วันเสาร์, เมษายน 18, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTข้อตกลงหลังหยุดยิงกำลังจะไร้ความหมาย 

ข้อตกลงหลังหยุดยิงกำลังจะไร้ความหมาย 

เผยแพร่

spot_img

 เมื่อกัมพูชายังแสดงพฤติกรรมปฏิเสธทุกเรื่องที่ตนก่อขึ้น 

ขณะไทยอดทนตีแผ่ความจริงท่ามกลางการรับรู้กว้างขวาง

 ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา แม้จะถูกควบคุมด้วยข้อตกลงหยุดยิงที่ลงนามปลายเดือนกรกฎาคม แต่ยังคงมีเหตุการณ์และข้อกล่าวหาที่ทำให้บรรยากาศคลี่คลายได้ไม่เต็มที่ ฝ่ายกัมพูชาดำเนินการสื่อสารในเชิงรุก ทั้งในสื่อสังคมออนไลน์และสื่อกระแสหลัก เพื่อปฏิเสธข้อกล่าวหาการละเมิดข้อตกลง พร้อมโยนความรับผิดชอบกลับไปยังฝ่ายไทยในเกือบทุกกรณี

                        ความสัมพันธ์ชายแดนระหว่างสองประเทศไม่ใช่เรื่องใหม่ ความขัดแย้งเรื่องพื้นที่ทับซ้อนและสิทธิ์เหนือแหล่งโบราณสถาน เช่น ปราสาทพระวิหาร และพื้นที่ใกล้เคียง เป็นชนวนปะทุซ้ำในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา แต่รอบล่าสุดนี้ จุดโฟกัสอยู่ที่การใช้ “สงครามข้อมูลข่าวสาร” ควบคู่กับปฏิบัติการภาคสนาม ซึ่งสร้างผลกระทบต่อการรับรู้ของประชาชนทั้งในและนอกประเทศ

                       สัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดเหตุเหยียบกับระเบิดบริเวณชายแดน ทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 3 นาย หนึ่งในนั้นอาการสาหัส ฝ่ายไทยระบุว่าเป็นกับระเบิดที่เพิ่งถูกติดตั้งใหม่ ขณะที่กัมพูชาปฏิเสธทันที โดยระบุว่าเป็น “ระเบิดเก่า” และกล่าวหาไทยว่าเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

                        เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไม่นานหลังจากที่อาเซียนส่งผู้สังเกตการณ์ลงพื้นที่นำโดยมาเลเซีย เพื่อเฝ้าติดตามสถานการณ์หยุดยิง ฝ่ายไทยยังคงยืนยันให้การสอบสวนเป็นไปอย่างโปร่งใสและอ้างอิงหลักฐาน เช่น ภาพถ่ายดาวเทียมและรายงานจากพื้นที่

                         นอกจากการปฏิเสธข้อกล่าวหา ฝ่ายกัมพูชายังขยายประเด็นผ่านเหตุการณ์ที่ถูกมองว่ามีความหมายเชิงสัญลักษณ์สูง   การเดินขบวนของพระสงฆ์กว่า 2,500 รูป จากวัดพนมไปยังอนุสรณ์สถานอิสรภาพ กรุงพนมเปญ เรียกร้องให้ไทยปล่อยตัวเชลยศึก 18 นาย

                          แม้กระบวนการเกี่ยวกับเชลยศึกนี้อยู่ภายใต้พันธกรณีของสมาชิกสหประชาชาติ และกำลังดำเนินไปตามขั้นตอนทางกฎหมายระหว่างประเทศ การใช้บุคคลและสัญลักษณ์ทางศาสนาถูกมองว่าเป็นการดึงประเด็นเข้าสู่สนามความรู้สึกของสาธารณชน มากกว่าการถกเถียงบนฐานข้อเท็จจริง

                           นักวิเคราะห์ระบุว่านี่คือยุทธวิธีผสมผสานระหว่าง Information Warfare และ Psychological Operations ที่ตั้งเป้าสร้างกระแสความเห็นใจอย่างรวดเร็ว เพื่อกดดันไทยทั้งในเวทีภายในประเทศกัมพูชาและในสายตาสาธารณะโลก

                           ฝ่ายไทยยังคงรักษาท่าทีระมัดระวัง ใช้การเก็บข้อมูลเชิงประจักษ์จากหลายแหล่ง ทั้งรายงานผู้สังเกตการณ์อาเซียน ภาพถ่ายดาวเทียม และคำให้การจากพื้นที่ เพื่อเตรียมตีแผ่ข้อเท็จจริงสู่สังคมโลก การเคลื่อนไหวนี้มุ่งลดความคลุมเครือของข้อมูล และสร้างความเข้าใจว่าข้อตกลงหยุดยิงต้องยึดถือโดยทุกฝ่าย

                       ในขณะที่สงครามข้อมูลยังดำเนินไป การสื่อสารของไทยเน้นการใช้หลักฐานมากกว่าการโต้เถียงเชิงวาทกรรม เพื่อรักษาภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือในเวทีระหว่างประเทศ

                      สายตานานาประเทศกำลังเบื่อหน่ายกับพฤติกรรมของผู้นำกัมพูชา

ข่าวล่าสุด

สหรัฐฯ เตรียมคืนภาษี 1.66 แสนล้านดอลลาร์! หลังศาลฎีกาชี้คำสั่งภาษีผิดกฎหมาย

รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วางแผนที่จะเริ่มใช้งานระบบสำหรับออกเงินคืนให้แก่ผู้นำเข้าชาวอเมริกันในวันจันทร์ที่ 20 เมษายน เป็นเงินจำนวน 1.66 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

เธอถูกแทง 30 ครั้งโดยชายสองคน แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ 

ขณะนอนจมกองเลือด เธอเขียนชื่อผู้ทำร้ายลงบนพื้นทราย จับศีรษะและลำไส้ไว้ด้วยกัน แล้วคลานไปยังถนนด้วยความมุ่งมั่นที่จะเอาชีวิตรอด ในค่ำคืนหนึ่งของวันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 1994 หญิงสาววัย 27 ปีชื่อ อลิสัน โบธา (Alison...

ความเป็นจริงทางเศรษฐกิจใหม่-จีนมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่าสหรัฐฯ แล้ว 34% 

ตัวเลขขนาดเศรษฐกิจโลกในปีล่าสุดเผยภาพ “ความเป็นจริงใหม่” เมื่อจีนมีขนาดเศรษฐกิจตามกำลังซื้อใหญ่กว่าสหรัฐฯ ถึงหนึ่งในสาม และรัสเซียขยับขึ้นแซงทั้งญี่ปุ่นและเยอรมนี

เสียงใต้ ไม่ต้องการความรุนแรง

บอกเลยว่านี่คือการ "ดับเครื่องชน" ของแม่ทัพภาคที่ 4 (มทภ.4) ที่ดุเดือด มากครับ เหมือนเป็นการรวบยอดความอัดอั้นของฝั่งความมั่นคงแล้วสวนกลับ ใส่ฝั่งการเมืองแบบ "หมัดฮุค" เข้าเต็มเปา

ข่าวอื่นๆ

“ใคร?” คือเจ้าของตัวจริงธุรกิจท่องเที่ยวไทย !เปิดโครงสร้างนอมินี 4 แสนล้าน 

สถิติจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยยอดตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยงนอมินีในปีที่ผ่านมาพุ่งสูงกว่า 16,000 ราย ใน 10 จังหวัดท่องเที่ยวหลัก

สงกรานต์ 2569 เมื่อ “ดีเซล 44 บาท” ทำงานแทนรัฐบาล

วิกฤตการณ์พลังงานที่ผลักดันให้ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 44.40 บาทต่อลิตรในช่วงสงกรานต์ปี 2569 กลายเป็นกลไกจำกัดการเดินทางที่ส่งผลรุนแรงยิ่งกว่าการรณรงค์ใดๆ ของภาครัฐ

“ฟรีวีซ่า 93 ประเทศ ดันเศรษฐกิจไทยฟื้น แต่ความเสี่ยงอาชญากรรมข้ามชาติท้าทายระบบคัดกรอง”

“สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime ) และ INTERPOL เริ่มสะท้อนแนวโน้มที่ต้องจับตา โดยระบุว่าเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะกลุ่มหลอกลวงออนไลน์และอาชญากรรมไซเบอร์ มีการปรับรูปแบบและเคลื่อนย้ายฐานปฏิบัติการไปยังประเทศที่มีมาตรการเข้าเมืองผ่อนคลายมากขึ้น