วันเสาร์, พฤษภาคม 2, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTรีดกำไรโรงกลั่นปลุก "ภาษีลาภลอย" แก้วิกฤตพลังงาน

รีดกำไรโรงกลั่นปลุก “ภาษีลาภลอย” แก้วิกฤตพลังงาน

เผยแพร่

spot_img

หยุดส้มหล่นบนกองทุกข์ประชาชน ก่อนกองทุนน้ำมันล้มละลาย

  ท่ามกลางสภาวะที่“กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” ติดลบพุ่งทะยานแตะ 4.7 หมื่นล้านบาท รัฐบาลภายใต้การนำของ คณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.)ชุดใหม่ กำลังถูกจับตามองอย่างหนักถึงความกล้าหาญในการบังคับใช้ “ภาษีลาภลอย” (Windfall Tax) เพื่อเรียกคืนกำไรส่วนเกินจากค่าการกลั่นที่สูงผิดปกติถึง 14 บาทต่อลิตร

                            ข้อเสนอทางนโยบายนี้ไม่ใช่เพียงการหาเงินมาอุดโปะตัวเลขที่ติดลบ แต่คือการจัดระเบียบโครงสร้างราคาพลังงานให้เป็นธรรม เพื่อไม่ให้กลุ่มทุนพลังงาน “ส้มหล่น” ในขณะที่ประชาชน “หลังแอ่น” จากค่าครองชีพที่พุ่งสูงจนกู่ไม่กลับ

                            ชนวนเหตุของวิกฤตครั้งนี้เกิดจากโครงสร้างราคาหน้าโรงกลั่นที่อิงราคาสิงคโปร์เป็นหลัก ส่งผลให้ในช่วงวิกฤตพลังงานโลก โรงกลั่นในไทยได้ “รับกำไร” จาก “ส่วนต่างราคา”  น้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป (GRM) สูงพุ่งพรวดเกินกว่ามาตรฐานปกติที่เคยอยู่เพียง 2-3 บาทต่อลิตร เมื่อค่าการกลั่นดีดตัวขึ้นไปถึง 14 บาทต่อลิตร จึงเกิดคำถามถึง “กำไรส่วนเกิน” ที่ไม่ได้มาจากฝีมือการบริหารจัดการ แต่มาจากสถานการณ์โลกที่บีบคั้น ซึ่งในทางเศรษฐศาสตร์เรียกกำไรส่วนนี้ว่า “ลาภลอย” ที่สมควรถูกเรียกคืนเข้าสู่รัฐเพื่อประโยชน์สาธารณะ

                              ความล่าช้าในการขยับตัวของภาครัฐได้สร้างความเสียหายเป็นลูกโซ่ กองทุนน้ำมันฯ ที่เคยเป็นเกราะป้องกันราคาต้องกลายเป็น “ลูกหนี้” รายใหญ่ที่ต้องกู้เงินมาอุดหนุนราคาดีเซลวันละนับพันล้านบาท ส่งผลให้สถานะทางการคลังของประเทศสั่นคลอน ขณะที่ภาคการผลิตและขนส่งต้องแบกรับต้นทุนน้ำมันที่สูงเกินจริง นำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อที่กัดกินเงินในกระเป๋าประชาชนอย่างรุนแรง

                              หากปล่อยให้ค่าการกลั่นยังคงค้างฟ้าโดยไม่มีการเรียกเก็บภาษีลาภลอย ความเหลื่อมล้ำระหว่าง “กำไรของบริษัทพลังงาน” กับ “หนี้สินของครัวเรือน” จะยิ่งถ่างกว้างจนกลายเป็นวิกฤตศรัทธาต่อรัฐบาล

                            ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจแนะวิธีแก้ไขและข้อเสนอแนะหาทางออกที่ยั่งยืน  คือการตรากฎหมายหรือออกระเบียบเร่งด่วนเพื่อจัดเก็บภาษีลาภลอยจากกลุ่มโรงกลั่นในอัตราที่เหมาะสม เช่น 30-50% ของกำไรส่วนเกิน โดยกำหนดเพดานค่าการกลั่นที่เป็นธรรมไม่เกิน 5 บาทต่อลิตร เงินที่ได้จากภาษีส่วนนี้ต้องถูกนำไป “รีไฟแนนซ์” หนี้กองทุนน้ำมันโดยตรง และลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันลงเพื่อลดราคาขายปลีกทันที 

                         นอกจากนี้ รัฐต้องรื้อสูตรราคาอ้างอิงสิงคโปร์ให้สอดคล้องกับต้นทุนการกลั่นจริงในประเทศ เพื่อตัดวงจรลาภลอยในระยะยาว

                          หากเหลียวมองประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามและอินโดนีเซีย จะพบว่ารัฐบาลของเขามีกลไก “Price Cap” หรือการแทรกแซงราคาหน้าโรงกลั่นที่เด็ดขาดกว่าไทย โดยมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษจากบริษัทพลังงานในช่วงที่ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงเพื่อนำมาอุดหนุนภาคประชาชน ในขณะที่ยุโรปหลายประเทศได้บังคับใช้ Windfall Tax ไปแล้วอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนว่าการเก็บภาษีลาภลอยไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด แต่เป็นมาตรฐานที่รัฐพึงกระทำเพื่อปกป้องความมั่นคงทางเศรษฐกิจของคนส่วนใหญ่

                          สุดท้ายนี้ วิกฤตพลังงานปี 2569 คือบทพิสูจน์ “กระดูกสันหลัง” ของฝ่ายนโยบายว่าเข้มแข็งพอจะงัดกับกลุ่มทุนใหญ่หรือไม่ เราหวังว่าคำว่า “ภาษีลาภลอย” ในครั้งนี้จะเป็นรายได้ที่ไหลกลับคืนสู่แผ่นดินจริงๆ เสียที อย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยที่ชื่อภาษีตัวนี้มักจะ “หลุดลอย” หายไปในอากาศทุกครั้งที่กลุ่มทุนขยับปาก หรือต้องรอให้กองทุนน้ำมันกลายเป็นสูญญากาศจนรัฐบาลเองนั่นแหละที่จะ “ลอยตัว” หนีปัญหาทิ้งให้คนไทยจมอยู่กับกองหนี้เพียงลำพัง

2569-04-03  “ชัยทัศน์”  (ตอน 1)

ข่าวล่าสุด

ตระกูล “จุฬางกูร” กับ “จึงรุ่งเรืองกิจ” 

ตระกูล "จุฬางกูร" กับ "จึงรุ่งเรืองกิจ" เป็น 2 ตระกูลที่แตกกอมาจากรากเดียวกัน โดยต้นตระกูลเป็นทายาทของ "ฮั้งฮ้อ แซ่จึง" ซึ่งต้นตระกูล "จุฬางกูร" คือ "สรรเสริญ จุฬางกูร"

ช่องแคบมะละกากำลังจะกลายเป็นจุดร้อนใหม่ของการเมืองโลก 

ความสำคัญของช่องแคบมะละกาไม่อาจประเมินต่ำไปได้ มันรับผิดชอบการค้าทางทะเลทั่วโลก 22-25% และการไหลของน้ำมันทั่วโลก 29% หรือประมาณ 23.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน (ข้อมูลครึ่งแรกของปี 2025)

จักรวรรดิใหม่ตระกูล Trump: เมื่อ ‘นโยบายรัฐ’ กลายเป็น ‘กำไรครอบครัว’ (2016-2026)

การกลับมาของ Donald Trump ในสมัยที่ 2 ไม่ใช่แค่การทวงคืนตำแหน่งทางการเมือง แต่คือการสร้าง "Network Diplomacy" ที่เปลี่ยนความขัดแย้งทั่วโลกให้กลายเป็นดัชนีความมั่งคั่งที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจของสมาชิกในครอบครัว

ทรัมป์เมินเส้นตาย 60 วัน อ้างหยุดยิงอิหร่านเท่ากับสงครามจบ

เป็นวันครบกำหนด 60 วัน นับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แจ้งต่อสภาคองเกรสเรื่องการโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 2 มีนาคม ซึ่งตามกฎหมาย War Powers Act ปีค.ศ. 1973 ประธานาธิบดีจะต้องยุติปฏิบัติการทางทหารหากไม่ได้รับการรับรองจากรัฐสภาภายในกรอบเวลานี้

ข่าวอื่นๆ

ถอดรหัสฟ้าผ่า! “อธิบดีฝนหลวง” ลาออก  ทิ้งทวนศักดิ์ศรีข้าราชการ !

เปิดปูมฝูงบิน 77 ลำ กับงบประมาณปี 69 กว่า 2.7 พันล้าน เมื่อข้าราชการมืออาชีพถูกบีบให้เลือกระหว่าง "นโยบาย" หรือ "ความถูกต้อง"

ไทยจูงมือ “สิงคโปร์ ลงเรือ  “แลนด์บริดจ์”   พลิกกระดานภูมิรัฐศาสตร์

มีการเปิดทำเนียบรัฐบาลต้อนรับ นายชาง ชุน ชิง รัฐมนตรีจากสิงคโปร์ เพื่อเข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีคนใหม่

ป้าย  20 ล้าน ? สีน้ำเงิน ที่สนามบินบุรีรัมย์ยกระดับอินเตอร์ หรือ ปรับสีเพื่อ “ใคร ?“

เปิดเบื้องหลังงบประมาณกรมท่าอากาศยาน ท่ามกลางกระแสวิจารณ์สนั่นโซเชียล เมื่อ “อัตลักษณ์ภาครัฐ” กับ “เฉดสีที่คุ้นตา” พาดทับกันจนเป็นประเด็น