วันอาทิตย์, เมษายน 12, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT“กัมพูชาเดือด ?”

“กัมพูชาเดือด ?”

เผยแพร่

spot_img

   “สม รังสี” สถาปนา “รัฐบาลพลัดถิ่น” ท้าทายอำนาจ “ตระกูลฮุน” บนเกมหมากรุก “จีน-สหรัฐฯ”

 การเมืองกัมพูชาเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ เมื่อนายสม รังสี อดีตผู้นำฝ่ายค้านที่ลี้ภัยในฝรั่งเศส ได้ประกาศเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2568 สถาปนา “รัฐบาลกัมพูชาอิสระ”  หรือ “รัฐบาลพลัดถิ่น”  เพื่อท้าทายความชอบธรรมของระบอบตระกูลฮุน โดยเฉพาะในประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการปล่อยปละละเลยให้ประเทศกลายเป็นแหล่งกบดานของอาชญากรรมไซเบอร์ (Scammer) ที่สร้างความเสียหายทั่วโลก 

                              การประกาศที่กรุงปารีสครั้งนี้ ตอกย้ำว่าการต่อสู้ทางการเมืองของกัมพูชาได้ก้าวข้ามพรมแดนไปสู่เวทีโลก และเป็นการอาศัยจังหวะที่รัฐบาลพนมเปญเผชิญกับแรงกดดันนานาชาติ โดยเฉพาะมาตรการคว่ำบาตรที่เข้มงวดจากสหรัฐฯ 

                             การเคลื่อนไหวของสม รังสี แม้จะขาดอำนาจทางทหาร แต่มีเป้าหมายหลักคือการ “สร้างความชอบธรรมทางการเมือง” จากภายนอก เพื่อปลุกระดมการต่อต้านจากภายใน และผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านอำนาจในที่สุด

                            สาระสำคัญของการประกาศของรัฐบาลพลัดถิ่น คือการชูประเด็นที่สอดคล้องกับผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ของชาติตะวันตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเรียกร้องให้กัมพูชาต้องรื้อถอน “ฐานทัพเรือเรียม” ที่จีนเป็นผู้ลงทุนและใช้ประโยชน์ออกไป เพื่อฟื้นฟูความเป็นกลางของประเทศตามเจตนารมณ์ของข้อตกลงสันติภาพปารีสปี 2534 

                            ข้อความที่นายสม รังสี กล่าวขอบคุณสหรัฐฯ สำหรับการคว่ำบาตรเครือข่ายอาชญากรรมที่เชื่อมโยงกับระบอบฮุนเซน ยิ่งเป็นการยืนยันว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนทางอ้อม จากวอชิงตัน ซึ่งต้องการใช้ปัญหา Scammer และประเด็นท่าเรือเรียมเป็นเครื่องมือในการกดดันและบั่นทอนเสถียรภาพของรัฐบาลที่ฝักใฝ่จีนมาอย่างยาวนาน

                           ท่าทีของประเทศมหาอำนาจและประเทศเพื่อนบ้านจึงเป็นปัจจัยชี้ขาดในอนาคต: สหรัฐฯ จะใช้การคว่ำบาตรเป็นเครื่องมือบ่อนทำลายความชอบธรรมและรายได้ของตระกูลฮุนอย่างต่อเนื่อง 

                         ส่วน จีน แม้จะดูนิ่งเฉยต่อการประกาศของสม รังสี แต่กำลังแสดงสัญญาณการแสวงหา “ทางเลือกที่สาม” ผ่านการหันไปสร้างสัมพันธ์กับกลุ่มราชวงศ์อย่าง เจ้าชายนโรดม จักรวุฒิ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่รอบคอบเพื่อรับประกันว่าผลประโยชน์ด้านท่าเรือเรียมและการลงทุนจะยังคงอยู่ไม่ว่าใครจะขึ้นมามีอำนาจก็ตาม 

                       สำหรับประเทศไทย ควรวางตัวเป็นกลางอย่างเคร่งครัด แต่ต้องใช้จังหวะที่กัมพูชาอยู่ในภาวะสั่นคลอนนี้ เร่งรัด การแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยเฉพาะการจัดการอาชญากรรมไซเบอร์และการกำหนดเขตแดน เพื่อให้ได้ประโยชน์ด้านความมั่นคงสูงสุด ก่อนที่สถานการณ์จะกลับสู่ความตึงเครียดอีกครั้ง

                       เกมการเมืองกัมพูชาในวันนี้ไม่ใช่แค่การแย่งชิงอำนาจภายใน แต่เป็นหมากรุกระดับภูมิภาคที่ถูกวางกระดานโดยมหาอำนาจ

                      ฮุน เซน ถูกบีบให้ปวดหัวจากทุกทิศทาง โดยเฉพาะ “แผล” เรื่อง Scammer ที่ถูก สหรัฐฯ ตอกย้ำถึงความไม่ชอบธรรม สม รังสี ได้ตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรีเงา” พร้อมไมโครโฟนขนาดใหญ่ในปารีส ส่วน จีน ก็ยิ้มมุมปาก เพราะถึงแม้ตระกูลฮุนจะพ่ายแพ้ไป จีนก็มี “เบี้ยสำรอง” ที่พร้อมจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำที่ยังคงเป็นมิตรกับปักกิ่ง … 

                     ประเทศไทย ยังสง่างามในความเป็นสุภาพบุรุษ

                    งานนี้มีแต่ “กัมพูชา” ที่แทบจะไม่มีใครถามไถ่ว่า “จะอยู่รอดในเกมอำนาจใหญ่ครั้งนี้ได้อย่างไร?”

ข่าวล่าสุด

“เจริญนครกำลังจะเปลี่ยน!” มหาดไทยทุ่ม 5.5 พันล้าน สร้างศูนย์ราชการใหม่ รองรับคน 7,600 คน

ล่าสุด โครงการก่อสร้างศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทย มูลค่ากว่า **5,574 ล้านบาท** มีความคืบหน้าแล้ว **34.07%** และเดินหน้าต่อเนื่อง คาดเสร็จภายในปี **2570**

 “สีหศักดิ์” ยันไม่ร่วม JBC 17-15 เม.ย.รอตั้งกรรมการฝ่ายไทยก่อน 

“สีหศักดิ์” ย้ำไทยยังไม่พร้อม ประชุมเจบีซี 17-25 เม.ย. เผยฝรั่งเศสให้ความร่วมมือไทยเข้าถึงหลักฐานทางประวัติศาสตร์ พร้อมระบุยกเลิกเอ็มโอยู43 ต้องเป็นฉันทามติ

อิตาลี-สเปน เรียกทูตอิสราเอลประท้วงหลังยิงเตือนและกักขังทหารรักษาสันติภาพ UNIFILในเลบานอน

อิตาลีและสเปนเดินหน้ากดดันอิสราเอล โดยเรียกนักการทูตเข้าชี้แจงอย่างเป็นทางการ หลังเกิดเหตุสองกรณีที่เกี่ยวข้องกับทหารรักษาสันติภาพในภารกิจ United Nations Interim Force in Lebanon (UNIFIL) ในเลบานอน

อิสราเอลจะทำทุกวิถีทางเพื่อจุดชนวนสงครามขึ้นมาอีกครั้ง

การหยุดยิงในตะวันออกกลางและการเปิดช่องทางเดินเรือผ่าน Strait of Hormuz อีกครั้งนั้น อยู่บนพื้นฐานที่เปราะบางอย่างยิ่ง และอิสราเอลจะทำทุกอย่างเพื่อให้สงครามปะทุขึ้นอีก

ข่าวอื่นๆ

สงกรานต์หงอย-คนเดินทางน้อย

สงกรานต์ปี 2569 ถูกจารึกว่าเป็นเทศกาลที่ "เงียบเหงา" และ "แพง" ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ เมื่อวิกฤตสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ฉุดราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูง ส่งผลให้ดีเซลในประเทศแตะเพดานลิตรละ 47-50 บาท

วิกฤต “บัตรทอง”  หนี้เน่า 6 หมื่นล้าน !  สั่นคลอนระบบสาธารณสุข

รูรั่วบริหารจัดการทำกองทุนส่อเค้า "ถังแตก"  รัฐบาลใหม่เผชิญบททดสอบหินกลางสภาฯ                             วงการสาธารณสุขไทยถึงคราวสั่นสะเทือน เมื่อการอภิปรายนโยบายรัฐบาลในสภาผู้แทนราษฎร  9-10 เมษายน 2569 เปิดเผยตัวเลขหนี้ค้างชำระค่ายาและเวชภัณฑ์สะสมสูงถึง 6 หมื่นล้านบาท สะท้อนความล้มเหลวในการบริหารจัดการงบประมาณ สปสช. ที่สวนทางกับต้นทุนจริง ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญชี้ "อาการป่วย"...

แถลงนโยบาย  ชูยุทธศาสตร์ 5 เสาหลัก  เดิมพัน “รัฐบาลใหม่“ วัดใจเศรษฐกิจฐานราก

อนุทิน ชาญวีรกูล แถลงนโยบายรัฐบาลวันแรกต่อรัฐสภา ชูยุทธศาสตร์ 5 เสาหลักยกระดับเศรษฐกิจ สังคม พร้อมเป้าหมายพาประเทศเข้าสู่ องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ