วันเสาร์, เมษายน 18, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTอย่างไรก็ตาม ทุกฝ่ายต่างจับตาดูอย่างใกล้ชิดถึงท่าทีของผู้นำทั้งสองประเทศ และบทบาทของประชาคมโลกในการช่วยยุติความขัดแย้งที่กำลังคุกคามสันติภาพในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม ทุกฝ่ายต่างจับตาดูอย่างใกล้ชิดถึงท่าทีของผู้นำทั้งสองประเทศ และบทบาทของประชาคมโลกในการช่วยยุติความขัดแย้งที่กำลังคุกคามสันติภาพในภูมิภาค

เผยแพร่

spot_img

  ชายแดนไทย-กัมพูชาทำท่าจะดุเดือดยอดผู่เสียชีวิตพุ่งและวิกฤติการณ์การทูตสั่นคลอน

                  สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาปะทุขึ้นอีกครั้งอย่างรุนแรงเป็นวันที่สองติดต่อกัน ท่ามกลางรายงานความสูญเสียที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจของทั้งสองฝ่าย รวมถึงการยกระดับการตอบโต้ทางการทูตส่อเค้าว่าความขัดแย้งอาจบานปลายจนยากจะควบคุม

                  การปะทะได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยมีรายงานการใช้ทั้งอาวุธเบา ปืนใหญ่และจรวด BM-21 จากฝั่งกัมพูชา ขณะที่กองทัพอากาศไทยได้ตอบโต้ด้วยการส่งเครื่องบินขับไล่ F-16 ขึ้นปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถึง 2 ครั้งในพื้นที่เป้าหมายทางทหารของกัมพูชา

                 มีรายงานว่ามีพลเรือนเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 13 ราย รวมถึงเด็กด้วยและทหารเสียชีวิต 1 นาย นอกจากนี้ยังมีทหารได้รับบาดเจ็บ 15 นาย และพลเรือนอีก 30 ราย ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการโจมตีเป้าหมายพลเรือนและโรงพยาบาลในไทยที่ถูกประณามว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ

               ส่วนกัมพูชามีรายงานระบุว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 24 ราย ส่วนใหญ่เป็นทหาร นอกจากนี้ยังมีพลเรือนเสียชีวิต 4 ราย และพระสงฆ์ 1 รูป พร้อมด้วยผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมาก  ทำให้

สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น จนต้องอพยพประชาชรออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อวิถีชีวิตและการค้าชายแดนที่ต้องหยุดชะงัก

                    ท่ามกลางการปะทะที่ดำเนินไปอย่างดุเดือด ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศก็เข้าสู่ภาวะวิกฤตเช่นกัน โดยกระทรวงการต่างประเทศของไทยได้ตัดสินใจเรียกเอกอัครราชทูตไทยประจำกัมพูชากลับ และดำเนินการขับเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทยออกนอกประเทศ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนของการลดระดับความสัมพันธ์

                            วิกฤตการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการปะทะทางทหารแต่เป็นการทดสอบครั้งสำคัญสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้านและเสถียรภาพในภูมิภาคอาเซียน

                            สิ่งที่ติดตามมาให้ขบคิดและดำเนินการไม่ว่าการตกลงหยุดยิงอย่างเป็นทางการและถาวร เพื่อยุติการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและกำลังพลทั้งสองฝ่าย  

                            สิ่งที่เห็นได้ชัดคือผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมที่รัฐบาลทั้งสองฝ่ายจำเป็นต้องเร่งให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ รวมถึงการฟื้นฟูเศรษฐกิจชายแดนเมื่อสถานการณ์กลับคืนสู่ภาวะปกติ

                            ด้วยความรุนแรงของการปะทะในขณะนี้และการขาดสัญญาณที่ชัดเจนของการเจรจาเพื่อลดความตึงเครียด คาดว่าสถานการณ์ชายแดนในวันถัด ๆ ไปในสัปดาห์นี้จะยังคงตึงเครียดสูงและมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการปะทะย่อยๆขึ้นอีกในหลายพื้นที่ 

                          ยังมีเสียงวิวิจารณ์มากขึ้นและจับตาดูอย่างใกล้ชิดถึงท่าทีของผู้นำฝ่ายไทยที่เป็นรักษาการนายกรัฐมนตรีไม่ได้แสดงบทบาทชัดเจนในทางรุกดละตอบโต้อย่างทันการมากไปกว่าประคองสถานการณ์ไว้เท่านั้น

ข่าวล่าสุด

สหรัฐฯ เตรียมคืนภาษี 1.66 แสนล้านดอลลาร์! หลังศาลฎีกาชี้คำสั่งภาษีผิดกฎหมาย

รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วางแผนที่จะเริ่มใช้งานระบบสำหรับออกเงินคืนให้แก่ผู้นำเข้าชาวอเมริกันในวันจันทร์ที่ 20 เมษายน เป็นเงินจำนวน 1.66 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

เธอถูกแทง 30 ครั้งโดยชายสองคน แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ 

ขณะนอนจมกองเลือด เธอเขียนชื่อผู้ทำร้ายลงบนพื้นทราย จับศีรษะและลำไส้ไว้ด้วยกัน แล้วคลานไปยังถนนด้วยความมุ่งมั่นที่จะเอาชีวิตรอด ในค่ำคืนหนึ่งของวันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 1994 หญิงสาววัย 27 ปีชื่อ อลิสัน โบธา (Alison...

ความเป็นจริงทางเศรษฐกิจใหม่-จีนมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่าสหรัฐฯ แล้ว 34% 

ตัวเลขขนาดเศรษฐกิจโลกในปีล่าสุดเผยภาพ “ความเป็นจริงใหม่” เมื่อจีนมีขนาดเศรษฐกิจตามกำลังซื้อใหญ่กว่าสหรัฐฯ ถึงหนึ่งในสาม และรัสเซียขยับขึ้นแซงทั้งญี่ปุ่นและเยอรมนี

เสียงใต้ ไม่ต้องการความรุนแรง

บอกเลยว่านี่คือการ "ดับเครื่องชน" ของแม่ทัพภาคที่ 4 (มทภ.4) ที่ดุเดือด มากครับ เหมือนเป็นการรวบยอดความอัดอั้นของฝั่งความมั่นคงแล้วสวนกลับ ใส่ฝั่งการเมืองแบบ "หมัดฮุค" เข้าเต็มเปา

ข่าวอื่นๆ

“ใคร?” คือเจ้าของตัวจริงธุรกิจท่องเที่ยวไทย !เปิดโครงสร้างนอมินี 4 แสนล้าน 

สถิติจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยยอดตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยงนอมินีในปีที่ผ่านมาพุ่งสูงกว่า 16,000 ราย ใน 10 จังหวัดท่องเที่ยวหลัก

สงกรานต์ 2569 เมื่อ “ดีเซล 44 บาท” ทำงานแทนรัฐบาล

วิกฤตการณ์พลังงานที่ผลักดันให้ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 44.40 บาทต่อลิตรในช่วงสงกรานต์ปี 2569 กลายเป็นกลไกจำกัดการเดินทางที่ส่งผลรุนแรงยิ่งกว่าการรณรงค์ใดๆ ของภาครัฐ

“ฟรีวีซ่า 93 ประเทศ ดันเศรษฐกิจไทยฟื้น แต่ความเสี่ยงอาชญากรรมข้ามชาติท้าทายระบบคัดกรอง”

“สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime ) และ INTERPOL เริ่มสะท้อนแนวโน้มที่ต้องจับตา โดยระบุว่าเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะกลุ่มหลอกลวงออนไลน์และอาชญากรรมไซเบอร์ มีการปรับรูปแบบและเคลื่อนย้ายฐานปฏิบัติการไปยังประเทศที่มีมาตรการเข้าเมืองผ่อนคลายมากขึ้น