หน้าแรกINSIDE - INSIGHTบทเรียน "เฮโรอีน-เมลเบิร์น" ถึงด่านไทย  ตรวจเข้มข้นหรือเปิดทางให้ VIP คล้องป้ายถืออภิสิทธิ์ ?

บทเรียน “เฮโรอีน-เมลเบิร์น” ถึงด่านไทย  ตรวจเข้มข้นหรือเปิดทางให้ VIP คล้องป้ายถืออภิสิทธิ์ ?

เผยแพร่

spot_img

INSIDE INSIGHTTHAITRIBUNE /  1 กรกฎาคม 2569

โดย “ชัยทัศน์”

ผ่าช่องโหว่ภัยคุกคามจากคนใน และมายาคติ “Fast Track”

                                ผ่าแถลงการณ์สุวรรณภูมิยันระบบตรวจระเบิดได้มาตรฐาน ส่องพิมพ์เขียวอาชญากรรมการบินโลกเมื่ออภิสิทธิ์ชนพ่ายเครือข่าย ‘คนใน’

                               ชนวนเหตุความสั่นสะเทือนต่อวงการการบินไทยปะทุขึ้นเด่นชัด หลังกองกำลังพิทักษ์พรมแดนออสเตรเลีย  ร่วมกับตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย  แถลงผลการสกัดจับพนักงานต้อนรับหญิงของสายการบินไทย วัย 26 ปี พร้อมเฮโรอีนบริสุทธิ์น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม มูลค่าในตลาดมืดกว่า 11 ล้านบาท ซุกซ่อนในชั้นซับในของกระเป๋าผ้าใบเล็กจำนวน 12 ใบ ณ ท่าอากาศยานเมลเบิร์น 

ทว่าในมิติทางการข่าว คดีนี้เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งที่สะท้อนถึงการแทรกแซงของขบวนการอาชญากรรมจัดตั้งข้ามชาติ (Organized Crime) ที่พึ่งพาพฤติการณ์ลักลอบขนส่งสิ่งผิดกฎหมายผ่าน “ช่องทางและสิทธิ์พิเศษ” ของพนักงานสายการบิน

                              ต่อกรณีดังกล่าว ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความโปร่งใส โดยระบุว่าระบบสายพานลำเลียงสัมภาระขาออกของสนามบินเป็นระบบเอ็กซเรย์ตรวจจับวัตถุระเบิดอัตโนมัติ ซึ่งผลการตรวจสอบกระเป๋าใบดังกล่าวขึ้นสถานะปกติ ไม่พบวัตถุระเบิดและสารระเบิด สัมภาระจึงเข้าสู่กระบวนการลำเลียงขึ้นอากาศยานตามขั้นตอน เนื่องจากมาตรการมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อป้องกันภัยคุกคามและการก่อวินาศกรรมต่อความปลอดภัยของการบินพลเรือน ทั้งนี้ทางท่าอากาศยานยังระบุด้วยว่า ที่ผ่านมาได้ดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยและสกัดกั้นยาเสพติดอย่างเข้มงวด ทั้งเที่ยวบินขาเข้าและขาออก โดยทำงานบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภายใต้โครงการสกัดกั้นยาเสพติดผ่านท่าอากาศยาน ทั้ง ปปส.กรมศุลกากร  ตรวจคนเข้าเมือง และตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองและการคัดกรองผู้ต้องสงสัย พร้อมน้อมรับทุกข้อคิดเห็นไปพัฒนาต่อยอด

                                  ตรวจย้อนกลับถึงสถิติของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) และองค์การศุลกากรโลก (WCO) จะพบว่าปัญหาภัยคุกคามจากคนใน (Insider Threat) ผ่านช่องทางพิเศษ ไม่ใช่เรื่องใหม่และเกิดขึ้นกับสนามบินยักษ์ใหญ่ทั่วโลก ตัวอย่างเช่น ท่าอากาศยานจอห์น เอฟ. เคนเนดี้ (JFK) ในนิวยอร์ก หรือสนามบินในไมอามี ที่ระบบโครงการ Known Crewmember (KCM) หรือช่องทางด่วนของลูกเรือที่ลดหย่อนการตรวจค้น เคยถูกเครือข่ายข้ามชาติเจาะระบบใช้เป็นท่อลำเลียงเงินสดค้ายาและฟอกเงินกว่า 280 ล้านบาท หรือกรณีแอร์โฮสเตสสายการบินใหญ่ในสหรัฐฯ พันยาเสพติดประเภทเฟนทานิลรอบหน้าท้องแล้วไปจนมุมที่ซานฟรานซิสโก สถิติทั่วโลกจึงชี้ชัดว่า ตราบใดที่ระบบยังให้ “สิทธิพิเศษทางสถานะ” แก่บุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ขบวนการอาชญากรรมจะวิ่งเข้าหาช่องโหว่นั้นทันที

                             รายงานวิเคราะห์จากองค์กรสากลยังระบุปัจจัยร่วมอีกประการ คือความเหลื่อมล้ำของราคากลางและการล่อใจเชิงเศรษฐกิจ ในภูมิภาคเอเชียและออสเตรเลีย ราคายาเสพติดในตลาดมืดของออสเตรเลียหรือญี่ปุ่นจะพุ่งสูงขึ้น 10-20 เท่า เม็ดเงินก้อนโตที่กลุ่มอาชญากรยื่นเสนอให้กับผู้ถือสิทธิ์ช่องทางด่วนในการเดินผ่านแดนเพียงครั้งเดียว มักสูงกว่ารายได้ทั้งปีของพวกเขา เช่นเดียวกับกรณีในอดีตที่ลูกเรือสายการบินมาเลเซียซุกซ่อนเฮโรอีนผ่านจุดตรวจขาออกประเทศตนเองมาจนมุมที่เมลเบิร์น หรือขบวนการซื้อตัวพนักงานทำความสะอาดและเจ้าหน้าที่คลังสินค้าในอินชอนและไต้หวันเพื่อซุกทองคำแท่งและไอซ์เข้าญี่ปุ่น สะท้อนว่าร้อยละ 80 ของคดีลักษณะนี้ มักเล็ดลอดด่านขาออกประเทศต้นทางได้อย่างราบรื่น และไปจนมุมที่ด่านขาเข้าของประเทศปลายทางด้วยระบบสุนัขดมกลิ่น K-9 และการวิเคราะห์พฤติกรรมแทน

                              เมื่อหันกลับมามองสภาพความเป็นจริงของท่าอากาศยานในประเทศไทย แม้จะมีการบูรณาการร่วมกันของหน่วยงานความมั่นคงตามที่สุวรรณภูมิชี้แจง ทว่าในเชิงวัฒนธรรมองค์กร มายาคติเรื่อง “ระบบ VIP” และอภิสิทธิ์ชนยังคงฝังรากลึก ระบบรักษาความปลอดภัยหน้าด่านของไทยมักถูกขับเคลื่อนด้วยความเกรงใจต่อโปรไฟล์ เครื่องแบบ หรือป้ายห้อยคอพิเศษ การเดินทางเข้า-ออกเมืองผ่านช่องทางด่วนพิเศษ Fast Track ทั้งของลูกเรือและกลุ่มบุคคลสำคัญ ถูกแปรสภาพเป็นความยืดหยุ่นที่ลดทอนความเข้มงวดในการตรวจค้นทางกายภาพ  การแยกแยะระหว่างผู้อำนวยความสะดวกตามหน้าที่ กับผู้สมรู้ร่วมคิดในช่องทางพิเศษจึงทำได้ยาก ยิ่งไปกว่านั้น มาตรการสุ่มตรวจเชิงรุกแบบคาดเดาไม่ได้  ยังขาดการบังคับใช้อย่างจริงจังเมื่อเทียบกับมาตรฐานสากล

                          ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงช่องว่างทางความคิด ที่สำคัญยิ่งในระบบบริหารจัดการความมั่นคงท่าอากาศยานของไทย การที่ฝ่ายบริหารมุ่งเน้นการชี้แจงถึงประสิทธิภาพของเทคโนโลยีและใบรับรองมาตรฐานขั้นต่ำในการตรวจจับวัตถุระเบิด แม้จะเป็นข้อเท็จจริงในทางเทคนิค แต่ในมิติความมั่นคงสากลยุคใหม่กลับชี้ให้เห็นว่า ป้อมปราการทางเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีมูลค่ามหาศาล อาจสูญเสียสภาพบังคับและกลายเป็นสิ่งไร้ผลทันทีหาก “ระบบคัดกรองทางพฤติกรรมของมนุษย์”  และการบริหารจัดการภัยคุกคามจากคนใน  ยังคงมีช่องโหว่  มาตรฐานสากลที่พึงจะเป็นจึงไม่อาจแปรผันหรือยืดหยุ่นได้ตามสถานะ ภาพลักษณ์ หรือเครื่องแบบของผู้ผ่านแดน เนื่องจากกลยุทธ์ของอาชญากรรมจัดตั้งข้ามชาติในปัจจุบัน มักจงใจใช้ประโยชน์จากความไว้วางใจและความเกรงใจในระบบอภิสิทธิ์ชนเหล่านี้เป็นเครื่องมือหลักในการเจาะระบบรักษาความปลอดภัย

ข่าวล่าสุด

เบื้องหลัง  แอร์ไทยขนเฮโรอีนข้ามชาติ รับค่าจ้าง 6พัน

ไทย-ออสซี่ จับมือทลายเครือข่าย คดีการจับกุมพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน (แอร์โฮสเตส) ของสายการบินไทยที่ลักลอบขนยาเสพติดไปยังประเทศออสเตรเลีย เป็นประเด็นใหญ่ที่สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงระดับประเทศ  ​โดยเหตุการณ์ของการจับกุมครี้งนี้ เกิดเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 โดยแอร์โฮสเตสสาวชาวไทยอายุ 26 ปีรายหนึ่ง ได้ปฏิบัติหน้าที่บนเที่ยวบิน TG...

DSI ตามล่า อนันต์ อัศวโภคิน  เร่งทวงเงินฟอก จาก ธรรมกาย

ศาลได้อนุมัติออกหมายจับนายอนันต์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่เจ้าตัวไม่ได้เดินทางมาตามนัดเพื่อส่งตัวฟ้องศาลในคดีสมคบฟอกเงิน

รองนายกฯปารีส  ฉุน ! โดนล้อไม่มีเครื่องแอร์ ตอกกลับอเมริกา ต้นตอทำโลกร้อน

นางออเดรย์ พุลวาร์ (Audrey Pulvar) รองนายกเทศมนตรีกรุงปารีส ได้ออกมาโพสต์ตอบโต้นักท่องเที่ยวและนักข่าวชาวอเมริกันบนโซเชียลมีเดีย หลังจากที่คนอเมริกันพากันล้อเลียนและบ่นเรื่องที่ปารีสรวมถึงบ้านเรือนในฝรั่งเศสส่วนใหญ่ "ไม่มีแอร์ (เครื่องปรับอากาศ)"

วิกฤตความร้อนยุโรปเสียชีวิตแล้ว 1,300

สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตคลื่นความร้อนรุนแรง (Heatwave) ในยุโรป รายงานล่าสุด ​ยอดผู้เสียชีวิตภาพรวมในยุโรปโดย ​องค์การอนามัยโลก (WHO) เผยแพร่ข้อมูล ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตส่วนเกิน (Excess Deaths) ที่มีความเชื่อมโยงกับสภาพอากาศร้อนจัดสะสมแล้วมากกว่า 1,300 ราย...

ข่าวอื่นๆ

PM 2.5   “ต้องอยู่” คู่..เมืองไทย ?  จีนโมเดล ทุบโต๊ะ…ดับฝุ่นพิษ หายเกลี้ยง !

วิกฤตฝุ่นควันมลพิษ PM 2.5 ที่ยังคงปกคลุมหนาทึบตามฤดูกาล ได้จุดประกายคำถามสำคัญจากสาธารณชนทุกสารทิศ ถึงความล่าช้าในการแก้ไขปัญหาของภาครัฐเมื่อเปรียบเทียบกับความสำเร็จของสาธารณรัฐประชาชนจีนที่สามารถคืนฟ้าใสให้ประชาชนได้ภายในทศวรรษเดียว

ปิดฉากแดดมรณะ “เอลนิโญ”   El Nino… !

ตั้งรับอุทกภัย “ลานิญา”  La Nina ถล่มไทยลากยาวปลายปี สทนช. งัดบิ๊กดาต้าสู้ฝนถล่มเมือง จับตามาตรการรัฐบาลจะ“รอดหรือร่วง” ..ในศึกรับมือน้ำหลาก                                  หากใครคิดว่าสภาวะ "เอลนีโญ" El Nino ที่แผดเผาประเทศไทยจนแห้งแล้งและร้อนระอุในช่วงที่ผ่านมาคือจุดสูงสุดของวิกฤตแล้ว ข่าวร้ายก็คือโลกกำลังเหวี่ยงขั้วภูมิอากาศเข้าสู่ปรากฏการณ์ตรงกันข้ามอย่าง "ลานีญา" ...

“สองล้นเกล้าฯ เสด็จ ฯ เยือนฝรั่งเศส” พระราชไมตรีศตวรรษ จารึกพระเกียรติยศสูงสุดในสากลภูมิ

ภายใต้พระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ