วันพฤหัสบดี, มกราคม 22, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTน้ำท่วมใหญ่-ปัญหาตำรวจ !  “เขย่า”ความเชื่อมั่นทั้งมวลชนและกลไกรัฐ

น้ำท่วมใหญ่-ปัญหาตำรวจ !  “เขย่า”ความเชื่อมั่นทั้งมวลชนและกลไกรัฐ

เผยแพร่

spot_img

รัฐบาลกำลังยืนอยู่บนจุดเปราะบางของการบริหารประเทศ เมื่อสองวิกฤตรุนแรง อุทกภัยในหลายภูมิภาคที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก รวมถึงชุมชนถูกตัดขาด—มาปะทะพร้อมกับแรงสั่นสะเทือนภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งสองประเด็นเร่งกดดันรัฐบาลจากคนละทิศ แต่ส่งผลสะเทือนร่วมกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จนกลายเป็นบททดสอบศักยภาพการบริหารที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งของปี

                         น้ำท่วมในครั้งนี้สร้างความเสียหายวงกว้าง ทั้งบ้านเรือนที่ถูกกระแสน้ำพัดพัง ถนนจมอยู่ใต้น้ำ รวมถึงเหตุสูญเสียชีวิตและบาดเจ็บที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในหลายจังหวัด ผู้บาดเจ็บจำนวนมากยังต้องรอการเข้าถึงของหน่วยกู้ภัยและการช่วยเหลือจากรัฐ การตอบสนองของรัฐบาลจึงถูกจับตาเป็นพิเศษทั้งความรวดเร็ว ความพร้อม และความโปร่งใส ซึ่งล้วนเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในภาวะวิกฤตเช่นนี้

                        ขณะเดียวกัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างที่ลึกและซับซ้อนกว่าทุกเหตุการณ์  ทั้งข้อกล่าวหาด้านผลประโยชน์ทับซ้อน การบังคับใช้กฎหมายที่ถูกตั้งคำถาม และความเคลื่อนไหวภายในที่สะท้อนรอยแตกลึกของด้านวินัยและการกำกับ หากรัฐบาลไม่สามารถจัดการให้เกิดความชัดเจนและความรับผิดชอบได้ ความเสื่อมศรัทธาต่อสถาบันรัฐอาจขยายตัวจนกระทบเสถียรภาพในระยะยาว

                       ในเวลาที่รัฐบาลต้องดับ “ไฟหน้า”  คือความเดือดร้อนและการสูญเสียชีวิตจากวิกฤตน้ำท่วม  และ “ไฟหลัง”คือแรงสั่นสะเทือนจากกลไกตำรวจ  ยังมีสัญญาณความตึงเครียดตามชายแดนไทย–กัมพูชา ที่ต้องจับตาเพิ่มขึ้น ความเคลื่อนไหวตามแนวพรมแดนที่ปรากฏเป็นระยะอาจกลายเป็น “ไฟกองที่สาม” หากเกิดช่องว่างด้านความพร้อมของรัฐในช่วงที่รัฐบาลกำลังรับมือวิกฤตภายในประเทศอย่างหนัก

                      สถานการณ์ขณะนี้จึงเป็นการบริหารความเสี่ยงรอบทิศทางที่แทบไม่มีพื้นที่ให้ผิดพลาด ความสามารถของรัฐบาลในการจัดการทั้งความสูญเสียจากอุทกภัย ความโปร่งใสในสถาบันตำรวจ และความมั่นคงชายแดน จะเป็นตัวกำหนดอนาคตทางการเมืองและความเชื่อมั่นของประชาชนในระยะต่อไปอย่างมีนัยสำคัญ

ข่าวล่าสุด

“ระเบิด“..เป็นสัญญาณเตือนรัฐก่อนเลือกตั้ง

เหตุระเบิดและลอบวางเพลิงสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้รวม 11 แห่ง ใน จว.ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ช่วงกลางดึกวันที่ 10 ต่อเนื่องเช้ามืดวันที่ 11 มกราคม 2569 กลายเป็นเหตุรุนแรงครั้งใหญ่รับศักราชใหม่

เปิด 7 แผนที่ยุทธศาสตร์กรีนแลนด์ ทำไมโดนัลด์ ทรัมป์ ถึงต้องการเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นของสหรัฐฯ?

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ สร้างความสั่นสะเทือนในการประชุมสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum - WEF) ณ เมืองดาวอส โดยระบุว่าประเด็นเกาะกรีนแลนด์ (Greenland)

“ที่ใดไม่มีสัตบุรุษ ที่นั่นไม่เรียกว่าสภา”

อ. พุทธทาสได้เคยวิพากษ์สภาและการเมืองไว้ในหนังสือ "ธรรมะกับการเมือง" โดยยกพุทธภาษิตที่ว่า "ที่ใดไม่มีสัตบุรุษ ที่นั่นไม่เรียกว่าสภา" (น สา สภา ยตฺถ น สนฺติ สนฺโต) หมายความว่าต่อให้มีชื่อ มีโครงสร้าง และมีกฎหมายรองรับ หากที่ประชุมไม่มีสัตบุรุษ...

‘ภูมิธรรม-ทวี’ รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.

คำร้องที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา(สว.)ร่วมกันลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม (ในขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง

ข่าวอื่นๆ

“ระเบิด“..เป็นสัญญาณเตือนรัฐก่อนเลือกตั้ง

เหตุระเบิดและลอบวางเพลิงสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้รวม 11 แห่ง ใน จว.ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ช่วงกลางดึกวันที่ 10 ต่อเนื่องเช้ามืดวันที่ 11 มกราคม 2569 กลายเป็นเหตุรุนแรงครั้งใหญ่รับศักราชใหม่

ถ้า “เสียงเตือน” ที่ดังช้า…อาจดังไม่ทันเสียงถล่ม

เสียงเตือนที่ไม่ดังทันเวลา กับราคาที่ประเทศต้องจ่ายเป็นชีวิตคน ในประเทศที่เคยสูญเสียจากน้ำท่วม แผ่นดินไหว และอาคารรัฐพังราบในพริบตา

8 กุมภา 2569 เมื่อเสียงประชาชนต้อง “แบก” 

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ ไม่ใช่เพียงแค่วันเลือกตั้งทั่วไปตามวงรอบการยุบสภาเท่านั้น แต่ยังเป็นวันทำ“ประชามติ” ครั้งประวัติศาสตร์ตามประกาศราชกิจจานุเบกษา ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจระดับ "รากฐาน" ของประเทศ