วันอังคาร, มกราคม 20, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTเปิดโปง "เสือนอนกิน" ใต้ร่มเงาสลากฯ

เปิดโปง “เสือนอนกิน” ใต้ร่มเงาสลากฯ

เผยแพร่

spot_img

เมื่อโควต้าราชการกลายเป็นบ่อเงินให้เครือข่ายอำนาจ

                                 ข่าวการเปิดทางให้มีการตรวจสอบโควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานสำนักงานสลากฯ เป็นสัญญาณที่น่าสนใจอย่างยิ่งในบริบทที่การจัดสรรสลากฯ ถูกตั้งคำถามมาอย่างยาวนานว่าได้กลายเป็นกลไกในการจัดสรรผลประโยชน์และอำนาจทางการเมือง ซึ่งนำไปสู่ความร่ำรวยของกลุ่มบุคคลที่อาศัยบารมีและอิทธิพลในการเข้าถึง “ส่วนแบ่ง” มหาศาลในแต่ละงวด

                                ข้อเท็จจริงที่ตอกย้ำความไม่เป็นธรรม คือ สำนักงานสลากฯ ได้จัดสรรโควต้ากว่า 145,095 เล่ม (คิดเป็น 13.82%) ให้แก่องค์กร สมาคม และมูลนิธิต่างๆ แต่หลังจากนั้นกลับ “ปัดความรับผิดชอบ” โดยระบุว่า การบริหารจัดการและจัดสรรโควต้าต่อให้กับสมาชิก เป็นอำนาจหน้าที่ของแต่ละองค์กรเอง และสำนักงานสลากฯ จะไม่ก้าวก่ายตราบใดที่ไม่มีการร้องเรียนจากสมาชิกโดยตรง

                               คำกล่าวนี้ไม่ต่างอะไรกับการ “ยกกุญแจคลังสมบัติ” ให้แก่องค์กรที่ได้รับการจัดสรร และปล่อยให้การบริหารจัดการผลประโยชน์มูลค่ามหาศาลอยู่ภายใต้ความมืดมนและอิทธิพลที่ยากจะตรวจสอบจากภายนอก ซึ่งเป็นต้นตอของปัญหาการนำโควต้าไป “ขายต่อ” หรือ “แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว” โดยผู้บริหารองค์กรที่อยู่ในเครือข่ายของนักการเมืองและผู้มีอำนาจ

                              ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารและจัดสรรผลประโยชน์ทางธุรกิจแจงช่องทางให้เห็นว่า ระบบการจัดสรรโควต้าปัจจุบันเป็น “ช่องโหว่เชิงโครงสร้าง” ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ “เสือนอนกิน” อย่างชัดเจน การที่สำนักงานสลากฯ ยืนยันว่าจะไม่ตรวจสอบการบริหารจัดการภายในองค์กรที่ได้รับโควต้า ตราบใดที่ยังไม่มีเสียงร้องเรียนจาก “สมาชิก” นั้น เป็นตรรกะที่บิดเบือนและไม่เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลสากล (Global Governance) เพราะเป็นการโยนภาระการตรวจสอบไปให้ “ผู้ถูกกดขี่” ที่อ่อนแอและเกรงกลัวอิทธิพลของผู้บริหารองค์กร ซึ่งมักมีความเชื่อมโยงกับ “อำนาจ” ที่แท้จริงอยู่เบื้องหลัง 

                                 เป็นที่รู้กันอยู่ว่า “เสือที่นอนกินโควต้า” เหล่านี้ สามารถใช้ “สมาคมบังหน้า” เป็นฉากกำบังความร่ำรวยส่วนตนได้อย่างแนบเนียน โดยอาศัยความอ่อนแอและความเกรงกลัวของสมาชิกเป็น “เกราะป้องกัน” การตรวจสอบจากรัฐ และที่น่ากังวลที่สุดคือการที่โควต้านี้ถูกใช้เป็น “บ่อเงินทุน” สำหรับการสร้างอิทธิพลและสายสัมพันธ์ในแวดวงการเมือง จนอาจถึงขั้นมี “นักการเมืองที่ร่ำรวยจากโควต้าสลากฯ” อยู่ในคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันตามที่สื่อและสาธารณชนตั้งข้อสังเกตมาอย่างยาวนาน

                              คำพูดของปลัดกระทรวงการคลังที่ว่า “ยินดีให้คุ้ย ให้รื้อ ให้ตรวจสอบ” จึงต้องถูกรับฟังด้วยความระมัดระวัง เพราะเป็น “ความกล้าหาญที่มาพร้อมกับความล่าช้า” (Courage with Delay) หากการตรวจสอบนี้เกิดขึ้นจริงและสามารถนำไปสู่การ “สังคายนา” รื้อระบบการจัดสรรโควต้าอย่างถอนรากถอนโคนตามความตั้งใจที่ระบุไว้ ก็จะเป็นก้าวสำคัญในการนำความโปร่งใสกลับคืนมา

                             รัฐบาลต้องตระหนักไว้ว่า การปล่อยให้ระบบการจัดสรรผลประโยชน์นี้ดำเนินต่อไปโดยไร้การตรวจสอบที่แท้จริง เป็นการทำลายความชอบธรรมทางการเมือง และเป็นการตอกย้ำข้อกล่าวหาว่า “รัฐบาลนี้มีมลทิน” เพราะปล่อยปละละเลยให้มีเหลือบยุงริ้นไรในคณะรัฐมนตรี หรือคนใกล้ชิดมีส่วนร่วมในการรับผลประโยชน์จากช่องโหว่ของกฎหมายที่ควรจะถูกกำจัดไปนานแล้ว

                            การเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงจะต้องมิใช่เพียงการ “ย้ายโควต้า” ไปให้หน่วยงานรัฐอื่นดูแล แต่ต้องเป็นการ “ตัดท่อน้ำเลี้ยง” ของเครือข่ายอำนาจที่แอบอ้างความชอบธรรมของสมาคมและองค์กรพิการเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว 

                           รัฐบาลไม่ควรให้มีเวลา “เล่นเกมผลักภาระ” อีกต่อไป เพราะความไม่เชื่อมั่นในระบบสลากฯ คือความไม่เชื่อมั่นในความยุติธรรมของรัฐบาลโดยตรง

ข่าวล่าสุด

8 กุมภา 2569 เมื่อเสียงประชาชนต้อง “แบก” 

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ ไม่ใช่เพียงแค่วันเลือกตั้งทั่วไปตามวงรอบการยุบสภาเท่านั้น แต่ยังเป็นวันทำ“ประชามติ” ครั้งประวัติศาสตร์ตามประกาศราชกิจจานุเบกษา ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจระดับ "รากฐาน" ของประเทศ

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ: เมื่ออิหร่าน “ปิด Starlink”

อิหร่านสามารถ ตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตผ่าน Starlink ได้สำเร็จเป็นครั้งแรก พร้อมพาดหัวแรงว่า “Kill Switch—Iran Shuts Down Starlink Internet For First Time”

ส้มโอเวียงแก่นเชียงราย GI น้องใหม่

ขึ้นทะเบียนสินค้า GI “ส้มโอเวียงแก่น” 3 สายพันธุ์ จากจ.เชียงราย ส่งผลให้เป็นจังหวัดที่มี GI มากในไทยถึง 9 รายการ สร้างมูลค่าสู่ชุมชนรวมกว่า 400 ล้านบาทต่อปี

สรุปมหากาพย์ “ITD: ยักษ์ล้มที่กำลังหายใจรวยริน” ฉบับ Droid ตัวจบมาให้!

งานนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเครนถล่ม แต่มันคือวิกฤต "ไส้เน่า" ที่หมักหมมมานาน จนมูลค่าบริษัทที่เคยเป็นหมื่นล้าน ตอนนี้เหลือแค่พันล้าน!

ข่าวอื่นๆ

8 กุมภา 2569 เมื่อเสียงประชาชนต้อง “แบก” 

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ ไม่ใช่เพียงแค่วันเลือกตั้งทั่วไปตามวงรอบการยุบสภาเท่านั้น แต่ยังเป็นวันทำ“ประชามติ” ครั้งประวัติศาสตร์ตามประกาศราชกิจจานุเบกษา ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจระดับ "รากฐาน" ของประเทศ

ประชาธิปไตย “แพงขึ้น” ทุกครั้งที่เข้าคูหา “เลือกตั้ง” “ประชามติ” ใช้งบภาษีเกือบ 9,000 ล้าน 

การจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรควบคู่กับการออกเสียงประชามติในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงกระบวนการทางการเมืองตามปกติ หากแต่เป็น “การลงทุนของรัฐ” ที่ใช้เงินภาษีประชาชนในระดับสูงถึง 8,978,267,690 บาท

ทรัมป์ ระงับวีซ่า  75 ประเทศ ? ไทย ติดโผ…สะท้อนอะไรบ้าง… !

การประกาศของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ เรื่องการ “ระงับการพิจารณาวีซ่าผู้อพยพ” จาก 75 ประเทศ ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนในเวทีโลก รวมถึงประเทศไทยที่มีชื่ออยู่ในรายชื่อดังกล่าว