วันจันทร์, เมษายน 13, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTอย่าปล่อย ..“คนแก่ 14 ล้าน”  ในกรงขังดิจิทัล

อย่าปล่อย ..“คนแก่ 14 ล้าน”  ในกรงขังดิจิทัล

เผยแพร่

spot_img

กะเทาะเปลือก “สังคมไร้เงินสด” 

จี้…ให้ศักดิ์ศรีธนบัตรไทย ย้ำชัดกฎหมายต้องอยู่เหนือเงื่อนไขการค้า

ชำแหละความล้ำสมัยที่มาพร้อมกำแพง “จุดอับสัญญาณ” ของผู้สูงวัย 14 ล้านชีวิต กับสิทธิที่สมาร์ทโฟนอาจเบียดบัง

                                   ท่ามกลางบรรยากาศรื่นเริงของเทศกาลสงกรานต์และวันครอบครัว ประเทศไทยกำลังอวดโฉมในฐานะดาวรุ่งแห่งโลกดิจิทัลด้วยระบบชำระเงินที่ก้าวล้ำทัดเทียมอารยประเทศ ทว่าในมิติของการพัฒนาที่พุ่งทะยาน กลับปรากฏ “รอยร้าว” ใหญ่ที่แแฝงมาในรูปของความสะดวกสบาย เมื่อประชากรอาวุโสกลุ่มใหญ่ของชาติกำลังถูกโดดเดี่ยวจากวงจรเศรษฐกิจเพียงเพราะก้าวตามไม่ทันแอปพลิเคชัน ถึงเวลาที่รัฐต้องฉุกคิดว่าความเจริญที่แท้จริงต้องไม่ทิ้งใครไว้ในซอกหลืบของเทคโนโลยี และต้องเคร่งครัดไม่ปล่อยให้อำนาจเงินตราตามกฎหมายถูกด้อยค่าด้วยเงื่อนไขทางการค้าตามอำเภอใจ

วิวัฒนาการที่ต้องแลกมาด้วยความเหลื่อมล้ำ

                                เราต่างชื่นชมกับภาพลักษณ์ใหม่ของไทยในฐานะสังคมไร้เงินสดที่รวดเร็วและทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นระบบสแกนที่ครอบคลุมทุกหัวระแหงทัดเทียมกับนอร์เวย์ หรือจีนที่ก้าวล้ำไปถึงขั้นจดจำใบหน้าเพื่อชำระเงิน ความสำเร็จเหล่านี้คือความภาคภูมิใจที่ปฏิเสธไม่ได้ แต่นวัตกรรมที่มุ่งเน้นเพียงความเร็วเพียงอย่างเดียว มักมองข้ามข้อเท็จจริงที่ว่าความสะดวกของคนกลุ่มหนึ่ง อาจกลายเป็นอุปสรรคแสนสาหัสของคนอีกกลุ่มหนึ่งที่เติบโตมากับสัมผัสของธนบัตรและเหรียญกษาปณ์

“14  ล้านชีวิต”   กับทางเลือกที่ถูกจำกัด

                            ในวาระ “วันผู้สูงอายุแห่งชาติ” ประจำปี 2569 ข้อมูลระบุชัดว่าไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสมบูรณ์โดยมีประชากรอายุเกิน 60 ปี กว่า 14 ล้านคน หรือร้อยละ 20 ของประเทศ สำหรับผู้สูงวัยจำนวนมาก สมาร์ทโฟนอาจไม่ใช่เครื่องมือที่สร้างความสะดวก แต่กลับเป็นความซับซ้อนที่สร้างภาระทางจิตใจ การบีบให้สังคมเข้าสู่ระนาบดิจิทัลเพียงมิติเดียว จึงเท่ากับการจำกัดสิทธิในการเข้าถึงปัจจัยสี่ของผู้มีอุปการคุณของชาติกลุ่มนี้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

กฎหมายเงินตรา  หน้าที่ที่ต้องปฏิบัติไม่ใช่เพียงทางเลือก

                        ความศักดิ์สิทธิ์ของพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. 2501 ซึ่งบัญญัติชัดเจนว่าธนบัตรไทยเป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย การที่ภาคธุรกิจหรือร้านค้าสร้างระเบียบภายในเพื่อปฏิเสธการรับเงินสดและบังคับให้สแกนเพียงอย่างเดียวนั้น ถือเป็นการสร้างเงื่อนไขที่ขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายที่มีผลบังคับใช้อยู่แล้ว รัฐจึงต้องกำกับดูแลให้ทุกภาคส่วนปฏิบัติตามกฎหมายเงินตราอย่างเคร่งครัด ไม่ปล่อยให้ความสะดวกของระบบการค้ามาลดทอนอำนาจของเงินตราไทยที่กฎหมายให้การรับรอง

ภารกิจรัฐ  ผู้วางรากฐานความเท่าเทียมในโลกสมัยใหม่

                           รัฐบาลในยุคดิจิทัลต้องสวมบทบาทผู้วางรากฐานและผู้กำกับดูแลสิทธิของประชาชนทุกช่วงวัยอย่างเท่าเทียม การก้าวสู่สังคมไร้เงินสดต้องดำเนินไปบนพื้นฐานของการประคับประคองที่จับต้องได้ รัฐควรมีมาตรการที่ชัดเจนเพื่อยืนยันว่าทุกสถานประกอบการยังคงต้องทำหน้าที่รับชำระเงินตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้วันครอบครัวเป็นวันที่คนทุกวัยสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้อย่างภาคภูมิใจ โดยไม่รู้สึกว่าถูกเทคโนโลยีผลักไสออกไปเพียงเพราะไม่มีเครื่องมือสื่อสารที่ทันสมัย

สองทางขนานที่ต้องบรรจบ

                             ความมั่นคงทางเศรษฐกิจที่แท้จริงคือความยืดหยุ่น  การรักษาช่องทางเงินสดควบคู่ไปกับดิจิทัลไม่ใช่เรื่องล้าสมัย แต่เป็นหลักประกันความเสี่ยงในวันที่ระบบทางเทคนิคอาจขัดข้อง และเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับผู้ที่ยังไม่พร้อมเข้าสู่โลกเสมือนจริง การปฏิบัติตามกฎหมายควบคู่ไปกับการพัฒนานวัตกรรม คือการสะท้อนถึงวุฒิภาวะของสังคมไทยที่รู้จักให้เกียรติความแตกต่างและไม่เอาความเร็วของเทคโนโลยีมาเป็นตัวตัดสินคุณค่าของคน

หัวใจสำคัญ ระบบคู่ขนานเพื่อความยั่งยืน

                                ท้ายที่สุดนี้ ในระยะเริ่มแรกของการเปลี่ยนผ่านสู่โลกสมัยใหม่ รัฐบาลจำเป็นต้องกำหนดนโยบายให้มีการใช้งานทั้ง “ระบบธนบัตร” และ “ระบบดิจิทัล” ควบคู่กันไปอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้สูงวัย จะไม่ได้รับผลกระทบจากการเข้าไม่ถึงเทคโนโลยี การเปิดพื้นที่ให้ทั้งสองระบบทำงานร่วมกันคือทางออกที่ยุติธรรมและสอดคล้องกับข้อกฎหมายที่บังคับใช้อยู่ ซึ่งจะช่วยให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมดิจิทัลได้อย่างสง่างาม โดยมีรากฐานที่แข็งแรงจากการยอมรับความแตกต่างและความหลากหลายของคนในชาติอย่างแท้จริง

2569-04-14  “ชัยทัศน์”

ข่าวล่าสุด

ยูเนสโก …มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้

ขึ้นทะเบียน สงกรานต์ในประเทศไทย เทศกาลปีใหม่ไทยดั้งเดิม ในบัญชีรายชื่อตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ

ถ้าคุณมีรายได้มั่นคง อย่าเบียดช่องหายใจสุดท้ายของคนข้างล่าง!

คุณพ่อเกษียณแล้ว ได้เงินบำนาญเดือนละหมื่นกว่า ชีวิตไม่ได้ลำบาก แต่พ่อก็ยังชอบเก็บกระดาษ กล่อง ขวดพลาสติก ของในบ้านไม่เคยทิ้งเก็บไว้ขายทั้งหมด

“กระหึ่มแซนด์เฮิร์สต์! นนร. รวิชญ์ คว้าดาบเกียรติยศ International Sword รางวัลยอดเยี่ยมอันดับ 1 ของโลก”

นักเรียนนายร้อย รวิชญ์ วาณิชยากรกุล ตัวแทนหนึ่งเดียวจากประเทศไทย สร้างประวัติศาสตร์ในเวทีทหารระดับโลก ด้วยการคว้าดาบเกียรติยศสูงสุดสำหรับนักเรียนนายร้อยต่างชาติ (International Sword) จากโรงเรียนนายร้อยทหารบกแซนด์เฮิร์สต์ สหราชอาณาจักร ประจำปี 2026

ช่วงวันที่ 10-16 เมษายน 2569 ดัชนีรังสี UV สูงจัดมาก เกณฑ์อันตรายสุดๆ

WMO ระบุว่า ช่วงฤดูร้อนปี 2026 ในภูมิภาคอาเซียน รังสี UV มีแนวโน้มอยู่ในระดับ “สูงจัด” (Very High) ไปจนถึง “อันตรายอย่างยิ่ง” (Extreme) เป็นส่วนใหญ่

ข่าวอื่นๆ

“สงกรานต์”  จากหยดน้ำแห่งศรัทธาสู่“มหาเทศกาลโลก”

สถิติล่าสุดพบว่ามีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาสัมผัสบรรยากาศปีใหม่ไทยพุ่งสูงกว่า 6.6 แสนคนภายในเวลาเพียงสัปดาห์เดียว สะท้อนให้เห็นว่าเสน่ห์ของ "เทศกาลน้ำ" แห่งอุษาคเนย์นี้ได้กลายเป็น "คานิวัลระดับโลก" ที่สร้างรายได้หมุนเวียนมหาศาล

สงกรานต์หงอย-คนเดินทางน้อย

สงกรานต์ปี 2569 ถูกจารึกว่าเป็นเทศกาลที่ "เงียบเหงา" และ "แพง" ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ เมื่อวิกฤตสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ฉุดราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูง ส่งผลให้ดีเซลในประเทศแตะเพดานลิตรละ 47-50 บาท

วิกฤต “บัตรทอง”  หนี้เน่า 6 หมื่นล้าน !  สั่นคลอนระบบสาธารณสุข

รูรั่วบริหารจัดการทำกองทุนส่อเค้า "ถังแตก"  รัฐบาลใหม่เผชิญบททดสอบหินกลางสภาฯ                             วงการสาธารณสุขไทยถึงคราวสั่นสะเทือน เมื่อการอภิปรายนโยบายรัฐบาลในสภาผู้แทนราษฎร  9-10 เมษายน 2569 เปิดเผยตัวเลขหนี้ค้างชำระค่ายาและเวชภัณฑ์สะสมสูงถึง 6 หมื่นล้านบาท สะท้อนความล้มเหลวในการบริหารจัดการงบประมาณ สปสช. ที่สวนทางกับต้นทุนจริง ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญชี้ "อาการป่วย"...