หน้าแรกINSIDE - INSIGHTข้อตกลงหลังหยุดยิงกำลังจะไร้ความหมาย 

ข้อตกลงหลังหยุดยิงกำลังจะไร้ความหมาย 

เผยแพร่

spot_img

 เมื่อกัมพูชายังแสดงพฤติกรรมปฏิเสธทุกเรื่องที่ตนก่อขึ้น 

ขณะไทยอดทนตีแผ่ความจริงท่ามกลางการรับรู้กว้างขวาง

 ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา แม้จะถูกควบคุมด้วยข้อตกลงหยุดยิงที่ลงนามปลายเดือนกรกฎาคม แต่ยังคงมีเหตุการณ์และข้อกล่าวหาที่ทำให้บรรยากาศคลี่คลายได้ไม่เต็มที่ ฝ่ายกัมพูชาดำเนินการสื่อสารในเชิงรุก ทั้งในสื่อสังคมออนไลน์และสื่อกระแสหลัก เพื่อปฏิเสธข้อกล่าวหาการละเมิดข้อตกลง พร้อมโยนความรับผิดชอบกลับไปยังฝ่ายไทยในเกือบทุกกรณี

                        ความสัมพันธ์ชายแดนระหว่างสองประเทศไม่ใช่เรื่องใหม่ ความขัดแย้งเรื่องพื้นที่ทับซ้อนและสิทธิ์เหนือแหล่งโบราณสถาน เช่น ปราสาทพระวิหาร และพื้นที่ใกล้เคียง เป็นชนวนปะทุซ้ำในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา แต่รอบล่าสุดนี้ จุดโฟกัสอยู่ที่การใช้ “สงครามข้อมูลข่าวสาร” ควบคู่กับปฏิบัติการภาคสนาม ซึ่งสร้างผลกระทบต่อการรับรู้ของประชาชนทั้งในและนอกประเทศ

                       สัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดเหตุเหยียบกับระเบิดบริเวณชายแดน ทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 3 นาย หนึ่งในนั้นอาการสาหัส ฝ่ายไทยระบุว่าเป็นกับระเบิดที่เพิ่งถูกติดตั้งใหม่ ขณะที่กัมพูชาปฏิเสธทันที โดยระบุว่าเป็น “ระเบิดเก่า” และกล่าวหาไทยว่าเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

                        เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไม่นานหลังจากที่อาเซียนส่งผู้สังเกตการณ์ลงพื้นที่นำโดยมาเลเซีย เพื่อเฝ้าติดตามสถานการณ์หยุดยิง ฝ่ายไทยยังคงยืนยันให้การสอบสวนเป็นไปอย่างโปร่งใสและอ้างอิงหลักฐาน เช่น ภาพถ่ายดาวเทียมและรายงานจากพื้นที่

                         นอกจากการปฏิเสธข้อกล่าวหา ฝ่ายกัมพูชายังขยายประเด็นผ่านเหตุการณ์ที่ถูกมองว่ามีความหมายเชิงสัญลักษณ์สูง   การเดินขบวนของพระสงฆ์กว่า 2,500 รูป จากวัดพนมไปยังอนุสรณ์สถานอิสรภาพ กรุงพนมเปญ เรียกร้องให้ไทยปล่อยตัวเชลยศึก 18 นาย

                          แม้กระบวนการเกี่ยวกับเชลยศึกนี้อยู่ภายใต้พันธกรณีของสมาชิกสหประชาชาติ และกำลังดำเนินไปตามขั้นตอนทางกฎหมายระหว่างประเทศ การใช้บุคคลและสัญลักษณ์ทางศาสนาถูกมองว่าเป็นการดึงประเด็นเข้าสู่สนามความรู้สึกของสาธารณชน มากกว่าการถกเถียงบนฐานข้อเท็จจริง

                           นักวิเคราะห์ระบุว่านี่คือยุทธวิธีผสมผสานระหว่าง Information Warfare และ Psychological Operations ที่ตั้งเป้าสร้างกระแสความเห็นใจอย่างรวดเร็ว เพื่อกดดันไทยทั้งในเวทีภายในประเทศกัมพูชาและในสายตาสาธารณะโลก

                           ฝ่ายไทยยังคงรักษาท่าทีระมัดระวัง ใช้การเก็บข้อมูลเชิงประจักษ์จากหลายแหล่ง ทั้งรายงานผู้สังเกตการณ์อาเซียน ภาพถ่ายดาวเทียม และคำให้การจากพื้นที่ เพื่อเตรียมตีแผ่ข้อเท็จจริงสู่สังคมโลก การเคลื่อนไหวนี้มุ่งลดความคลุมเครือของข้อมูล และสร้างความเข้าใจว่าข้อตกลงหยุดยิงต้องยึดถือโดยทุกฝ่าย

                       ในขณะที่สงครามข้อมูลยังดำเนินไป การสื่อสารของไทยเน้นการใช้หลักฐานมากกว่าการโต้เถียงเชิงวาทกรรม เพื่อรักษาภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือในเวทีระหว่างประเทศ

                      สายตานานาประเทศกำลังเบื่อหน่ายกับพฤติกรรมของผู้นำกัมพูชา

ข่าวล่าสุด

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“ปลานิล” จำแลงกาย… เข้าไปแทน “แมคเคอเรล”   เปิดปมฉาวปลากระป๋องนับหมื่นชิ้น

กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์เมื่อ “ปลานิล” ลอบสวมสิทธิ์เป็น “ปลาแมคเคอเรล” ในกระป๋องซอสมะเขือเทศ

จากม่านหมอกที่ “ปาย”  เคลื่อนลงใต้ “เกาะพะงัน”

ปฏิบัติการสายฟ้าแลบบุกค้นศูนย์การเรียนรู้เถื่อนบนเกาะพะงันเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา คือสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดง

หวัง อี้ พบหารือกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน 

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 หวัง อี้ สมาชิกกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน พบหารือกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ณ กรุงปักกิ่ง อารักชีได้ชี้แจงความคืบหน้าล่าสุดของการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา รวมทั้งข้อพิจารณาในขั้นตอนต่อไปของฝ่ายอิหร่าน โดยระบุว่า...

ข่าวอื่นๆ

“ปลานิล” จำแลงกาย… เข้าไปแทน “แมคเคอเรล”   เปิดปมฉาวปลากระป๋องนับหมื่นชิ้น

กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์เมื่อ “ปลานิล” ลอบสวมสิทธิ์เป็น “ปลาแมคเคอเรล” ในกระป๋องซอสมะเขือเทศ

จากม่านหมอกที่ “ปาย”  เคลื่อนลงใต้ “เกาะพะงัน”

ปฏิบัติการสายฟ้าแลบบุกค้นศูนย์การเรียนรู้เถื่อนบนเกาะพะงันเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา คือสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดง

พรก. ”4 แสนล้าน“  แก้วิกฤต…หรือขยายอำนาจ ?

มติคณะรัฐมนตรีให้ตราพระราชกำหนดกู้เงินวงเงิน 400,000 ล้านบาท โดยมีเหตุผลจากความผันผวนของสถานการณ์พลังงานโลก