วันเสาร์, เมษายน 18, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTจับตาวันตัดสิน 29 สิงหาฯ  ศึกชี้ชะตา ...

จับตาวันตัดสิน 29 สิงหาฯ  ศึกชี้ชะตา “แพทองธาร” คดีฮุนเซ็นเขย่าบัลลังก์นายกฯ สั่นคลอนการเมืองไทย

เผยแพร่

spot_img

ในสัปดาห์หน้า การเมืองไทยกำลังจะเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ กรณีสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาวินิจฉัยความเป็นนายกรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ จากคลิปหลุดการสนทนากับสมเด็จฮุนเซ็น อดีตนายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ซึ่งถูกนำมาตีความว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญ

                                การไต่สวนนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา เป็นขั้นตอนสำคัญที่นำไปสู่การพิจารณาคำแถลงปิดคดีที่จะต้องส่งภายในวันที่ 25 สิงหาคมนี้ ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวได้สร้างแรงกระเพื่อมและความไม่แน่นอนทางการเมืองอย่างยิ่ง

                                  สถานการณ์นี้ต้องพิจารณาจากหลายมิติ ทั้งในแง่ของข้อกฎหมาย ประเด็นทางการเมือง และกรณีศึกษาในอดีต ประเด็นสำคัญอยู่ที่การพิจารณาว่าการกระทำของนายกรัฐมนตรีเข้าข่ายเป็น “การกระทำที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ” หรือไม่ ซึ่งอาจมีการตีความที่หลากหลาย โดยเฉพาะในเรื่องของการกระทำที่ “อาจ” นำมาซึ่งความขัดแย้งระหว่างประเทศ หรือการกระทำที่ “อาจ” ขัดต่อผลประโยชน์ของชาติ 

                                ในอดีตศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาแล้วหลายครั้ง โดยมีลักษณะการกล่าวหาที่แตกต่างกันไป เช่น กรณี พล.อ.สุจินดา คราประยูร (แม้จะพ้นจากตำแหน่งด้วยแรงกดดันทางการเมืองมากกว่าคำวินิจฉัยของศาลโดยตรง), นายสมัคร สุนทรเวช ในคดีจัดรายการทำอาหาร (ซึ่งถูกตีความว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อมาตรา 268 ของรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ที่ห้ามเจ้าหน้าที่รัฐรับผลประโยชน์ในฐานะส่วนตัว) และกรณีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ในคดีการสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ แม้ลักษณะการกล่าวหาจะแตกต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือการตีความบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่นำไปสู่การพ้นจากตำแหน่ง 

                               ดังนั้น ในกรณีของนางสาวแพทองธาร การตัดสินจึงขึ้นอยู่กับว่า เมื่อศาลได้ทำการไต่สวนพยานแล้วหลายปาก และจากพยานหลักฐานที่นำสู่ศาลแล้วนั้น ศาลจะตีความการกระทำในคลิปเสียงและให้น้ำหนักกับพยานหลักฐานที่นำเสนอมากน้อยเพียงใด

                                 ในห้วงเวลาที่ต้องรอคำตอบ สัญญาณที่ส่งออกมาคือการรอคอยอย่างเงียบ ๆ แต่แฝงไปด้วยแรงกดดัน ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องย่อมตระหนักดีว่าการกระทำหรือการตัดสินใจใดที่อาจผิดพลาดไปแล้ว ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ ย่อมเป็นสิ่งที่ผู้เกี่ยวข้องรู้อยู่แก่ใจ ท่ามกลางความไม่แน่นอนนี้ คำวินิจฉัยที่กำลังจะมาถึงจึงเป็นจุดชี้ขาดสำคัญว่า การเมืองไทยจะเดินต่อไปในทิศทางใด

                                ถึงวันนั้น คนไทยจะได้เห็นว่า คลิปเสียงนส.แพทองธาร คุยกับฮุนเซ็น นั้น  เขย่าบัลลังก์นายกรัฐมนตรีให้ สั่นคลอนจริงหรือไม่

ข่าวล่าสุด

สหรัฐฯ เตรียมคืนภาษี 1.66 แสนล้านดอลลาร์! หลังศาลฎีกาชี้คำสั่งภาษีผิดกฎหมาย

รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วางแผนที่จะเริ่มใช้งานระบบสำหรับออกเงินคืนให้แก่ผู้นำเข้าชาวอเมริกันในวันจันทร์ที่ 20 เมษายน เป็นเงินจำนวน 1.66 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

เธอถูกแทง 30 ครั้งโดยชายสองคน แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ 

ขณะนอนจมกองเลือด เธอเขียนชื่อผู้ทำร้ายลงบนพื้นทราย จับศีรษะและลำไส้ไว้ด้วยกัน แล้วคลานไปยังถนนด้วยความมุ่งมั่นที่จะเอาชีวิตรอด ในค่ำคืนหนึ่งของวันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 1994 หญิงสาววัย 27 ปีชื่อ อลิสัน โบธา (Alison...

ความเป็นจริงทางเศรษฐกิจใหม่-จีนมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่าสหรัฐฯ แล้ว 34% 

ตัวเลขขนาดเศรษฐกิจโลกในปีล่าสุดเผยภาพ “ความเป็นจริงใหม่” เมื่อจีนมีขนาดเศรษฐกิจตามกำลังซื้อใหญ่กว่าสหรัฐฯ ถึงหนึ่งในสาม และรัสเซียขยับขึ้นแซงทั้งญี่ปุ่นและเยอรมนี

เสียงใต้ ไม่ต้องการความรุนแรง

บอกเลยว่านี่คือการ "ดับเครื่องชน" ของแม่ทัพภาคที่ 4 (มทภ.4) ที่ดุเดือด มากครับ เหมือนเป็นการรวบยอดความอัดอั้นของฝั่งความมั่นคงแล้วสวนกลับ ใส่ฝั่งการเมืองแบบ "หมัดฮุค" เข้าเต็มเปา

ข่าวอื่นๆ

“ใคร?” คือเจ้าของตัวจริงธุรกิจท่องเที่ยวไทย !เปิดโครงสร้างนอมินี 4 แสนล้าน 

สถิติจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยยอดตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยงนอมินีในปีที่ผ่านมาพุ่งสูงกว่า 16,000 ราย ใน 10 จังหวัดท่องเที่ยวหลัก

สงกรานต์ 2569 เมื่อ “ดีเซล 44 บาท” ทำงานแทนรัฐบาล

วิกฤตการณ์พลังงานที่ผลักดันให้ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 44.40 บาทต่อลิตรในช่วงสงกรานต์ปี 2569 กลายเป็นกลไกจำกัดการเดินทางที่ส่งผลรุนแรงยิ่งกว่าการรณรงค์ใดๆ ของภาครัฐ

“ฟรีวีซ่า 93 ประเทศ ดันเศรษฐกิจไทยฟื้น แต่ความเสี่ยงอาชญากรรมข้ามชาติท้าทายระบบคัดกรอง”

“สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime ) และ INTERPOL เริ่มสะท้อนแนวโน้มที่ต้องจับตา โดยระบุว่าเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะกลุ่มหลอกลวงออนไลน์และอาชญากรรมไซเบอร์ มีการปรับรูปแบบและเคลื่อนย้ายฐานปฏิบัติการไปยังประเทศที่มีมาตรการเข้าเมืองผ่อนคลายมากขึ้น