หน้าแรกINSIDE - INSIGHT“กัมพูชาเดือด ?”

“กัมพูชาเดือด ?”

เผยแพร่

spot_img

   “สม รังสี” สถาปนา “รัฐบาลพลัดถิ่น” ท้าทายอำนาจ “ตระกูลฮุน” บนเกมหมากรุก “จีน-สหรัฐฯ”

 การเมืองกัมพูชาเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ เมื่อนายสม รังสี อดีตผู้นำฝ่ายค้านที่ลี้ภัยในฝรั่งเศส ได้ประกาศเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2568 สถาปนา “รัฐบาลกัมพูชาอิสระ”  หรือ “รัฐบาลพลัดถิ่น”  เพื่อท้าทายความชอบธรรมของระบอบตระกูลฮุน โดยเฉพาะในประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการปล่อยปละละเลยให้ประเทศกลายเป็นแหล่งกบดานของอาชญากรรมไซเบอร์ (Scammer) ที่สร้างความเสียหายทั่วโลก 

                              การประกาศที่กรุงปารีสครั้งนี้ ตอกย้ำว่าการต่อสู้ทางการเมืองของกัมพูชาได้ก้าวข้ามพรมแดนไปสู่เวทีโลก และเป็นการอาศัยจังหวะที่รัฐบาลพนมเปญเผชิญกับแรงกดดันนานาชาติ โดยเฉพาะมาตรการคว่ำบาตรที่เข้มงวดจากสหรัฐฯ 

                             การเคลื่อนไหวของสม รังสี แม้จะขาดอำนาจทางทหาร แต่มีเป้าหมายหลักคือการ “สร้างความชอบธรรมทางการเมือง” จากภายนอก เพื่อปลุกระดมการต่อต้านจากภายใน และผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านอำนาจในที่สุด

                            สาระสำคัญของการประกาศของรัฐบาลพลัดถิ่น คือการชูประเด็นที่สอดคล้องกับผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ของชาติตะวันตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเรียกร้องให้กัมพูชาต้องรื้อถอน “ฐานทัพเรือเรียม” ที่จีนเป็นผู้ลงทุนและใช้ประโยชน์ออกไป เพื่อฟื้นฟูความเป็นกลางของประเทศตามเจตนารมณ์ของข้อตกลงสันติภาพปารีสปี 2534 

                            ข้อความที่นายสม รังสี กล่าวขอบคุณสหรัฐฯ สำหรับการคว่ำบาตรเครือข่ายอาชญากรรมที่เชื่อมโยงกับระบอบฮุนเซน ยิ่งเป็นการยืนยันว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนทางอ้อม จากวอชิงตัน ซึ่งต้องการใช้ปัญหา Scammer และประเด็นท่าเรือเรียมเป็นเครื่องมือในการกดดันและบั่นทอนเสถียรภาพของรัฐบาลที่ฝักใฝ่จีนมาอย่างยาวนาน

                           ท่าทีของประเทศมหาอำนาจและประเทศเพื่อนบ้านจึงเป็นปัจจัยชี้ขาดในอนาคต: สหรัฐฯ จะใช้การคว่ำบาตรเป็นเครื่องมือบ่อนทำลายความชอบธรรมและรายได้ของตระกูลฮุนอย่างต่อเนื่อง 

                         ส่วน จีน แม้จะดูนิ่งเฉยต่อการประกาศของสม รังสี แต่กำลังแสดงสัญญาณการแสวงหา “ทางเลือกที่สาม” ผ่านการหันไปสร้างสัมพันธ์กับกลุ่มราชวงศ์อย่าง เจ้าชายนโรดม จักรวุฒิ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่รอบคอบเพื่อรับประกันว่าผลประโยชน์ด้านท่าเรือเรียมและการลงทุนจะยังคงอยู่ไม่ว่าใครจะขึ้นมามีอำนาจก็ตาม 

                       สำหรับประเทศไทย ควรวางตัวเป็นกลางอย่างเคร่งครัด แต่ต้องใช้จังหวะที่กัมพูชาอยู่ในภาวะสั่นคลอนนี้ เร่งรัด การแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยเฉพาะการจัดการอาชญากรรมไซเบอร์และการกำหนดเขตแดน เพื่อให้ได้ประโยชน์ด้านความมั่นคงสูงสุด ก่อนที่สถานการณ์จะกลับสู่ความตึงเครียดอีกครั้ง

                       เกมการเมืองกัมพูชาในวันนี้ไม่ใช่แค่การแย่งชิงอำนาจภายใน แต่เป็นหมากรุกระดับภูมิภาคที่ถูกวางกระดานโดยมหาอำนาจ

                      ฮุน เซน ถูกบีบให้ปวดหัวจากทุกทิศทาง โดยเฉพาะ “แผล” เรื่อง Scammer ที่ถูก สหรัฐฯ ตอกย้ำถึงความไม่ชอบธรรม สม รังสี ได้ตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรีเงา” พร้อมไมโครโฟนขนาดใหญ่ในปารีส ส่วน จีน ก็ยิ้มมุมปาก เพราะถึงแม้ตระกูลฮุนจะพ่ายแพ้ไป จีนก็มี “เบี้ยสำรอง” ที่พร้อมจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำที่ยังคงเป็นมิตรกับปักกิ่ง … 

                     ประเทศไทย ยังสง่างามในความเป็นสุภาพบุรุษ

                    งานนี้มีแต่ “กัมพูชา” ที่แทบจะไม่มีใครถามไถ่ว่า “จะอยู่รอดในเกมอำนาจใหญ่ครั้งนี้ได้อย่างไร?”

ข่าวล่าสุด

“ผักกาดขาว”…อาบฟอร์มาลดีไฮด์

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 27 สิงหาคม 2569 จากคลิปไวรัลในจีน สู่คำถามใหญ่เรื่องความปลอดภัยอาหารข้ามพรมแดน                             เมื่อสารเคมีต้องห้ามถูกนำมาใช้ยืดอายุผัก คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียง “กินแล้วอันตรายหรือไม่” แต่คือระบบตรวจสอบสามารถสกัดความเสี่ยงได้ก่อนถึงจานอาหารหรือไม่                             กรณีการใช้สารละลายฟอร์มาลดีไฮด์กับผักกาดขาวในมณฑลเหอเป่ยของจีน กลายเป็นประเด็นความปลอดภัยอาหารที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง หลังมีการเผยแพร่คลิปแสดงภาพการนำผักกาดขาวไปจุ่มสารละลายก่อนขนส่งเพื่อรักษาความสด เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยืนยันว่ากำลังเกิดการกระทำดังกล่าวและมีการดำเนินการตามกฎหมาย...

“ใข่ไก่”..แพง… แซงหน้า “นำ้มัน”   วิกฤตปากท้องชนกำแพงอำนาจ

ล่าสุดเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ 4 แห่งปรับราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มจาก 3.80 บาท เป็น 4.00 บาทต่อฟอง มีผลตั้งแต่ 7 สิงหาคม 2569 ขณะที่ข้อมูลราคาขายปลีกที่อัปเดต 24 สิงหาคม พบว่าไข่เบอร์ 4 อยู่ราว 4.05 บาท และเบอร์ 3 ราว 4.35 บาทต่อฟอง

สะโตรก-“ภัยเงียบ” จากแรงขับ “หวาน-มัน-เค็ม”

ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองรายใหม่เกิดขึ้นราว 1.5 แสน ถึง 250,000 รายต่อปี และคร่าชีวิตคนไทยสูงเป็นอันดับต้นๆ รองจากมะเร็งและโรคหัวใจตามบริบทปีนั้นๆ โดยมีผู้เสียชีวิตราว 30,000 - 50,000 คนต่อปี

 เรื่องสั้น   “คืน…ฝนตก”  | “ชัยทัศน์”

เสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่มก่อนจะสำลักไอเสียออกมาเป็นจังหวะสุดท้ายแล้วดับสนิทลง ท่ามกลางเสียงคำรามของท้องฟ้ากัมปนาททั่วหุบเขา “เอก” ทุบพวงมาลัยด้วยความโมโห เข็มความร้อนของรถคันเก่งพุ่งสูงจนมิดเกจ์แดงฉานเหมือนคำเตือนจากนรก

ข่าวอื่นๆ

“ผักกาดขาว”…อาบฟอร์มาลดีไฮด์

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 27 สิงหาคม 2569 จากคลิปไวรัลในจีน สู่คำถามใหญ่เรื่องความปลอดภัยอาหารข้ามพรมแดน                             เมื่อสารเคมีต้องห้ามถูกนำมาใช้ยืดอายุผัก คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียง “กินแล้วอันตรายหรือไม่” แต่คือระบบตรวจสอบสามารถสกัดความเสี่ยงได้ก่อนถึงจานอาหารหรือไม่                             กรณีการใช้สารละลายฟอร์มาลดีไฮด์กับผักกาดขาวในมณฑลเหอเป่ยของจีน กลายเป็นประเด็นความปลอดภัยอาหารที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง หลังมีการเผยแพร่คลิปแสดงภาพการนำผักกาดขาวไปจุ่มสารละลายก่อนขนส่งเพื่อรักษาความสด เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยืนยันว่ากำลังเกิดการกระทำดังกล่าวและมีการดำเนินการตามกฎหมาย...

“ใข่ไก่”..แพง… แซงหน้า “นำ้มัน”   วิกฤตปากท้องชนกำแพงอำนาจ

ล่าสุดเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ 4 แห่งปรับราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มจาก 3.80 บาท เป็น 4.00 บาทต่อฟอง มีผลตั้งแต่ 7 สิงหาคม 2569 ขณะที่ข้อมูลราคาขายปลีกที่อัปเดต 24 สิงหาคม พบว่าไข่เบอร์ 4 อยู่ราว 4.05 บาท และเบอร์ 3 ราว 4.35 บาทต่อฟอง

สะโตรก-“ภัยเงียบ” จากแรงขับ “หวาน-มัน-เค็ม”

ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองรายใหม่เกิดขึ้นราว 1.5 แสน ถึง 250,000 รายต่อปี และคร่าชีวิตคนไทยสูงเป็นอันดับต้นๆ รองจากมะเร็งและโรคหัวใจตามบริบทปีนั้นๆ โดยมีผู้เสียชีวิตราว 30,000 - 50,000 คนต่อปี