วันเสาร์, เมษายน 18, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT  ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวน “แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี และเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในวันที่ 21 สิงหาคมนี้

  ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวน “แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี และเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในวันที่ 21 สิงหาคมนี้

เผยแพร่

spot_img

จากคดีที่สมาชิกวุฒิสภา 36 คนร้องขอให้วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงหรือไม่ ภายหลังปรากฏคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ผู้นำกัมพูชา เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนความตึงเครียดทางการเมือง แต่ยังเป็นบททดสอบสำคัญของมาตรฐานจริยธรรมและความน่าเชื่อถือของสถาบันการเมืองไทย

                           คำร้องของวุฒิสภาชี้ว่า การสนทนาดังกล่าวอาจเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 และ 160 ว่าด้วยคุณสมบัติและจริยธรรมของรัฐมนตรี ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำสั่งให้แพทองธารหยุดปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม พร้อมกำหนดนัดไต่สวนพยานบุคคลสองราย คือ นายกรัฐมนตรี และเลขาฯ สมช. หากฝ่ายใดไม่มาปรากฏตัว จะถือว่าไม่ติดใจในฐานะพยาน ขณะเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายสามารถยื่นคำชี้แจงปิดคดีเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 27 สิงหาคม ก่อนที่ศาลจะนัดลงมติและอ่านคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม

                              ประเด็นนี้เป็นมากกว่าการตีความบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ หากแต่เป็นการทดสอบขีดความสามารถของกระบวนการยุติธรรมในการสร้างสมดุลระหว่าง “การคุ้มครองหลักนิติรัฐ” กับ “การรักษาเสถียรภาพการเมือง” การไต่สวนที่กำหนดกรอบเวลาเร่งรัดสะท้อนถึงความพยายามป้องกันสุญญากาศทางอำนาจ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของสังคมในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ

                             ในทางการเมือง หากศาลวินิจฉัยว่าผิดจริยธรรม ความเป็นนายกรัฐมนตรีอาจสิ้นสุดลงทันที ส่งผลให้รัฐบาลสูญเสียความต่อเนื่องและต้องจัดตั้งคณะบริหารใหม่ หรือแม้กระทั่งนำไปสู่การเลือกตั้งใหญ่ การเคลื่อนไหวของสังคมที่เริ่มปรากฏทั้งการชุมนุมกดดันและกระแสความนิยมที่ลดลง ก็ยิ่งทำให้สถานการณ์นี้เป็นเดิมพันสูงสุดต่อ “ชื่อเสียงและอนาคตทางการเมือง” ของตระกูลชินวัตรอีกครั้ง

                               คำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคมจะไม่เพียงชี้ขาดอนาคตทางการเมืองของแพทองธาร แต่ยังสะท้อนมาตรฐานของกระบวนการยุติธรรมไทยต่อสายตาสาธารณชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ บทเรียนครั้งนี้อาจกลายเป็นหมุดหมายสำคัญในการนิยามความหมายของ “จริยธรรมทางการเมือง” ในสังคมไทยยุคปัจจุบัน

                             ในที่สุด คลิปเสียงไม่กี่นาที อาจกลายเป็น “เสียงเรียกศาลรัฐธรรมนูญ” ที่ดังยิ่งกว่าเสียงประชาชนทั้งประเทศ  และบางที บทสนทนาที่อ้างว่าตั้งใจจะรักษาสันติ อาจจบลงด้วยการสร้าง “ความเงียบงันทางอำนาจ” แทน

ข่าวล่าสุด

สหรัฐฯ เตรียมคืนภาษี 1.66 แสนล้านดอลลาร์! หลังศาลฎีกาชี้คำสั่งภาษีผิดกฎหมาย

รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วางแผนที่จะเริ่มใช้งานระบบสำหรับออกเงินคืนให้แก่ผู้นำเข้าชาวอเมริกันในวันจันทร์ที่ 20 เมษายน เป็นเงินจำนวน 1.66 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

เธอถูกแทง 30 ครั้งโดยชายสองคน แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ 

ขณะนอนจมกองเลือด เธอเขียนชื่อผู้ทำร้ายลงบนพื้นทราย จับศีรษะและลำไส้ไว้ด้วยกัน แล้วคลานไปยังถนนด้วยความมุ่งมั่นที่จะเอาชีวิตรอด ในค่ำคืนหนึ่งของวันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 1994 หญิงสาววัย 27 ปีชื่อ อลิสัน โบธา (Alison...

ความเป็นจริงทางเศรษฐกิจใหม่-จีนมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่าสหรัฐฯ แล้ว 34% 

ตัวเลขขนาดเศรษฐกิจโลกในปีล่าสุดเผยภาพ “ความเป็นจริงใหม่” เมื่อจีนมีขนาดเศรษฐกิจตามกำลังซื้อใหญ่กว่าสหรัฐฯ ถึงหนึ่งในสาม และรัสเซียขยับขึ้นแซงทั้งญี่ปุ่นและเยอรมนี

เสียงใต้ ไม่ต้องการความรุนแรง

บอกเลยว่านี่คือการ "ดับเครื่องชน" ของแม่ทัพภาคที่ 4 (มทภ.4) ที่ดุเดือด มากครับ เหมือนเป็นการรวบยอดความอัดอั้นของฝั่งความมั่นคงแล้วสวนกลับ ใส่ฝั่งการเมืองแบบ "หมัดฮุค" เข้าเต็มเปา

ข่าวอื่นๆ

“ใคร?” คือเจ้าของตัวจริงธุรกิจท่องเที่ยวไทย !เปิดโครงสร้างนอมินี 4 แสนล้าน 

สถิติจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยยอดตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยงนอมินีในปีที่ผ่านมาพุ่งสูงกว่า 16,000 ราย ใน 10 จังหวัดท่องเที่ยวหลัก

สงกรานต์ 2569 เมื่อ “ดีเซล 44 บาท” ทำงานแทนรัฐบาล

วิกฤตการณ์พลังงานที่ผลักดันให้ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 44.40 บาทต่อลิตรในช่วงสงกรานต์ปี 2569 กลายเป็นกลไกจำกัดการเดินทางที่ส่งผลรุนแรงยิ่งกว่าการรณรงค์ใดๆ ของภาครัฐ

“ฟรีวีซ่า 93 ประเทศ ดันเศรษฐกิจไทยฟื้น แต่ความเสี่ยงอาชญากรรมข้ามชาติท้าทายระบบคัดกรอง”

“สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime ) และ INTERPOL เริ่มสะท้อนแนวโน้มที่ต้องจับตา โดยระบุว่าเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะกลุ่มหลอกลวงออนไลน์และอาชญากรรมไซเบอร์ มีการปรับรูปแบบและเคลื่อนย้ายฐานปฏิบัติการไปยังประเทศที่มีมาตรการเข้าเมืองผ่อนคลายมากขึ้น