หน้าแรกINSIDE - INSIGHT“ยืนตรง”  หรือ “เพิกเฉย”  เมื่อการแสดงความเคารพต่อเพลงชาติและเพลงสรรเสริญฯ บรรทัดฐานที่..ถูกละเลย

“ยืนตรง”  หรือ “เพิกเฉย”  เมื่อการแสดงความเคารพต่อเพลงชาติและเพลงสรรเสริญฯ บรรทัดฐานที่..ถูกละเลย

เผยแพร่

spot_img

กลไกกฎหมายและวิกฤตจิตสำนึก  เมื่อวัฒนธรรมที่ต้องเลือกระหว่างเสรีภาพส่วนตนหรือเกียรติภูมิชาติ

                                   ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงทางความคิดในสังคมปัจจุบัน   ภาพการยืนตรงเคารพธงชาติในเวลา 08.00 น. และ 18.00 น. รวมถึงการถวายความเคารพต่อเพลงสรรเสริญพระบารมีในพื้นที่สาธารณะและโรงภาพยนตร์ กำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งสำคัญจากความเฉยเมยของผู้คน ทั้งที่กฎหมายระบุบทลงโทษไว้ชัดเจนและมีจารีตประเพณีเป็นรากฐานสำคัญมาอย่างยาวนาน

                                  สาระสำคัญของกฎหมายธงชาติและบทลงโทษที่ยังขลัง  ตามพระราชบัญญัติธง พศ. 2522 มาตรา 53 ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า   ผู้ใดไม่แสดงความเคารพในขณะเชิญธงชาติขึ้นหรือลงจากเสาตามระเบียบที่ทางราชการกำหนด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน  หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

                                กฎหมายฉบับนี้มิได้ตราขึ้นเพียงเพื่อความสวยงาม แต่เป็นเครื่องมือในการรักษาศักดิ์ศรีของสัญลักษณ์สูงสุดแห่งอธิปไตยไทย ทว่าในทางปฏิบัติ เรากลับพบเห็นภาพประชาชนและชาวต่างชาติสัญจรผ่านไปมาอย่างปกติในช่วงเวลาดังกล่าว สะท้อนถึงการบังคับใช้กฎหมายที่หย่อนยานจนนำไปสู่ความละเลย

                                เพลงสรรเสริญพระบารมี  จารีตทางจิตใจและศูนย์รวมแห่งศรัทธา

                               แม้ในปัจจุบันพรบ.วัฒนธรรมแห่งชาติ พศ. 2553 จะเน้นการส่งเสริมมากกว่าการลงโทษทางอาญาสำหรับผู้ที่ไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงภาพยนตร์   แต่การยืนตรงคือ “จรรยาบรรณทางวัฒนธรรม” ที่แสดงถึงความกตัญญูกตเวทีต่อองค์พระมหากษัตริย์ในฐานะศูนย์รวมจิตใจของคนในชาติ   การนิ่งเฉยท่ามกลางเสียงเพลงที่พรรณนาถึงพระมหากรุณาธิคุณ จึงมิใช่เพียงเรื่องของเสรีภาพ แต่คือการปฏิเสธความสอดประสานทางจิตวิญญาณที่หล่อหลอมให้ชาติไทยมีความเป็นปึกแผ่นมาแต่อดีต   โดยมีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นเสาหลักที่ยึดเหนี่ยวคนไทยไว้ด้วยกัน

                           มาตรฐานสากล  บทเรียนจากมหาอำนาจในการรักษาเกียรติภูมิ

                          ในระดับสากล การเคารพสัญลักษณ์ชาติเป็นสิ่งที่ต่อรองไม่ได้ อาทิ สหรัฐอเมริกา ที่แม้จะเชิดชูเสรีภาพแต่หากใครเพิกเฉยต่อเพลงชาติในที่สาธารณะมักถูกสังคมกดดันอย่างรุนแรง   หรือใน สหราชอาณาจักร ซึ่งมีความผูกพันกับสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างลึกซึ้ง   ประชาชนจะยืนตรงอย่างสงบเมื่อเพลง God Save the King ดังขึ้นเพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีและพลังสามัคคี   ขณะที่ ฝรั่งเศส แม้จะเป็นสาธารณรัฐแต่มีความเป็นชาตินิยมสูงยิ่ง ประชาชนจะให้เกียรติเพลงชาติ La Marseillaise และธงไตรรงค์ในฐานะสัญลักษณ์แห่งชัยชนะและเสรีภาพ หากผู้ใดละเมิดหรือลบหลู่สัญลักษณ์เหล่านี้ในที่สาธารณะอาจถูกสังคมดูแคลนและเผชิญกับมาตรการทางสังคมที่เข้มข้น

                         ภาพสะท้อนความเฉยเมยและหน้าที่ที่ขาดหายของเจ้าหน้าที่รัฐ

                         เป็นเรื่องที่น่าพิจารณาเมื่อเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งควรเป็นต้นแบบกลับแสดงท่าทีนิ่งเฉยเสียเอง ราวกับว่าการเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสานั้นเป็นเพียงภารกิจประจำวันที่แสนธรรมดา 

                        ภาพการยืนเล่นสมาร์ทโฟนหรือเดินผ่านเสียงเพลงชาติไปอย่างไม่ใส่ใจ คือการทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายที่ตนเองถืออยู่โดยทางอ้อม เมื่อ “ผู้คุมกฎ” ทำตัวเป็นเพียงหุ่นนิ่งที่ไร้ความรู้สึกต่อสัญลักษณ์ชาติ ประชาชนย่อมมองไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตาม   จนกฎหมายที่มีโทษจำคุกกลายเป็นเพียงหน้ากระดาษที่ไม่มีใครยำเกรง

                        ภารกิจเร่งด่วนของกระทรวงวัฒนธรรมในการปลุกจิตสำนึก

                        เป็นหน้าที่โดยตรงของกระทรวงวัฒนธรรมที่จะต้องก้าวข้ามการทำงานเชิงรับ แล้วหันมา “ปลุกจิตสำนึก” อย่างจริงจัง โดยเฉพาะการสื่อสารกับคนทุกรุ่นและชาวต่างชาติให้ตระหนักว่า การมีธงไทยนำหน้าและมีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมจิตใจ คือรากฐานที่ทำให้ชาติไทยคงความเป็นเอกราชมาได้

                        การรณรงค์ต้องชี้ให้เห็นว่าแม้โลกจะเปลี่ยนไปเพียงใด แต่ความกตัญญูต่อแผ่นดินผ่านการแสดงความเคารพ คืออาภรณ์ทางใจที่ทำให้คนไทยแตกต่างและสง่างามในสายตาชาวโลก

                       ความเป็นไทยที่ต้องรักษาด้วยหัวใจและระเบียบวินัย

                       ความเข้มแข็งของชาติไทยมิได้วัดกันที่เพียงวัตถุ แต่อยู่ที่ความพร้อมเพรียงและจิตสำนึกร่วมกัน หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังปล่อยให้ความมักง่ายเข้าครอบงำวัฒนธรรมการยืนเคารพ เราอาจจะเหลือเพียงชื่อประเทศที่ไร้จิตวิญญาณ

                     ถึงเวลาแล้วที่ต้องร่วมมือกันกู้คืนบรรยากาศแห่งความเคารพศรัทธา ให้เสียงเพลงชาติและเพลงสรรเสริญฯ เป็นเสียงที่ดึงความภาคภูมิใจของคนในชาติให้กลับมายืนตระหง่านอย่างมีเกียรติภูมิอีกครั้ง

2569-04-26   “ชัยทัศน์” 

ข่าวล่าสุด

ร้าน “ขายยา” จะถึงฉากอวสาน…หรือไม่ ?   20,000 กว่าร้านยังอยู่ -แต่กำไรถูกบีบ ทุนใหญ่กำลังเปลี่ยนเกม

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเคยประเมินยอดขายธุรกิจร้านขายยาในปี 2567 ประมาณ 43,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน

เรื่องสั้น  “ตามล่า..มาเฟีย” |  “ชัยทัศน์”

เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสัตว์ร้ายที่กำลังซุ่มเงียบในป่าคอนกรีตที่เต็มไปด้วยกิเลส ภารกิจขุดรากถอนโคนแก๊งยาเสพติดข้ามชาติที่ชื่อว่า "โทนี่" ลากยาวมาหลายเดือน ข้อมูลเดียวที่เขามีคือมันร่อนเร่ไปตามแหล่งบันเทิง และมี "นกต่อ" เป็นสาวสวยคอยกรองลูกค้าชั้นดี มันคือ “มาเฟีย..” ที่เขาต้องขจัดให้ได้

อนุทินเดินสาย ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์   สร้างความเชื่อมั่นนอกบ้าน  แต่อย่าทิ้ง..ต้องปัดกวาดบ้าน !

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 17 สิงหาคม 2569 องคาพยพการทูต “อนุทิน” ข้ามสมุทรแปซิฟิก   รื้อฟื้นสะพานเชื่อมมหาอำนาจกลาง สู่เกมสมดุลพลิกเกมคานอำนาจโลก                            ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจโลกที่ทวีความตึงเครียด รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เดินเกมรุกทางการทูตครั้งประวัติศาสตร์ด้วยกำหนดการเยือนเครือรัฐออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ...

“ปิด-ล้าง-เลี่ยง-หยุด” 4 เกราะ..สู้ไข้หวัดใหญ่ 2.47 แสนราย

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึง 27 กรกฎาคม 2569 พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สะสม 247,215 ราย เสียชีวิต 25 ราย ขณะที่โควิด-19 พบผู้ป่วย 36,246 ราย เสียชีวิต 5 ราย

ข่าวอื่นๆ

ร้าน “ขายยา” จะถึงฉากอวสาน…หรือไม่ ?   20,000 กว่าร้านยังอยู่ -แต่กำไรถูกบีบ ทุนใหญ่กำลังเปลี่ยนเกม

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเคยประเมินยอดขายธุรกิจร้านขายยาในปี 2567 ประมาณ 43,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน

อนุทินเดินสาย ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์   สร้างความเชื่อมั่นนอกบ้าน  แต่อย่าทิ้ง..ต้องปัดกวาดบ้าน !

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 17 สิงหาคม 2569 องคาพยพการทูต “อนุทิน” ข้ามสมุทรแปซิฟิก   รื้อฟื้นสะพานเชื่อมมหาอำนาจกลาง สู่เกมสมดุลพลิกเกมคานอำนาจโลก                            ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจโลกที่ทวีความตึงเครียด รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เดินเกมรุกทางการทูตครั้งประวัติศาสตร์ด้วยกำหนดการเยือนเครือรัฐออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ...

“ปิด-ล้าง-เลี่ยง-หยุด” 4 เกราะ..สู้ไข้หวัดใหญ่ 2.47 แสนราย

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึง 27 กรกฎาคม 2569 พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สะสม 247,215 ราย เสียชีวิต 25 ราย ขณะที่โควิด-19 พบผู้ป่วย 36,246 ราย เสียชีวิต 5 ราย