วันเสาร์, เมษายน 25, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT“ยืนตรง”  หรือ “เพิกเฉย”  เมื่อการแสดงความเคารพต่อเพลงชาติและเพลงสรรเสริญฯ บรรทัดฐานที่..ถูกละเลย

“ยืนตรง”  หรือ “เพิกเฉย”  เมื่อการแสดงความเคารพต่อเพลงชาติและเพลงสรรเสริญฯ บรรทัดฐานที่..ถูกละเลย

เผยแพร่

spot_img

กลไกกฎหมายและวิกฤตจิตสำนึก  เมื่อวัฒนธรรมที่ต้องเลือกระหว่างเสรีภาพส่วนตนหรือเกียรติภูมิชาติ

                                   ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงทางความคิดในสังคมปัจจุบัน   ภาพการยืนตรงเคารพธงชาติในเวลา 08.00 น. และ 18.00 น. รวมถึงการถวายความเคารพต่อเพลงสรรเสริญพระบารมีในพื้นที่สาธารณะและโรงภาพยนตร์ กำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งสำคัญจากความเฉยเมยของผู้คน ทั้งที่กฎหมายระบุบทลงโทษไว้ชัดเจนและมีจารีตประเพณีเป็นรากฐานสำคัญมาอย่างยาวนาน

                                  สาระสำคัญของกฎหมายธงชาติและบทลงโทษที่ยังขลัง  ตามพระราชบัญญัติธง พศ. 2522 มาตรา 53 ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า   ผู้ใดไม่แสดงความเคารพในขณะเชิญธงชาติขึ้นหรือลงจากเสาตามระเบียบที่ทางราชการกำหนด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน  หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

                                กฎหมายฉบับนี้มิได้ตราขึ้นเพียงเพื่อความสวยงาม แต่เป็นเครื่องมือในการรักษาศักดิ์ศรีของสัญลักษณ์สูงสุดแห่งอธิปไตยไทย ทว่าในทางปฏิบัติ เรากลับพบเห็นภาพประชาชนและชาวต่างชาติสัญจรผ่านไปมาอย่างปกติในช่วงเวลาดังกล่าว สะท้อนถึงการบังคับใช้กฎหมายที่หย่อนยานจนนำไปสู่ความละเลย

                                เพลงสรรเสริญพระบารมี  จารีตทางจิตใจและศูนย์รวมแห่งศรัทธา

                               แม้ในปัจจุบันพรบ.วัฒนธรรมแห่งชาติ พศ. 2553 จะเน้นการส่งเสริมมากกว่าการลงโทษทางอาญาสำหรับผู้ที่ไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงภาพยนตร์   แต่การยืนตรงคือ “จรรยาบรรณทางวัฒนธรรม” ที่แสดงถึงความกตัญญูกตเวทีต่อองค์พระมหากษัตริย์ในฐานะศูนย์รวมจิตใจของคนในชาติ   การนิ่งเฉยท่ามกลางเสียงเพลงที่พรรณนาถึงพระมหากรุณาธิคุณ จึงมิใช่เพียงเรื่องของเสรีภาพ แต่คือการปฏิเสธความสอดประสานทางจิตวิญญาณที่หล่อหลอมให้ชาติไทยมีความเป็นปึกแผ่นมาแต่อดีต   โดยมีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นเสาหลักที่ยึดเหนี่ยวคนไทยไว้ด้วยกัน

                           มาตรฐานสากล  บทเรียนจากมหาอำนาจในการรักษาเกียรติภูมิ

                          ในระดับสากล การเคารพสัญลักษณ์ชาติเป็นสิ่งที่ต่อรองไม่ได้ อาทิ สหรัฐอเมริกา ที่แม้จะเชิดชูเสรีภาพแต่หากใครเพิกเฉยต่อเพลงชาติในที่สาธารณะมักถูกสังคมกดดันอย่างรุนแรง   หรือใน สหราชอาณาจักร ซึ่งมีความผูกพันกับสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างลึกซึ้ง   ประชาชนจะยืนตรงอย่างสงบเมื่อเพลง God Save the King ดังขึ้นเพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีและพลังสามัคคี   ขณะที่ ฝรั่งเศส แม้จะเป็นสาธารณรัฐแต่มีความเป็นชาตินิยมสูงยิ่ง ประชาชนจะให้เกียรติเพลงชาติ La Marseillaise และธงไตรรงค์ในฐานะสัญลักษณ์แห่งชัยชนะและเสรีภาพ หากผู้ใดละเมิดหรือลบหลู่สัญลักษณ์เหล่านี้ในที่สาธารณะอาจถูกสังคมดูแคลนและเผชิญกับมาตรการทางสังคมที่เข้มข้น

                         ภาพสะท้อนความเฉยเมยและหน้าที่ที่ขาดหายของเจ้าหน้าที่รัฐ

                         เป็นเรื่องที่น่าพิจารณาเมื่อเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งควรเป็นต้นแบบกลับแสดงท่าทีนิ่งเฉยเสียเอง ราวกับว่าการเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสานั้นเป็นเพียงภารกิจประจำวันที่แสนธรรมดา 

                        ภาพการยืนเล่นสมาร์ทโฟนหรือเดินผ่านเสียงเพลงชาติไปอย่างไม่ใส่ใจ คือการทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายที่ตนเองถืออยู่โดยทางอ้อม เมื่อ “ผู้คุมกฎ” ทำตัวเป็นเพียงหุ่นนิ่งที่ไร้ความรู้สึกต่อสัญลักษณ์ชาติ ประชาชนย่อมมองไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตาม   จนกฎหมายที่มีโทษจำคุกกลายเป็นเพียงหน้ากระดาษที่ไม่มีใครยำเกรง

                        ภารกิจเร่งด่วนของกระทรวงวัฒนธรรมในการปลุกจิตสำนึก

                        เป็นหน้าที่โดยตรงของกระทรวงวัฒนธรรมที่จะต้องก้าวข้ามการทำงานเชิงรับ แล้วหันมา “ปลุกจิตสำนึก” อย่างจริงจัง โดยเฉพาะการสื่อสารกับคนทุกรุ่นและชาวต่างชาติให้ตระหนักว่า การมีธงไทยนำหน้าและมีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมจิตใจ คือรากฐานที่ทำให้ชาติไทยคงความเป็นเอกราชมาได้

                        การรณรงค์ต้องชี้ให้เห็นว่าแม้โลกจะเปลี่ยนไปเพียงใด แต่ความกตัญญูต่อแผ่นดินผ่านการแสดงความเคารพ คืออาภรณ์ทางใจที่ทำให้คนไทยแตกต่างและสง่างามในสายตาชาวโลก

                       ความเป็นไทยที่ต้องรักษาด้วยหัวใจและระเบียบวินัย

                       ความเข้มแข็งของชาติไทยมิได้วัดกันที่เพียงวัตถุ แต่อยู่ที่ความพร้อมเพรียงและจิตสำนึกร่วมกัน หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังปล่อยให้ความมักง่ายเข้าครอบงำวัฒนธรรมการยืนเคารพ เราอาจจะเหลือเพียงชื่อประเทศที่ไร้จิตวิญญาณ

                     ถึงเวลาแล้วที่ต้องร่วมมือกันกู้คืนบรรยากาศแห่งความเคารพศรัทธา ให้เสียงเพลงชาติและเพลงสรรเสริญฯ เป็นเสียงที่ดึงความภาคภูมิใจของคนในชาติให้กลับมายืนตระหง่านอย่างมีเกียรติภูมิอีกครั้ง

2569-04-26   “ชัยทัศน์” 

ข่าวล่าสุด

แพงไปไหม ? สนามบินบุรีรัมย์ทุ่ม 19.9 ล้านบาท แค่เปลี่ยนสีป้ายจากแดงเป็นน้ำเงิน! 

ถูกโยงจัดฉากให้ตรงสีพรรคภูมิใจไทย.. เมื่อสีเดิมไม่โดนใจงบภาษีจึงถูกใช้หลัก ล้าน!

อดีต​ที่ผิดพลาด ​ส่งผลถึงปัจจุบัน​

การจะมีรัฐสภาที่ใช้งานได้จะต้องอาศัยปชช.ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง​ ที่เข้าใจระบอบการปกครองแบบนี้ดี หากไม่มีปชช.ที่มีสติปัญญามากำกับควบคุม รัฐสภามีแต่จะเสื่อมถอยไปเป็นองค์การที่เลวร้ายและเผด็จการ

โรงพยาบาลศิริราช (คลินิกหน่วยกายอุปกรณ์) รับบริจาคแก้วน้ำพลาสติกแข็งที่ใช้งานแล้ว

โรงพยาบาลศิริราช (คลินิกหน่วยกายอุปกรณ์) รับบริจาคแก้วน้ำพลาสติกแข็งที่ใช้งานแล้ว เพื่อนำไปผลิตขาเทียมและกายอุปกรณ์

ครอบครัวของบรูซ วิลลิสจะบริจาคสมองของเขาให้แก่ภาควิทยาศาสตร์

หลังจากที่เขาเสียชีวิต เพื่อช่วยเหลือนักวิจัยในการค้นหาวิธีรักษาโรคสมองเสื่อมส่วนหน้าและส่วนขมับ ครั้งหนึ่ง เขาคือชายผู้เอ่ยบทสนทนาได้อย่างเฉียบคม เดินอยู่ท่ามกลางแสงไฟของโลกภาพยนตร์ และทำให้ผู้ชมจดจำได้เพียงแค่รอยยิ้มครึ่งหนึ่งบนใบหน้า วันนี้ บรูซ วิลลิส (Bruce Willis) ในวัย 70 ปี ใช้ชีวิตอยู่ในสถานดูแล เขาไม่สามารถพูด...

ข่าวอื่นๆ

เมื่อ “งาน” กับ “คน” เดินสวนทางกัน  วิกฤตทักษะหลงยุคฉุดเศรษฐกิจไทย

สำนักงานสถิติแห่งชาติ และรายงานภาวะสังคมไทยจาก สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พบตัวเลขที่น่าตกใจว่าไทยมีผู้ว่างงานสะสมสูงถึง 5.3 แสนคน

“นโยบายเงินกู้” ท่ามกลาง “โครงสร้างภาษีใหม่”

เศรษฐกิจไทยในปี 2569 กำลังเข้าสู่บททดสอบสำคัญ เมื่อรัฐบาลพิจารณาใช้อำนาจตามพระราชกำหนด กู้เงินวงเงิน 5 แสนล้านบาท โดยมุ่งหวังให้เป็นกลไกหลักในการฟื้นฟูเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

เมื่อ “เงินเฟ้อต่ำ” กับวิกฤตค่าครองชีพไทย 2569   

สถานการณ์ค่าครองชีพโลกมิได้อยู่ในภาวะเงินเฟ้อพุ่งทะยานดังเช่นอดีต หากแต่ปรับเปลี่ยนเป็น "ภาวะแพงฝังตัว"