย ประเทศไทยกลับต้องตั้งรับกับความชื้นแฉะของลานีญาที่เข้ามาทุบสถิติปริมาณน้ำฝนรายวันแทน ซึ่งความแปรปรวนระลอกนี้ไม่เพียงแต่ผลักดันให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักพุ่งสูงจนเสี่ยงต่อภาวะน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ลุ่มต่ำเท่านั้น แต่ยังสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อระบบสาธารณสุขในเขตเมืองจากการแพร่ระบาดของโรคที่มากับน้ำ เช่น ไข้เลือดออก และยังไม่นับรวมฝันร้ายของคนกรุงที่ต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมขังรอการระบาย และการจราจรที่เป็นอัมพาตซ้ำเติมวิกฤตเศรษฐกิจปากท้องในครัวเรือน

                               เมื่อมองออกไปนอกเขตเมืองใหญ่ ภาคเกษตรกรรมที่เพิ่งบอบช้ำจากภัยแล้งของเอลนีโญ กลับต้องมาเจอแรงปะทะหนักหน่วงซ้ำสองจากมวลน้ำของลานีญา ปริมาณน้ำฝนที่หลากลงมาอย่างรวดเร็วและท่วมท้นในช่วงครึ่งหลังของปี จะทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำเกษตรกรรมกลายสภาพเป็นทะเลสาบ ส่งผลให้พืชเศรษฐกิจหลักทั้งข้าวนาปี อ้อย และมันสำปะหลัง ต้องจมอยู่ใต้น้ำจนเน่าเสียหาย ผลผลิตที่คาดว่าจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญกำลังก่อตัวเป็น “Food Shock” หรือวิกฤตอาหารแพงเนื่องจากสินค้าเกษตรขาดตลาด ดันราคาพืชผักและอาหารสดในท้องตลาดให้พุ่งสูงขึ้น ซ้ำเติมหนี้สินเกษตรกรรายย่อยให้จมลึกลงไปอีก

                             กุญแจสำคัญในการต่อสู้กับมวลน้ำรอบนี้จะตกเป็นหน้าที่ของ สทนช. ในฐานะเสนาธิการร่วมที่พยายามปรับกระบวนทัศน์จากการตั้งรับมาเป็นการบริหารจัดการเชิงรุกผ่านยุทธศาสตร์ “ท่วมแก้แล้ง” โดยสั่งการให้กรมชลประทานเร่งพร่องน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำและทางน้ำสายหลักล่วงหน้าเพื่อรองรับน้ำใหม่ พร้อมจับมือกับภาคีเครือข่ายนำระบบแดชบอร์ดอัจฉริยะมามอนิเตอร์และบริหารจัดการประตูระบายน้ำแบบ Real-time 

                            อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่แท้จริงหาใช่ความล้ำสมัยของตัวเลขบนหน้าจอในกรุงเทพฯ แต่คือประสิทธิภาพในการส่งต่อข้อมูลเตือนภัยและแจ้งอพยพลงไปถึงมือชาวบ้านในระดับท้องถิ่นที่ยังคงมีความล่าช้า

                           เพื่อไม่ให้ความเสียหายลุกลามจนเยียวยาไม่ได้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะร่วมกับหน่วยงานด้านเทคโนโลยีน้ำเร่งผลักดันนวัตกรรม “การเกษตรแบบเท่าทันภูมิอากาศ” (Climate-Smart Agriculture) สู่แปลงนาอย่างจริงจัง มีการออกประกาศปรับปฏิทินการเพาะปลูกใหม่เพื่อหลบเลี่ยงช่วงน้ำหลาก รณรงค์ให้เกษตรกรเลือกใช้สายพันธ์พืชที่ทนน้ำขัง รวมถึงการบริหารจัดการโครงสร้างระบบระบายน้ำในแปลงนาเพื่อลดการสูญเสีย ซึ่งมาตรการเหล่านี้จะสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อรัฐสามารถสร้างแรงจูงใจ ให้ความรู้ และสนับสนุนเครื่องมือในการปรับตัวแก่เกษตรกรได้อย่างทั่วถึงและทันท่วงที

                         ทุกประเทศในภูมิภาคอาเซียน ต่างกำลังเผชิญชะตากรรมภายใต้เงาของลานีญาไม่ต่างกัน เวียดนามกำลังเผชิญกับพายุหมุนเขตร้อนที่พัดเข้าถล่มพื้นที่เกษตรกรรมอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ต้องยกระดับมาตรการเฝ้าระวังดินโคลนถล่มขั้นสูงสุด อย่างไรก็ตาม สิงคโปร์กลับแสดงให้เห็นถึงความพร้อมที่เหนือกว่าด้วยระบบระบายน้ำอัจฉริยะและการออกแบบเมืองแบบ “City in a Garden” ที่มีพื้นที่ซับน้ำและอ่างเก็บน้ำกระจายอยู่ทั่วเมือง ทำให้พวกเขาสามารถบริหารจัดการน้ำฝนมหาศาลได้โดยแทบไม่กระทบต่อวิถีชีวิตคนเมือง สะท้อนให้เห็นว่าความมั่นคงทางสภาพภูมิอากาศขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์และการวางโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว

                          บทเรียนราคาแพงจากปรากฏการณ์เอลนีโญและลานีญาสลับขั้วในครั้งนี้    นักวิเคราะห์ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือเป็นเพียงรายงานลมฟ้าอากาศรายวันอีกต่อไป แต่มันคือ “ความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง” ที่สามารถพังทลายระบบเศรษฐกิจและสาธารณสุขของประเทศได้ในพริบตา การปฏิรูปโครงสร้างการจัดการน้ำที่บูรณาการทั้งระบบอย่างยั่งยืน โปร่งใส และเท่าทันต่อโลกที่เปลี่ยนไป จึงเป็นทางรอดเดียวของประเทศไทยในการเผชิญหน้ากับศตวรรษแห่งความผันผวนนี้

2569-06-29   “ชัยทัศน์”

ข่าวล่าสุด

วิกฤตความร้อนยุโรปเสียชีวิตแล้ว 1,300

สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตคลื่นความร้อนรุนแรง (Heatwave) ในยุโรป รายงานล่าสุด ​ยอดผู้เสียชีวิตภาพรวมในยุโรปโดย ​องค์การอนามัยโลก (WHO) เผยแพร่ข้อมูล ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตส่วนเกิน (Excess Deaths) ที่มีความเชื่อมโยงกับสภาพอากาศร้อนจัดสะสมแล้วมากกว่า 1,300 ราย...

PM 2.5   “ต้องอยู่” คู่..เมืองไทย ?  จีนโมเดล ทุบโต๊ะ…ดับฝุ่นพิษ หายเกลี้ยง !

วิกฤตฝุ่นควันมลพิษ PM 2.5 ที่ยังคงปกคลุมหนาทึบตามฤดูกาล ได้จุดประกายคำถามสำคัญจากสาธารณชนทุกสารทิศ ถึงความล่าช้าในการแก้ไขปัญหาของภาครัฐเมื่อเปรียบเทียบกับความสำเร็จของสาธารณรัฐประชาชนจีนที่สามารถคืนฟ้าใสให้ประชาชนได้ภายในทศวรรษเดียว

เรื่องสั้น   “แก้วเดิม”

เสียงคลื่นซัดเข้าหาฝั่งดังสม่ำเสมอ ราวกับใครบางคนกำลังหายใจอยู่ในความมืด แสงไฟนีออนจากบาร์ริมชายหาดสาดกระทบผิวน้ำเป็นสีแดงสลับม่วง กลิ่นเกลือทะเลปนกับกลิ่นเหล้ารัมราคาถูกและควันบุหรี่ลอยคลุ้ง “คุณมาคนเดียวเหรอ” เสียงผู้หญิงดังขึ้นข้าง ๆ

ผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 

นายชัชชาติย้ำว่าพร้อมทำงานร่วมกับ ส.ก. จากทุกพรรคและทุกกลุ่ม ขอเพียงเป็นคนที่ทำงานด้วยความสะอาด สุจริต และให้เกียรติประชาชน

ข่าวอื่นๆ

PM 2.5   “ต้องอยู่” คู่..เมืองไทย ?  จีนโมเดล ทุบโต๊ะ…ดับฝุ่นพิษ หายเกลี้ยง !

วิกฤตฝุ่นควันมลพิษ PM 2.5 ที่ยังคงปกคลุมหนาทึบตามฤดูกาล ได้จุดประกายคำถามสำคัญจากสาธารณชนทุกสารทิศ ถึงความล่าช้าในการแก้ไขปัญหาของภาครัฐเมื่อเปรียบเทียบกับความสำเร็จของสาธารณรัฐประชาชนจีนที่สามารถคืนฟ้าใสให้ประชาชนได้ภายในทศวรรษเดียว

“สองล้นเกล้าฯ เสด็จ ฯ เยือนฝรั่งเศส” พระราชไมตรีศตวรรษ จารึกพระเกียรติยศสูงสุดในสากลภูมิ

ภายใต้พระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ

ถึงเวลา “นายกรัฐมนตรี” สั่งปลด “รัฐมนตรีมหาดไทย”

อนุทินปลด-อนุทิน !…แล้วตั้ง “นายกฯ อนุทิน” รักษาการ “รัฐมนตรี อนุทิน“ เกม "เขย่า" หรือ "ตอกยึด" เก้าอี้เบอร์หนึ่งคุมกลไกภูมิภาคกันแน่? ถอดรหัสเครือข่ายศัลยกรรมกระดาษคำตอบท้องถิ่น ลามปามปมรอยร้าวสายปกครองอันดามัน                                    มหากาพย์ข้อร้องเรียนทุจริตสอบแข่งขันบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น (อปท.) ครั้งมโหฬาร...