วันเสาร์, พฤษภาคม 2, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTสงกรานต์หงอย-คนเดินทางน้อย

สงกรานต์หงอย-คนเดินทางน้อย

เผยแพร่

spot_img

 เมื่อน้ำมันลิตรละ 50 บาท กลายเป็นกำแพงกั้นทางกลับบ้าน

สำรวจปรากฏการณ์สงกรานต์ยุคพลังงานแพง ประชาชนถอยร่นตั้งหลัก รัฐบาลเผชิญโจทย์หินแก้กฤตปากท้อง

วิกฤตพลังงานจากศึกตะวันออกกลาง กระแทกวัฒนธรรม “สงกรานต์” ไทยเข้าสู่ยุคประหยัดสุดขีด

                            สงกรานต์ปี 2569 ถูกจารึกว่าเป็นเทศกาลที่ “เงียบเหงา” และ “แพง” ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ เมื่อวิกฤตสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ฉุดราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูง ส่งผลให้ดีเซลในประเทศแตะเพดานลิตรละ 47-50 บาท

                           แม้รัฐบาลพยายามตรึงราคาค่าตั๋วโดยสาร แต่กำลังซื้อที่ถดถอยทำให้ประชาชนเลือกที่จะ “ไม่ไปต่อ” เปลี่ยนพฤติกรรมจากรถส่วนตัวสู่ระบบราง ขณะที่สถิติอุบัติเหตุยังคงเป็นเงาตามตัวแม้ปริมาณรถจะเบาบางลง สะท้อนภาพความเหลื่อมล้ำและบททดสอบครั้งใหญ่ของรัฐบาลในการรับมือกับความผันผวนของโลก

                          พิษสงครามตะวันออกกลาง เมื่อราคาน้ำมันกลายเป็นกำแพงกั้นทางกลับบ้าน

                         จากข้อมูลตรวจสอบพบว่า สงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อราคาน้ำมันในประเทศอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์เพียงหนึ่งสัปดาห์ ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งขึ้นถึง 47.74 บาทต่อลิตร และในบางพื้นที่สูงแตะ 50 บาท ส่งผลให้ต้นทุนการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวพุ่งสูงขึ้นกว่าปีก่อนเกือบ 40% ทำให้แผนการเดินทางกลับภูมิลำเนาของครอบครัวชนชั้นกลางและแรงงานถูกยกเลิกเป็นจำนวนมาก

                         สังคมปรับตัว  ระบบรางเต็มพิกัด พฤติกรรม “เที่ยวใกล้บ้าน” มาแรง

                        แม้ปริมาณรถยนต์บนถนนสายหลักอย่างพหลโยธินและมิตรภาพจะดูเบาบางลงเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ แต่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์และสถานีขนส่งหมอชิตกลับเนืองแน่นไปด้วยผู้คน ข้อมูลชี้ว่าประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเพื่อหลีกเลี่ยงภาระค่าน้ำมัน ขณะที่โพลสำรวจพบว่ากว่าร้อยละ 61 ของผู้ตอบแบบสอบถาม เลือกที่จะพักผ่อนอยู่บ้านหรือท่องเที่ยวภายในจังหวัดตนเองเพื่อเก็บเงินไว้ใช้จ่ายในสิ่งของจำเป็นที่กำลังปรับราคาขึ้นตามค่าขนส่ง

                        สถิติอุบัติเหตุ  จำนวนรถน้อยลง แต่ความรุนแรงยัง “ทรงตัว” แม้จะเป็นวันเริ่มต้นของเทศกาล

                       สิ่งที่ยังคงเป็นจุดบอดสำคัญคืออุบัติเหตุบนท้องถนน แม้ปริมาณรถจะลดลงแต่ “ความเร็ว” กลับเพิ่มขึ้นเนื่องจากถนนว่าง สถิติเบื้องต้นในวันที่ 11 เมษายน 2569 ยังคงเห็นตัวเลขผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตในระดับที่น่ากังวล โดยมีสาเหตุหลักคือ “ขับรถเร็วเกินกำหนด” และ “เมาแล้วขับ” ซึ่งเป็นปัญหารากลึกที่ไม่เคยจางหายไปตามสภาพเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงต้องใช้มาตรการตรวจเข้มทุกจุดเสี่ยงเพื่อไม่ให้ “วันสงกรานต์” กลายเป็น “วันสูญเสีย”

                      การเมืองเรื่องปากท้อง  บททดสอบความแกร่งของรัฐบาล

                     ในมิติทางการเมือง รัฐบาลกำลังถูกตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ“กองทุนน้ำมัน” และการรับมือกับภาวะเงินเฟ้อ แม้จะมีการประกาศตรึงราคาค่าตั๋ว บขส. และเตรียมชงงบประมาณเยียวยาเร่งด่วนเข้า ครม. แต่ประชาชนมองว่าเป็นการ “แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ” การนิ่งเฉยหรือมาตรการที่ล่าช้าท่ามกลางวิกฤตโลกอาจส่งผลต่อคะแนนนิยมอย่างรุนแรง หากไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ว่ารัฐจะมีมาตรการรองรับที่ยั่งยืนกว่าการแจกเงินเป็นครั้งคราว

                     สงกรานต์ 2569 คือจุดเปลี่ยนของโครงสร้างเศรษฐกิจ

                    วิกฤตปีนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องชั่วคราว แต่มันคือการ “ปรับฐาน” ความเป็นอยู่ของคนไทย เมื่อต้นทุนพลังงานกลายเป็นตัวแปรหลัก ประชาชนจะเริ่มให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางการเงินมากกว่าจารีตประเพณีการเดินทางไกล การท่องเที่ยวไทยในอนาคตอาจต้องพึ่งพาการเดินทางระยะใกล้มากขึ้น และรัฐบาลต้องเร่งผลักดันนโยบาย “โครงสร้างพื้นฐานด้านการเดินทางราคาถูก” เช่น รถไฟทางคู่ที่ครอบคลุม เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันในอนาคต

                                  ท่ามกลางวิกฤตที่บ้านกลายเป็นจุดหมายซึ่งเอื้อมถึงได้ยาก ประชาชนไทยกำลังปรับตัวด้วยความอดทนอย่างละเมียดละไม การที่สงกรานต์ปีนี้คนเดินทางน้อยลงอาจดูเป็นผลดีในเชิงสถิติ แต่ในความเป็นจริงมันคือความเงียบงันจากภาวะจำยอม เมื่อต้นทุนชีวิตพุ่งสูงจนการกลับไปพบครอบครัวกลายเป็นความหรูหราเกินเอื้อม สิ่งนี้สะท้อนว่าสวัสดิการและโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ กำลังเดินตามหลังความทุกข์ยากของพลเมืองอยู่หลายก้าว

                                 รัฐบาลในฐานะผู้บริหารประเทศไม่ควรพึงใจเพียงมาตรการบรรเทาชั่วคราว เพราะการแก้ปัญหาที่ไม่ถึงรากเหง้าเปรียบเสมือนการพรมน้ำบนถนนที่กำลังร้อนระอุ  หากไร้วิสัยทัศน์ที่ยั่งยืนในการจัดการวิกฤตพลังงาน ความเชื่อมั่นของประชาชนอาจระเหยหายไปเร็วกว่าน้ำในวันสงกรานต์ และทิ้งไว้ด้วยรอยร้าวระหว่างรัฐกับประชาชนที่จะต้องจดจำไปอีกนานจนกว่าสงกรานต์จะเวียนมาอีกหน

2569-04-12  “ชัยทัศน์” 

ข่าวล่าสุด

ตระกูล “จุฬางกูร” กับ “จึงรุ่งเรืองกิจ” 

ตระกูล "จุฬางกูร" กับ "จึงรุ่งเรืองกิจ" เป็น 2 ตระกูลที่แตกกอมาจากรากเดียวกัน โดยต้นตระกูลเป็นทายาทของ "ฮั้งฮ้อ แซ่จึง" ซึ่งต้นตระกูล "จุฬางกูร" คือ "สรรเสริญ จุฬางกูร"

ช่องแคบมะละกากำลังจะกลายเป็นจุดร้อนใหม่ของการเมืองโลก 

ความสำคัญของช่องแคบมะละกาไม่อาจประเมินต่ำไปได้ มันรับผิดชอบการค้าทางทะเลทั่วโลก 22-25% และการไหลของน้ำมันทั่วโลก 29% หรือประมาณ 23.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน (ข้อมูลครึ่งแรกของปี 2025)

จักรวรรดิใหม่ตระกูล Trump: เมื่อ ‘นโยบายรัฐ’ กลายเป็น ‘กำไรครอบครัว’ (2016-2026)

การกลับมาของ Donald Trump ในสมัยที่ 2 ไม่ใช่แค่การทวงคืนตำแหน่งทางการเมือง แต่คือการสร้าง "Network Diplomacy" ที่เปลี่ยนความขัดแย้งทั่วโลกให้กลายเป็นดัชนีความมั่งคั่งที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจของสมาชิกในครอบครัว

ทรัมป์เมินเส้นตาย 60 วัน อ้างหยุดยิงอิหร่านเท่ากับสงครามจบ

เป็นวันครบกำหนด 60 วัน นับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แจ้งต่อสภาคองเกรสเรื่องการโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 2 มีนาคม ซึ่งตามกฎหมาย War Powers Act ปีค.ศ. 1973 ประธานาธิบดีจะต้องยุติปฏิบัติการทางทหารหากไม่ได้รับการรับรองจากรัฐสภาภายในกรอบเวลานี้

ข่าวอื่นๆ

ถอดรหัสฟ้าผ่า! “อธิบดีฝนหลวง” ลาออก  ทิ้งทวนศักดิ์ศรีข้าราชการ !

เปิดปูมฝูงบิน 77 ลำ กับงบประมาณปี 69 กว่า 2.7 พันล้าน เมื่อข้าราชการมืออาชีพถูกบีบให้เลือกระหว่าง "นโยบาย" หรือ "ความถูกต้อง"

ไทยจูงมือ “สิงคโปร์ ลงเรือ  “แลนด์บริดจ์”   พลิกกระดานภูมิรัฐศาสตร์

มีการเปิดทำเนียบรัฐบาลต้อนรับ นายชาง ชุน ชิง รัฐมนตรีจากสิงคโปร์ เพื่อเข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีคนใหม่

ป้าย  20 ล้าน ? สีน้ำเงิน ที่สนามบินบุรีรัมย์ยกระดับอินเตอร์ หรือ ปรับสีเพื่อ “ใคร ?“

เปิดเบื้องหลังงบประมาณกรมท่าอากาศยาน ท่ามกลางกระแสวิจารณ์สนั่นโซเชียล เมื่อ “อัตลักษณ์ภาครัฐ” กับ “เฉดสีที่คุ้นตา” พาดทับกันจนเป็นประเด็น