หน้าแรกINSIDE - INSIGHT  ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวน “แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี และเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในวันที่ 21 สิงหาคมนี้

  ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวน “แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี และเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในวันที่ 21 สิงหาคมนี้

เผยแพร่

spot_img

จากคดีที่สมาชิกวุฒิสภา 36 คนร้องขอให้วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงหรือไม่ ภายหลังปรากฏคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ผู้นำกัมพูชา เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนความตึงเครียดทางการเมือง แต่ยังเป็นบททดสอบสำคัญของมาตรฐานจริยธรรมและความน่าเชื่อถือของสถาบันการเมืองไทย

                           คำร้องของวุฒิสภาชี้ว่า การสนทนาดังกล่าวอาจเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 และ 160 ว่าด้วยคุณสมบัติและจริยธรรมของรัฐมนตรี ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำสั่งให้แพทองธารหยุดปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม พร้อมกำหนดนัดไต่สวนพยานบุคคลสองราย คือ นายกรัฐมนตรี และเลขาฯ สมช. หากฝ่ายใดไม่มาปรากฏตัว จะถือว่าไม่ติดใจในฐานะพยาน ขณะเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายสามารถยื่นคำชี้แจงปิดคดีเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 27 สิงหาคม ก่อนที่ศาลจะนัดลงมติและอ่านคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม

                              ประเด็นนี้เป็นมากกว่าการตีความบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ หากแต่เป็นการทดสอบขีดความสามารถของกระบวนการยุติธรรมในการสร้างสมดุลระหว่าง “การคุ้มครองหลักนิติรัฐ” กับ “การรักษาเสถียรภาพการเมือง” การไต่สวนที่กำหนดกรอบเวลาเร่งรัดสะท้อนถึงความพยายามป้องกันสุญญากาศทางอำนาจ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของสังคมในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ

                             ในทางการเมือง หากศาลวินิจฉัยว่าผิดจริยธรรม ความเป็นนายกรัฐมนตรีอาจสิ้นสุดลงทันที ส่งผลให้รัฐบาลสูญเสียความต่อเนื่องและต้องจัดตั้งคณะบริหารใหม่ หรือแม้กระทั่งนำไปสู่การเลือกตั้งใหญ่ การเคลื่อนไหวของสังคมที่เริ่มปรากฏทั้งการชุมนุมกดดันและกระแสความนิยมที่ลดลง ก็ยิ่งทำให้สถานการณ์นี้เป็นเดิมพันสูงสุดต่อ “ชื่อเสียงและอนาคตทางการเมือง” ของตระกูลชินวัตรอีกครั้ง

                               คำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคมจะไม่เพียงชี้ขาดอนาคตทางการเมืองของแพทองธาร แต่ยังสะท้อนมาตรฐานของกระบวนการยุติธรรมไทยต่อสายตาสาธารณชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ บทเรียนครั้งนี้อาจกลายเป็นหมุดหมายสำคัญในการนิยามความหมายของ “จริยธรรมทางการเมือง” ในสังคมไทยยุคปัจจุบัน

                             ในที่สุด คลิปเสียงไม่กี่นาที อาจกลายเป็น “เสียงเรียกศาลรัฐธรรมนูญ” ที่ดังยิ่งกว่าเสียงประชาชนทั้งประเทศ  และบางที บทสนทนาที่อ้างว่าตั้งใจจะรักษาสันติ อาจจบลงด้วยการสร้าง “ความเงียบงันทางอำนาจ” แทน

ข่าวล่าสุด

แทรกเตอร์ EV งบ 8 พันล้าน ยุทธศาสตร์คาร์บอนต่ำ ต้องไม่ทิ้งบทเรียนการลงทุนภาครัฐ !

แผลเก่า..แอร์บัส A340-500 ถึงรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน คำถามสำคัญไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่เพียงใด แต่คุ้มค่าและใช้งานได้จริงแค่ไหน ?

ปิดฉาก IMF-World Bank 2026    นานาชาติปรบมือให้ไทย – ประกาศศักยภาพบนเวทีโลก

การประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Annual Meetings 2026) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม ปิดฉากลงแล้ว

เปิดตัว “Bangkok Blueprint” ผนึกกำลัง IMF-เวิลด์แบงก์-ธปท.   กู้วิกฤตฉ้อโกงการเงินดิจิทัลระดับโลก

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund IMF) ร่วมกับกลุ่มธนาคารโลก และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ร่วมกันเปิดตัวกรอบนโยบายระดับสูง “พิมพ์เขียวกรุงเทพฯ เพื่อบริการทางการเงินที่ยืดหยุ่นต่อการฉ้อโกง” (Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services)

สตง. ปะทะ ไทยพีบีเอส. ตรวจสอบเงินแผ่นดิน หรือเปิดทางศึกรื้อภาษีบาป ?

การตรวจสอบการใช้จ่ายเงินขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือไทยพีบีเอส โดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กลายเป็นประเด็นสาธารณะที่มีนัยสำคัญทั้งด้านธรรมาภิบาลและเสรีภาพสื่อ

ข่าวอื่นๆ

แทรกเตอร์ EV งบ 8 พันล้าน ยุทธศาสตร์คาร์บอนต่ำ ต้องไม่ทิ้งบทเรียนการลงทุนภาครัฐ !

แผลเก่า..แอร์บัส A340-500 ถึงรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน คำถามสำคัญไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่เพียงใด แต่คุ้มค่าและใช้งานได้จริงแค่ไหน ?

ปิดฉาก IMF-World Bank 2026    นานาชาติปรบมือให้ไทย – ประกาศศักยภาพบนเวทีโลก

การประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Annual Meetings 2026) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม ปิดฉากลงแล้ว

เปิดตัว “Bangkok Blueprint” ผนึกกำลัง IMF-เวิลด์แบงก์-ธปท.   กู้วิกฤตฉ้อโกงการเงินดิจิทัลระดับโลก

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund IMF) ร่วมกับกลุ่มธนาคารโลก และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ร่วมกันเปิดตัวกรอบนโยบายระดับสูง “พิมพ์เขียวกรุงเทพฯ เพื่อบริการทางการเงินที่ยืดหยุ่นต่อการฉ้อโกง” (Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services)