วันศุกร์, เมษายน 17, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTสถานการณ์ไทย-กัมพูชา: เจรจาเปลี่ยนที่ สะท้อนความระแวดระวัง ท่ามกลางกระแสการเมืองภายในและเกมอำนาจโลกที่กำลังเข้มข้น

สถานการณ์ไทย-กัมพูชา: เจรจาเปลี่ยนที่ สะท้อนความระแวดระวัง ท่ามกลางกระแสการเมืองภายในและเกมอำนาจโลกที่กำลังเข้มข้น

เผยแพร่

spot_img

   

                           นานาประเทศกำลังจับตาความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชา  ภายหลังการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงอันนำไปสู่การประชุมครั้งแรก ณ กรุงพนมเปญ 

                           เมื่อวานนี้ ไทยร้องขอเปลี่ยนสถานที่ประชุมไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเคยเป็นเจ้าภาพจัดการเจรจาในครั้งแรก โดยให้เหตุผลถึงสถานการณ์ที่ยังคงเปราะบาง และความเหมาะสมของการจัดการประชุมในประเทศที่ไม่ใช่คู่กรณีโดยตรง

                            การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความระมัดระวังของรัฐบาลไทย และความต้องการหลีกเลี่ยงแรงกดดันภายในประเทศที่อาจเกิดขึ้นจากการเจรจาบนแผ่นดินของอีกฝ่าย

                             ขณะเดียวกัน มีกระแสข่าวที่น่าสนใจเกี่ยวกับทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชากับมหาอำนาจ โดยปรากฏสัญญาณว่ากัมพูชากำลังเปิดกว้างต่อสหรัฐอเมริกามากขึ้น ซึ่งแตกต่างจากท่าทีที่ใกล้ชิดกับจีนในช่วงที่ผ่านมา กระทั่งมีข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับการยินยอมให้สหรัฐฯ เข้าไปตั้งฐานทัพในอาณาเขตของกัมพูชา หากข่าวนี้เป็นจริง จะถือเป็นการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างมีนัยสำคัญ และอาจนำมาซึ่งความไม่พอใจจากจีน ซึ่งเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจและการเมืองที่สำคัญของกัมพูชา 

                           การปรับเปลี่ยนดังกล่าวอาจเป็นผลมาจากความต้องการถ่วงดุลอำนาจในภูมิภาค หรือเป็นผลจากปัจจัยภายในประเทศกัมพูชาเอง

                              ในส่วนของการเมืองภายในประเทศไทย สถานการณ์ที่ถูกกล่าวถึงว่าอำนาจของรัฐบาลอาจไม่สามารถควบคุมกองทัพได้อย่างเบ็ดเสร็จนั้น เป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและิาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือในการดำเนินนโยบายต่างประเทศของไทยได้นั้น

                            เป็นที่รับรู้กันกว้างขวางว่า   การที่รัฐบาลพลเรือนไม่สามารถควบคุมกองทัพได้อย่างเต็มที่นั้นก็เพราะความอ่อนแอของรัฐบาลเองที่ต้องต่อสู้กันทางการเมืองระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้านที่มีอีกพรรคที่เคยอยู่ร่วมกับรัฐาลมาก่อน   และที่สำคัญสถานการณ์ของรัฐบาลกำลังอยู่ในย่านวิกฤติจากการที่ศาลรัฐธรรมนูญให้นายกรัฐมนตรีหยุดปฏิบัติหน้าที่

จากเหตุคลิปลับการสนทนากับอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา รวมทั้งอดีตนายกรัฐมนไทยที่เป็นบิดากำลังถูกศาลพิจารณาในเหตุการณ์สำคัญซึ่งผลที่ตามมาอาจทำให้สะานการณ์การเมืองเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญ

                       นักวิเคราะห์เห็นว่า สถานการณ์หลังหยุดยิง เป็นความพอใจของกัมพูชาที่บรรลุผลในยุทธศาสตร์หยุดรบขณะเพลี่ยงพล้ำ   เพื่อเตรียมการสร้างสถานการณ์ใหม่เข้ามาแทนที่

ในโอกาสไม่นานนี้

ข่าวล่าสุด

สหรัฐฯ เตรียมคืนภาษี 1.66 แสนล้านดอลลาร์! หลังศาลฎีกาชี้คำสั่งภาษีผิดกฎหมาย

รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วางแผนที่จะเริ่มใช้งานระบบสำหรับออกเงินคืนให้แก่ผู้นำเข้าชาวอเมริกันในวันจันทร์ที่ 20 เมษายน เป็นเงินจำนวน 1.66 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

เธอถูกแทง 30 ครั้งโดยชายสองคน แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ 

ขณะนอนจมกองเลือด เธอเขียนชื่อผู้ทำร้ายลงบนพื้นทราย จับศีรษะและลำไส้ไว้ด้วยกัน แล้วคลานไปยังถนนด้วยความมุ่งมั่นที่จะเอาชีวิตรอด ในค่ำคืนหนึ่งของวันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 1994 หญิงสาววัย 27 ปีชื่อ อลิสัน โบธา (Alison...

ความเป็นจริงทางเศรษฐกิจใหม่-จีนมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่าสหรัฐฯ แล้ว 34% 

ตัวเลขขนาดเศรษฐกิจโลกในปีล่าสุดเผยภาพ “ความเป็นจริงใหม่” เมื่อจีนมีขนาดเศรษฐกิจตามกำลังซื้อใหญ่กว่าสหรัฐฯ ถึงหนึ่งในสาม และรัสเซียขยับขึ้นแซงทั้งญี่ปุ่นและเยอรมนี

เสียงใต้ ไม่ต้องการความรุนแรง

บอกเลยว่านี่คือการ "ดับเครื่องชน" ของแม่ทัพภาคที่ 4 (มทภ.4) ที่ดุเดือด มากครับ เหมือนเป็นการรวบยอดความอัดอั้นของฝั่งความมั่นคงแล้วสวนกลับ ใส่ฝั่งการเมืองแบบ "หมัดฮุค" เข้าเต็มเปา

ข่าวอื่นๆ

“ใคร?” คือเจ้าของตัวจริงธุรกิจท่องเที่ยวไทย !เปิดโครงสร้างนอมินี 4 แสนล้าน 

สถิติจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยยอดตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยงนอมินีในปีที่ผ่านมาพุ่งสูงกว่า 16,000 ราย ใน 10 จังหวัดท่องเที่ยวหลัก

สงกรานต์ 2569 เมื่อ “ดีเซล 44 บาท” ทำงานแทนรัฐบาล

วิกฤตการณ์พลังงานที่ผลักดันให้ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 44.40 บาทต่อลิตรในช่วงสงกรานต์ปี 2569 กลายเป็นกลไกจำกัดการเดินทางที่ส่งผลรุนแรงยิ่งกว่าการรณรงค์ใดๆ ของภาครัฐ

“ฟรีวีซ่า 93 ประเทศ ดันเศรษฐกิจไทยฟื้น แต่ความเสี่ยงอาชญากรรมข้ามชาติท้าทายระบบคัดกรอง”

“สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime ) และ INTERPOL เริ่มสะท้อนแนวโน้มที่ต้องจับตา โดยระบุว่าเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะกลุ่มหลอกลวงออนไลน์และอาชญากรรมไซเบอร์ มีการปรับรูปแบบและเคลื่อนย้ายฐานปฏิบัติการไปยังประเทศที่มีมาตรการเข้าเมืองผ่อนคลายมากขึ้น