เสียงเบสจากลำโพงยักษ์ในบาร์ย่านพัทยาใต้ดึกสงัดขนาดนี้ยังสั่นสะเทือนไปถึงกระดูกสันหลัง
“สิงห์” นักสืบหนุ่มใหญ่รุ่นเก๋า ยืนพิงผนังปูนเปลือยในมุมมืด สายตาคมกริบภายใต้คิ้วหนาขมวดมุ่น จ้องมองผ่านควันบุหรี่จางๆ ไปยังเวทีที่มีแสงไฟนีออนสาดส่องสลับสีไปมา
เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสัตว์ร้ายที่กำลังซุ่มเงียบในป่าคอนกรีตที่เต็มไปด้วยกิเลส ภารกิจขุดรากถอนโคนแก๊งยาเสพติดข้ามชาติที่ชื่อว่า “โทนี่” ลากยาวมาหลายเดือน
ข้อมูลเดียวที่เขามีคือมันร่อนเร่ไปตามแหล่งบันเทิง และมี “นกต่อ” เป็นสาวสวยคอยกรองลูกค้าชั้นดี
มันคือ “มาเฟีย..” ที่เขาต้องขจัดให้ได้

“โอ๊ย! เจ็บนะ… อย่าบิดแขนฉัน!”
เสียงอุทานแหลมสูงหลุดออกมาจากปากนักร้องสาวหน้าคมที่เขาเพิ่งกระชากตัวลงมาหลังเลิกโชว์
“อย่ามาทำตัวเป็นนางเอกละครน้ำเน่า… เรน่า!”
สิงห์เค้นเสียงรอดไรฟัน มือหนาปานคีมเหล็กบิดข้อมือขาวบางนั้นแรงขึ้นจนร่างระหงต้องบิดเร้าด้วยความเจ็บปวด
“คุณ… คุณรู้จักชื่อฉันด้วยหรือ?”
ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตระหนก แผ่นหลังของเธอพิงเบียดกับผนังทางเดินข้างห้องน้ำที่ส่งกลิ่นน้ำหอมราคาถูกปนกลิ่นเหล้าฉุนกึก
“ยากอะไรล่ะ… เซเนีย, แคธเธอรีน, ดารีน่า… เธอเปลี่ยนชื่อเป็นว่าเล่นเหมือนเปลี่ยนสีลิปสติกเลยไม่ใช่เรอะ?”

เขาเหยียดยิ้มเย็นชาพลางกระชากแขนเธอให้เดินตามออกมาทางประตูหนีไฟที่ลับตาคน
“ตามมานี่ ถ้าไม่อยากให้ฉันลากเธอไปคุยกันที่โรงพักต่อหน้าแขกพวกนี้”
“คุณเป็นใคร? ต้องการอะไร? จะแบล็กเมลฉันหรือไง!”
รดา นักร้องสาวโอดโอยเสียงดังพยายามสะบัดตัวหนี แต่แรงของผู้ชายที่กรำงานหนักมาทั้งชีวิตนั้นมหาศาลเกินกว่าที่เธอจะต้านทานได้
สิงห์หยุดกึกตรงซอกตึกที่มืดสลัว แสงไฟสีส้มจากเสาไฟฟ้าข้างถนนสาดส่องให้เห็นเงาของเขาทาบทับร่างของเธอจนมิด
“อยากรู้ว่าผมเป็นใครใช่ไหม? เอาเป็นว่าเวลานี้ผมยังไม่อยากจับเธอไปขังลืมหรอกนะ… แม่สาวน้อยโซเฟีย”
เสียงเรียกชื่อนั้น…ทำให้หญิงสาวชะงักกึก ความหวาดกลัวที่แท้จริงเริ่มผุดพรายขึ้นในแววตา
“นั่นมัน… ชื่อเก่าฉันก่อนเข้ามาเมืองไทยนะ…”
เธอพึมพำสั่นๆ
“รู้… เรารู้ดีกว่าที่เธอคิด รู้กระทั่งว่าดึกคืนวานใครแอบไปรอเธอที่คอนโด และไอ้แว้นที่ขี่มอเตอร์ไซค์มาส่งเธอวันนี้… มันก็พวกส่งยาที่ผมตามกลิ่นอยู่”
สิงห์ขยับเข้าใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจหอบถี่ของหญิงสาว “เอ้า… บอกมาเดี๋ยวนี้! ไอ้โทนี่อยู่ไหน!”
เขาเพิ่มแรงกดที่ข้อมือจนหญิงสาวร้องลั่นอีกครั้ง
“อย่า… อย่าทำฉัน! ใครกันโทนี่? ฉันไม่รู้จัก!”
“ไม่รู้จักงั้นเรอะ? โกหกไม่เนียนเลยนะ… ท่าทางผมต้องพาเธอไปนั่งคุยที่สำนักงานให้มันเป็นเรื่องเป็นราวเสียแล้วล่ะมั้ง”
สิงห์เริ่มลากตัวเธอออกไปทางถนนใหญ่ที่ลูกน้องซุ่มรอรถอยู่
“ไม่! ไม่… ฉันยอมแล้ว!”
รดาร้องลั่นพลางพยายามสะบัดมือด้วยความเจ็บปวดแต่ก็สู้แรงไม่ได้ “ฉันยอมพูดแล้ว!”
“ฉันยอมแล้ว… อย่าทำอะไรฉันเลย!”
รดาสะอื้นจนตัวโยน แสงไฟสลัวจากป้ายนีออนบาร์ฝั่งตรงข้ามสาดจับใบหน้าคมที่บัดนี้ซีดเผือด
สิงห์ผ่อนแรงมือลงเล็กน้อย แต่ดวงตายังคงจ้องลึกเข้าไปในแววตาของเธอเหมือนพยัคฆ์ที่มองเหยื่อ
“ถ้าอย่างนั้นก็พูดมา… ไอ้โทนี่มันอยู่ที่ไหน”
“ฉัน… ฉันไม่รู้ว่าตอนนี้มันอยู่ไหน แต่ฉันยอมรับว่ารู้จักมัน“ เธอละล่ำละลักบอก
“มันเคยมาที่นี่เมื่อสองวันก่อน มานั่งดื่มแล้วก็เรียกฉันไปคุย…”
“โกหก!”
สิงห์กระชากแขนเธอพับขึ้นไปด้านหลังจนเธอร้องลั่นด้วยความพยาบาท
“มันมาคุยเรื่องยาใช่ไหม? อย่าบอกนะว่าแค่นั่งดริ้ง เป็นเพื่อนคนต่างชาติเฉยๆ ฉันรู้ประวัติมันดีพอๆ กับที่รู้ประวัติเธอนั่นแหละ”
“โอเค!… โอเค!” รดาพยักหน้าทั้งน้ำตา
“มันเกี่ยวข้องกับยาเสพติด… ฉันรู้แค่นั้นจริงๆ แต่มันนัดเพื่อนมันไว้ที่นี่ วันนั้นมันไม่ได้มาคนเดียว”
สิงห์ขยับเข้าใกล้จนรดาสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมา
“ฟังนะแม่สาวน้อย ถ้าไม่อยากให้ฉันลากเธอไปนอนในห้องขังคืนนี้ เธอต้องทำตามที่ฉันสั่ง…
ครั้งต่อไปที่ไอ้โทนี่มันโผล่มา หรือใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับมันติดต่อเธอมา เธอต้องส่งสัญญาณให้ฉันทันที และเก็บรายละเอียดให้มากที่สุด
ใครมาหา นัดที่ไหน คุยเรื่องอะไร… เข้าใจไหม!”
เขากำไหล่เธอแล้วเขย่าจนร่างระหงสั่นไปตามแรง
“แต่ฉัน… ฉันอาจถูกมันฆ่าตายก่อนก็ได้นะ!” เธอแย้งเสียงสั่น
“แล้วเธออยากจะติดคุกก่อนหรือไงล่ะ!”
สิงห์ตวาดกลับจนเธอเงียบกริบ
“ไป… ไปได้แล้ว!”

รดาสะบัดหน้าเดินหนีด้วยความขุ่นเคือง แต่กลับถูกมือหนาของสิงห์กระชากคอเสื้อจนหงายหลังกลับมาอีกรอบ
“เอ๊ะ! คุณทำร้ายฉันอีกแล้วนะ!”
เธอกำหมัดแน่น ย่อตัวลงหน้าตาบึ้งตึงเตรียมจะขัดขืน
“ผมไม่ทำร้ายใครหรอก… ถ้าคนนั้นไม่ทำผิดกฎหมาย แต่นี่เธอ…”
สิงห์พูดพลางก้มลงไปที่ขอบรองเท้าบูทของเธอ เขาอาศัยจังหวะที่เธอไม่ทันตั้งตัว ดึงเอา “มีดปลายแหลมด้ามจิ๋ว” ที่ซ่อนอยู่ออกมา แล้วชูขึ้นตรงหน้าเธอ
“คราวหน้า… เก็บเอาไว้ให้มิดชิดกว่านี้หน่อย ถ้าไม่อยากให้มันย้อนกลับมาทิ่มตัวเอง”
เขาส่งยิ้มเย็นให้ครู่หนึ่งก่อนจะยัดมีดเล่มนั้นคืนใส่ในมือที่สั่นเทาของเธอ แล้วหันไปพยักหน้าให้ลูกน้องสองคนที่ซุ่มอยู่ในมุมมืดฝั่งตรงข้าม ทั้งหมดรีบออกจากบาร์มุ่งหน้าไปทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว
สิงห์หยิบโทรศัพท์ที่สั่นระรัวขึ้นมาแนบหู
“ว่ามา!”
“ลูกพี่! สายรายงานล่าสุด กลุ่มของไอ้โทนี่โผล่ที่บาร์หัวมุมพัทยาเหนือครับ!” ปลายสายรายงานด้วยเสียงกระหืดกระหอบ
สิงห์ยิ้มอย่างพอใจ แสงไฟโฆษณาตามทางเดินสว่างไสวราวกับกลางวัน นักท่องเที่ยวเบียดเสียดกันจนแทบไม่มีทางเดิน แต่ในใจเขากลับนิ่งสงบ
คืนนี้…..เขาอาจจะโชคดีรวบตัวไอ้โทนี่ที่ตามหามานานได้เสียที
“จับตาไว้ตลอด อย่าเพิ่งวู่วาม ฉันกำลังไปสมทบเดี๋ยวนี้!”

เขาออกตัววิ่งแหวกฝูงชนมุ่งหน้าไปยังทิศเหนือของหาดพัทยา ทิ้งความวุ่นวายที่พัทยาใต้ไว้เบื้องหลัง โดยหารู้ไม่ว่าหมากที่เขาวางไว้อาจจะเป็นกับดักที่เขาสร้างขึ้นมาดักตัวเอง
สิงห์เบียดเสียดร่างฝ่าฝูงชนมุ่งหน้าสู่พัทยาเหนือ แสงไฟนีออนสาดส่องสลับสีไปมาจนตาพร่า เสียงดนตรีดังกระหึ่มจากบาร์สองข้างทางผสมปนเปกันจนหนวกหู เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดินอยู่ในวงกตที่เต็มไปด้วยกิเลสและอันตราย ภารกิจขุดรากถอนโคน“มาเฟีย” แก๊งยาเสพติดข้ามชาติที่ชื่อว่า “โทนี่” ลากยาวมาหลายเดือน ข้อมูลเดียวที่เขามีคือมันร่อนเร่ไปตามแหล่งบันเทิง และมี “นกต่อ” เป็นสาวสวยคอยกรองลูกค้าชั้นดี
“โอ๊ย! ขอโทษครับ…” สิงห์อุทานเบาๆ เมื่อเดินกระแทกเข้ากับชายชาวต่างชาติร่างท้วมคนหนึ่งที่กำลังเต้นอย่างบ้าคลั่งอยู่กลางฟลอร์บาร์เปิดโล่งริมถนน

“ไม่เป็นไรครับ เชิญสนุกต่อเถอะ” อีกฝ่ายหันมาตอบพลางส่งยิ้มกว้างให้ สิงห์ชะงักกึก… ฝรั่งแก่หัวล้านคนนี้พูดภาษาไทยได้ชัดแจ๋วราวกับเจ้าของภาษา
“โอ้… คุณพูดภาษาไทยได้ชัดมากนะครับ”
สิงห์ทักกลับพลางกวาดสายตามองสังเกต ชายแปลกหน้าสวมเสื้อเชิ้ตลายดอกปลดกระดุมโชว์พุงพลุ้ย กางเกงขาสั้นสีขาว และรองเท้าแตะ ท่าทางดูเหมือนนักท่องเที่ยววัยเกษียณทั่วไปที่มาหาความสุขใส่ตัว
“แม้ผมจะอยู่เมืองไทยแค่สองปี แต่รักเมืองไทยมากครับ และคิดว่าจะอยู่เมืองไทยไปอีกนานแสนนาน รู้ไหม… ผมรักเมืองไทย… เอ้า เต้นกันเถอะ!”
ชายชาวต่างชาติพูดพลางขยับตัวตามจังหวะเพลงอย่างเมามัน
สิงห์ยิ้มแห้งๆ พลางผงกศีรษะให้เล็กน้อยก่อนจะเลี่ยงเดินหนีออกมา ในใจรู้สึกตงิดๆ กับชายคนนี้ แต่เขาก็สลัดความคิดนั้นทิ้งไปอย่างรวดเร็ว… ตอนนี้ภารกิจสำคัญที่สุดคือการตามหาไอ้โทนี่

สิงห์เดินหน้าต่อไปตามลายแทงที่สายรายงาน จนกระทั่งมาถึงบาร์เป้าหมายที่ตั้งอยู่ตรงหัวมุมพัทยาเหนือ บาร์แห่งนี้ดูหรูหรากว่าบาร์อื่นๆ ที่เขาผ่านมา มีการตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นและแสงไฟสีฟ้าครามที่ดูเย็นตา
“ว่ามา…”
สิงห์กดรับสายโทรศัพท์ที่สั่นระรัวขึ้นมาอีกครั้ง
“ลูกพี่! ข่าวล่าสุด… ไอ้โทนี่มันไม่ได้อยู่ที่นี่! มีคนเห็นมันกลับไปที่บาร์พัทยาใต้ที่ลูกพี่เพิ่งออกมา!”
เสียงปลายสายรายงานด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก
สิงห์สบถอุบาทว์ออกคำสั่งเสียงแข็ง
“พวกแกดักทางออกไว้ อย่าเพิ่งวู่วาม ฉันกำลังตามไปเดี๋ยวนี้!”
ใจเขานึกถึงรดา… นักร้องสาวที่เขาเพิ่งปล่อยตัวไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน เธอคือเบาะแสเดียวที่เหลืออยู่ และตอนนี้เขากำลังตกเป็นหมากในเกมที่เธอวางไว้
“โทนี่… ชื่อนี้มันต้องมีอะไรซ่อนอยู่แน่ๆ”
สิงห์พึมพำกับตัวเองพลางวิ่งแหวกฝูงชนกลับไปทางทิศใต้ โดยไม่ทันสังเกตเห็นว่าชายชาวต่างชาติร่างท้วมที่เขาเดินชนเมื่อครู่
กำลังยืนมองตามหลังเขาไปด้วยรอยยิ้มเย็นชา…
รอยยิ้มแบบเดียวกับที่เขาเพิ่งส่งให้รดาไปเมื่อหัวค่ำ
สิงห์บึ่งรถกลับมาที่พัทยาใต้อย่างรีบเร่ง ใจของเขาเต้นระรัวแข่งกับเสียงเครื่องยนต์ที่คำรามก้องท่ามกลางราตรีที่ไม่เคยหลับใหล เมื่อมาถึงบาร์เป้าหมาย เขาหยุดเช็กปืนคู่กายที่สะเอวให้มั่นใจว่ามันยังสงบนิ่งพร้อมใช้งาน หากสถานการณ์บีบคั้นจนถึงขีดสุด
เขาก้าวเข้าไปข้างใน แสงไฟวูบวาบและควันบุหรี่จางๆ ทำให้สายตาต้องใช้เวลาปรับตัวครู่หนึ่ง ท่ามกลางนักท่องเที่ยวที่โยกย้ายตามจังหวะดนตรี
สิงห์กวาดสายตาไปบนเวที… และนั่นเอง “รดา” ในชุดเสื้อคลุมกำมะหยี่สีดำทับชุดรัดรูปสีสดกำลังร้องเพลงด้วยท่วงท่าเย้ายวน

ทันทีที่สายตาเธอประสานกับเขา รดาชะงักกึกจนเสียจังหวะไปชั่วอึดใจ เธอรีบก้าวลงจากเวทีอย่างนอบน้อมเดินเลี่ยงไปทางด้านหลังบาร์ทันที สิงห์ผละจากฝูงชนพุ่งตามไปทันที เขาตื่นเต้นจนมือสั่น คืนนี้เขาจะต้อคาดคั้นจากสาวคนนี้หาตัวไอ้โทนี่ให้ได้
เขานึกถึงภาพฝรั่งแก่หัวล้านรักเมืองไทยคนนั้นแล้วยังหงุดหงิดไม่หาย… คนที่เขาเดินชนและปล่อยให้หลุดมือไปอย่างน่าเสียดาย หรือไอ้หมอนี่…มันอาจจะเป็นไอ้โทนี่
เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าสั่นระรัวอีกครั้ง เขาชะงักนิดหนึ่งก่อนจะกดรับสายด้วยความรีบร้อน
“ว่ามา…!” เขาถามเร็วด้วยความดีใจ
”ลูกพี่! อย่าปล่อยให้มันหนีไปได้ ไอ้โทนี่คือสาวเสื้อคลุมกำมะหยี่สีดำ….” เสียงโทรศัพท์ระล่ำระลัก
สิงห์หน้านิ่วคิ้วขมวด พลางทวนคำพูดในใจ… ไอ้โทนี่คือนักร้องสาว….งั้นหรือ?
ใจระทึกรีบก้าวไปติด ๆ พอพ้นประตู เกือบผงะเมื่อสาวเสื้อคลุมรอประชันหน้าเขาอยู่อย่างอาจหาญ…!
เสียงมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ด้านหน้าแผดคำรามขึ้นดึงความสนใจก่อกวน…เขาแล้ว

แต่สิงห์รู้ทัน ไม่สนใจที่คนซ้อนหันมาแสยะยิ้มชูกำปั้นให้เขาอย่างเยาะเย้ยก่อนจะบิดทะยานหลอกล่อแล้วหายไปในเงามืด
ตั้งสติมั่น หันกลับมา กระโจนรวบคอเสื้อทั้งเสื่อคลุม ซัดหมัดเข้ายอดอกจนร่างข้างหน้าทรุดลงร้องโอดโอยด้วยความจุก
มันจะไม่มีโอกาสหลุดรอดไปได้อีกแล้วแม้ติดปีก

เสียงร้องดังแล้วเงียบลง…เสื้อคลุมหลุดลุ่ย สิงห์กระชากขึ้นมาแล้วกระแทกอีกครั้งจนหน้าหงาย …!
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับเป็นชุดพนักงานบาร์พร้อมป้ายชื่อเด็กเสิร์ฟ…ที่สั่นเทาอยู่แทบเท้า !



