หน้าแรกINSIDE - INSIGHT“สงกรานต์”  จากหยดน้ำแห่งศรัทธาสู่“มหาเทศกาลโลก”

“สงกรานต์”  จากหยดน้ำแห่งศรัทธาสู่“มหาเทศกาลโลก”

เผยแพร่

spot_img

ถอดรหัส Soft Power ที่ยูเนสโก ให้เป็น “มรดกโลก”

วัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้  กับความท้าทายในการรักษาภาพลักษณ์ชาติ

                              เมื่อปฏิทินเวียนมาถึงวันที่ 13 เมษายน นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกต่างหลั่งไหลเข้าสู่เมืองไทยอย่างมหาศาล โดยสถิติล่าสุดพบว่ามีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาสัมผัสบรรยากาศปีใหม่ไทยพุ่งสูงกว่า 6.6 แสนคนภายในเวลาเพียงสัปดาห์เดียว สะท้อนให้เห็นว่าเสน่ห์ของ “เทศกาลน้ำ” แห่งอุษาคเนย์นี้ได้กลายเป็น “คานิวัลระดับโลก” ที่สร้างรายได้หมุนเวียนมหาศาล

                             แต่ภายใต้ม่านน้ำที่สาดใส่กันอย่างครื้นเครงนั้น หัวใจสำคัญคือการรักษาความสมดุลระหว่าง “เม็ดเงินเศรษฐกิจ” และ “คุณค่าทางจิตวิญญาณ” เพื่อประคองมรดกที่ยูเนสโกรับรองนี้ให้ยั่งยืนสืบไป

                            หากย้อนมองถึงปฐมภูมิอันบริสุทธิ์ สงกรานต์เริ่มต้นจาก “ประเพณี” ที่เปี่ยมด้วยความอ่อนโยน คือการใช้ “น้ำ” เป็นสื่อกลางในการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อบุพการีและผู้มีพระคุณ การรดน้ำขอพรจากบิดามารดา ปู่ย่าตายาย และการที่ผู้ใหญ่พรมน้ำคืนกลับมาพร้อมคำอวยพรที่เป็นสิริมงคล คือภาพตัวแทนของการเริ่มต้นปีใหม่ด้วยความร่มเย็น ก่อนที่ความรื่นเริงจะขยายวงกว้างออกไปสู่การสาดน้ำกันอย่างสนุกสนานตามสภาพอากาศที่ร้อนจัดในเดือนเมษายน จนวิวัฒนาการตามกาลเวลามาสู่ “เทศกาล” ที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่คนทั้งโลก

                           ความยิ่งใหญ่ของสงกรานต์ไทยได้รับการยอมรับในระดับสากล จนกระทั่ง ยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (Intangible Cultural Heritage of Humanity) ซึ่งนี่ไม่ใช่เพียงเครื่องหมายการันตีความสวยงาม แต่คือการประกาศว่าสงกรานต์คือ “Soft Power” ที่ทรงพลังที่สุดอย่างหนึ่งของไทย เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์และดึงดูดชาวโลกให้มาชื่นชมวัฒนธรรมไทยที่หาจากที่ใดในโลกไม่ได้

                             ในเชิงเศรษฐกิจ ปรากฏการณ์นี้สร้างรายได้มหาศาลเข้าสู่ประเทศ โดยเฉพาะในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาที่ตัวเลขนักท่องเที่ยวพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจหลายหมื่นล้านบาทต่อปี ทั้งในอุตสาหกรรมโรงแรม ร้านอาหาร การคมนาคม และสินค้าพื้นเมือง รายได้เหล่านี้กลายเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงภาคการท่องเที่ยวและยกระดับรายได้ของคนในท้องถิ่นทั่วประเทศ ทำให้สงกรานต์ไม่ได้เป็นเพียงวันหยุดยาว แต่คือ “เครื่องจักรทางเศรษฐกิจ” ที่สำคัญของรัฐ

                               อย่างไรก็ตาม เมื่อประเพณีกลายเป็นสินค้า สิ่งที่คนไทยต้องตระหนักและหวงแหนคือการ “ประคองมรดกนี้ให้อยู่รอด” เราต้องไม่ให้ความโลภหรือการมุ่งกอบโกยผลประโยชน์ในระยะสั้นมาชะล้างความสวยงามของประเพณีจนเหือดแห้งไป

                              การตั้งราคาที่เกินจริง การเอาเปรียบนักท่องเที่ยว หรือการกระทำใด ๆ ที่ไร้มารยาทและขัดต่อศีลธรรมอันดี ไม่เพียงแต่จะทำลายหน้าตาของชาติ แต่ยังเป็นการตัดรากถอนโคนความเชื่อมั่นที่ชาวโลกมีต่อเราในฐานะเจ้าบ้านที่ดี

                             หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องต้องทำหน้าที่เป็น “หน้าด่าน” ในการเฝ้าระวังและจัดการอย่างเฉียบขาดกับพฤติกรรมที่บิดเบือนและทำลายความงดงามของสงกรานต์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความปลอดภัย การรักษากฎระเบียบ หรือการควบคุมมาตรฐานการให้บริการ เพื่อให้สงกรานต์ไทยคงสถานะเป็น “มรดกโลกที่ยังมีลมหายใจ” มิใช่เพียงมหกรรมสาดน้ำที่ไร้จิตวิญญาณ ซึ่งจะเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้ชาวโลกยังคงชื่นชมและโหยหาที่จะมาสัมผัสความเย็นฉ่ำแห่งน้ำใจไทยไปอีกนานเท่านาน

                         ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ไทย ประจำปีพุทธศักราช 2569 นี้  “สำนักข่าวไทยทริบูน”  ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก ได้โปรดดลบันดาลประทานพรให้พี่น้องชาวไทยทุกท่าน ประสบแต่ความสุขสวัสดิ์ พิพัฒนมงคล สมบูรณ์พูนผลด้วยจตุรพิธพรชัย 

                        ให้ทุกท่านมีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง และขอให้ความร่มเย็นของสายน้ำแห่งสงกรานต์ ชำระล้างความทุกข์โศกให้มลายสิ้นไป นำพามาซึ่งความรัก ความสามัคคี และความรุ่งเรืองสถาพรแก่ครอบครัวและประเทศชาติสืบไป 

                      สวัสดีวันสงกรานต์

2569-04-13   “ชัยทัศน์” 

ข่าวล่าสุด

จม.รักอาม่า  ดังสนั่นแผ่นดินใหญ่ ททท.คาดปลุกคนจีน เที่ยวไทย

ภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำหน้าที่ขยี้หัวใจของชาวจีนแต้จิ๋วโพ้นทะเล เล่าเรื่องราวความผูกพันผ่านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมร่วมกันได้อย่างงดงาม ประกอบกับการดึงคนไทยเชื้อสายจีนมาร่วมถ่ายทอด ยิ่งทำให้คนดูชาวจีนอินและตระหนักว่า “ไทย-จีน ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน”

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน”

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน” จากระเบียบวินัยอันเคร่งครัดสู่พระราชปณิธาน “สืบสาน-รักษา-และต่อยอด” เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาประชาราษฏร์

โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ พุ่งสูง

สถานการณ์ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลันในประเทศไทยรอบ 3 ปีที่ผ่านมา (พศ. 2566 - 2568) แสดงแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากประมาณ 700,000 ราย ขยับขึ้นเป็น 750,000 ราย และแตะระดับ 800,000 รายในปีล่าสุด

7 ชั่วโคตร..จากถนน  “ธนบุรี-ปากท่อ” สู่ “พระราม 2”

ส้นทางคมนาคมขนส่งสายหลักลงสู่ภาคใต้ หรือทางหลวงหมายเลข 35 ที่รู้จักกันในนาม "ถนนพระราม 2" กำลังเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอย่างรุนแรง จากกรณีอุบัติเหตุในพื้นที่ก่อสร้างที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข่าวอื่นๆ

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน”

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน” จากระเบียบวินัยอันเคร่งครัดสู่พระราชปณิธาน “สืบสาน-รักษา-และต่อยอด” เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาประชาราษฏร์

โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ พุ่งสูง

สถานการณ์ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลันในประเทศไทยรอบ 3 ปีที่ผ่านมา (พศ. 2566 - 2568) แสดงแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากประมาณ 700,000 ราย ขยับขึ้นเป็น 750,000 ราย และแตะระดับ 800,000 รายในปีล่าสุด

7 ชั่วโคตร..จากถนน  “ธนบุรี-ปากท่อ” สู่ “พระราม 2”

ส้นทางคมนาคมขนส่งสายหลักลงสู่ภาคใต้ หรือทางหลวงหมายเลข 35 ที่รู้จักกันในนาม "ถนนพระราม 2" กำลังเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอย่างรุนแรง จากกรณีอุบัติเหตุในพื้นที่ก่อสร้างที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง