วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 16, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTวิกฤตศรัทธา "กัน จอมพลัง" กับเงินบริจาคกว่า 200 ล้าน

วิกฤตศรัทธา “กัน จอมพลัง” กับเงินบริจาคกว่า 200 ล้าน

เผยแพร่

spot_img

  มูลนิธิ “กัน จอมพลัง ช่วยสู้” ซึ่งระดมเงินบริจาคจากสาธารณชนได้มากกว่า 200 ล้านบาท กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตความเชื่อมั่นครั้งใหญ่ หลังถูกตรวจสอบเข้มข้นถึงโครงสร้างการบริหารจัดการและความโปร่งใสทางกฎหมาย 

                         โดยเฉพาะประเด็นที่ผู้ก่อตั้งและผู้รณรงค์หลักไม่ได้มีตำแหน่งกรรมการอย่างเป็นทางการ และข้อบังคับที่ระบุให้โอนทรัพย์สินที่เหลือแก่ “มูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า” หากมีการยุบเลิก ทำให้เกิดคำถามถึงแรงจูงใจและความสัมพันธ์เชิงผลประโยชน์แอบแฝง ซึ่งเป็นจุดบกพร่องที่ส่งผลกระทบต่อหลักธรรมาภิบาลขององค์กรสาธารณกุศลอย่างรุนแรง

                        แม้ กัน จอมพลัง จะออกมาชี้แจงและยืนยันความบริสุทธิ์ใจ โดยอ้างว่าข้อบังคับดังกล่าวกระทำไปตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่และได้สั่งการให้ แก้ไขข้อ 39 โดยจะเปลี่ยนผู้รับโอนทรัพย์สินเป็น มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ พร้อมทั้งประกาศจะเข้ารับตำแหน่งประธานมูลนิธิด้วยตนเองเพื่อสร้างความเชื่อมั่นอย่างชัดเจน 

                       อย่างไรก็ตาม ข้อกังขาเรื่องการกล่าวคำเท็จยังคงอยู่ เมื่อกรณีการบริจาคเสื้อเกราะระดับ 4 ให้หน่วยทหารแนวหน้าปรากฏหลักฐานหนังสือขอความอนุเคราะห์จากหน่วยงานในพื้นที่ (ตชด./ทหารพราน) จริง แต่โฆษกกองทัพบกยืนยันว่ากองทัพไม่ได้ขาดแคลนและไม่มีนโยบายรับบริจาค แต่รับไว้ด้วยน้ำใจ 

                     ความขัดแย้งระหว่าง “ความต้องการระดับหน้างาน” กับ “นโยบายระดับกองทัพ” เป็นสิ่งที่มูลนิธิต้องเร่งเปิดเผยรายการใช้จ่ายและเอกสารทั้งหมดต่อสาธารณะ เพื่อให้เงินทุกบาททุกสตางค์ตอบโจทย์ผู้บริจาคได้อย่างปราศจากข้อสงสัย

                    เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจอย่างยิ่งที่ “กัน จอมพลัง” ซึ่งเชี่ยวชาญในการแฉความไม่ชอบมาพากลของผู้อื่น กลับพลาดท่าอย่างง่ายดายด้วย “ลายเซ็นที่ปรากฏในข้อบังคับมูลนิธิ” ของตนเอง การระบุชื่อมูลนิธิการเมืองในวรรคสุดท้ายของเอกสารสำคัญทางกฎหมาย ได้จุดชนวนให้เงินบริจาคกว่า 200 ล้านบาท ถูกลดทอนความศักดิ์สิทธิ์ลงทันที

                   ความปรารถนาดีที่เกิดขึ้นจากความเร่งรีบและไม่รอบคอบ ได้กลายเป็นอาวุธย้อนกลับมาทิ่มแทงตัวเอง และทำให้ภารกิจ “ช่วยสู้” ต้องกลายเป็นการ “สู้” เพื่อพิสูจน์ว่าตนไม่ได้เป็นเครื่องมือทางการเมืองใดๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การต่อสู้เพื่อความโปร่งใสต้องเริ่มต้นด้วยความโปร่งใสของตนเองก่อน แม้แต่ในตัวอักษรสุดท้ายของข้อบังคับก็ตาม

ข่าวล่าสุด

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

มันนั่งอยู่ตรงนั้น ….! บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ผมซื้อเองทุกเรือนนะ ไม่ได้ยืมเพื่อน..

ธรรมนัส อยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด และกล้าธรรมคือแผลผุกร่อนของการเมืองไทย การเมืองไทยมีสุภาษิตใหม่ที่ไม่มีใครกล้าพูดตรง ๆ แต่ทุกคนรู้กันดีว่า ธรรมนัสอยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด

ข่าวอื่นๆ

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

สยบแลนด์สไลด์  บีบ “เพื่อไทย” สยบใต้ปีก !

ในสมการอำนาจที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 8 กพ. เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่ผงาดขึ้นเป็นอันดับ 1 จับมือกับพรรคเพื่อไทยที่ยอมรับสถานะอันดับ 3 ฝ่ายที่ "ได้" ไปเต็ม ๆ คือภูมิใจไทย เพราะไม่เพียงแต่จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังได้ "เกราะป้องกัน" จากขั้วประชาธิปไตยเดิมผ่านชื่อของเพื่อไทย

อย่าให้ใครเรียก …“สยาม…เมืองส่วย !”  เมื่อทุนเทา-สแกมเมอร์ ขี่คออำนาจรัฐ

เมื่อคำว่า "ตอ" แข็งแกร่งกว่า "กฎหมาย" และ "สายอินเทอร์เน็ต" ข้ามโขงยาวไกลกว่า "สายตาผู้ตรวจสอบ" ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่ยอดเหยื่อสแกมเมอร์ที่พุ่งสูง แต่คือความเชื่อมั่นของประเทศที่พังทลายจนฉุดไม่อยู่