หน้าแรกINSIDE - INSIGHT  แม้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา จะเงียบลง แต่ความตึงเครียดกำลังม้วนตัวมากขึ้นทั้งภายในและภายนอกประเทศ  

  แม้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา จะเงียบลง แต่ความตึงเครียดกำลังม้วนตัวมากขึ้นทั้งภายในและภายนอกประเทศ  

เผยแพร่

spot_img

 ไทยต้องระมัดระวังไม่ให้ใครมาลอบทำร้ายข้างหลังเท่านั้น
   ในห้วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายทางการเมืองภายใน จากวันสุดสัปดาห์การชุมนุมเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ให้นายกรัฐมนตรีลาออก และอดีตนายกรัฐมนตรีที่บงการการเมืองอย่างเปิดเผยให้ยุติการกระทำโดยชุมนุมจำนสนมากที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เที่ยงวันจนถึงค่ำ 

                      สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาก็กลับมาเป็นประเด็นที่น่าจับตามองอีกครั้ง จากรายงานข่าวล่าสุดและการนำคณะทูตทหารจากกว่า 20 ประเทศไปตรวจสอบพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย บ่งชี้ถึงความพยายามของฝ่ายไทยในการยกระดับประเด็นนี้ให้เป็นที่รับรู้ในระดับนานาชาติ การกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงจากการปะทะ แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณทางการทูตที่แข็งกร้าวไปยังกัมพูชาและประชาคมโลก ถึงความจริงจังของไทยในการปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของพลเรือน รวมถึงความเสียหายต่อสิ่งสาธารณูปโภคอย่างโรงพยาบาล ทำให้ประเด็นนี้มีความซับซ้อนและละเอียดอ่อนมากขึ้นกว่าเดิม

                           การนำคณะทูตทหารเข้าตรวจสอบพื้นที่ความเสียหายจากการบุกรุกโจมตีของทหารกัมพูชา ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่ชาญฉลาดของไทยในการสร้างความชอบธรรมให้แก่จุดยืนของตนเองในเวทีโลก การที่สถานทูตทหารจากหลากหลายประเทศได้เห็นร่องรอยความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงด้วยตาตนเอง ไม่ว่าจะเป็นอาคารบ้านเรือน ร้านค้า และโรงพยาบาลที่ถูกทำลาย ย่อมส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของกัมพูชาในสายตานานาประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน การกระทำที่ล้ำเส้นถึงขั้นโจมตีเป้าหมายพลเรือนถือเป็นการละเมิดหลักมนุษยธรรมและกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน สิ่งนี้ไม่เพียงแต่สร้างความรู้สึกไม่พอใจในหมู่ประชาชนไทยเท่านั้น แต่ยังอาจนำไปสู่การทบทวนท่าทีของประเทศต่างๆ ที่มีต่อความขัดแย้งนี้

                    ในขณะที่กัมพูชายังคงปฏิเสธความรับผิดชอบหรืออ้างว่าเป็นการตอบโต้ที่จำเป็น แต่การที่นานาชาติได้รับทราบถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม จะทำให้ข้ออ้างเหล่านั้นขาดน้ำหนักลงไป ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นนี้ การบริหารจัดการความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาจึงเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับรัฐบาลไทย โดยต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลายไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงกว่าเดิม ในขณะเดียวกันก็ต้องรักษาศักดิ์ศรีและอธิปไตยของประเทศไว้ให้ได้ด้วยอำนาจของฝ่ายทหารเป็นหลัก

              อดีตผู้นำกัมพูชาที่ยังกุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ภายใต้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่เป็นบุตร  ยังคงหลงทางกับเกมส์พฤติกรรมเดิม ๆ ที่เคยใช้ได้ผลมาในอดีต 

             ที่สำคัญกำลังคืบคลานเข้าไปซุกใต้ปีกของมหาอำนาจหวังที่จะให้ปกป้องที่กำลังเพลี่ยงพล้ำทั้งการเมืองภายในและภายนอก

           ไทยไม่น่าจะต้องใช้ยุทธศาสตร์ทางการเมืองให้ลึกล้ำใด ๆ  เพียงแต่คอยระมัดระวังไม่ให้ใครมาลอบทำร้ายข้างหลังเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

อาบป่าฮีลใจ ให้ธรรมชาตินำทางสู่การฟื้นฟู

"อาบป่า" (Forest Bathing) การใช้เวลาในธรรมชาติอย่างมีสติ เพื่อเชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อมผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า ช่วยผ่อนคลายร่างกาย จิตใจ ลดความเครียด และชาร์จพลังชีวิต

 รัฐให้ ข้าราชการ “หัวโต-ตัวลีบ“ เออลี่-รีไทร์  กับดักงบประจำ 70% ที่แก้ไม่ตก หากไม่ยอมปรับลดตำแหน่งบริหารซ้ำซ้อน

นโยบายเร่งรัด “เออลี่รีไทร์” ข้าราชการภายในปีงบประมาณ 2570 ของรัฐบาล ถูกส่งสัญญาณออกมาในฐานะมาตรการสำคัญเพื่อควบคุมเสถียรภาพทางการคลัง หลังพบว่างบรายจ่ายประจำในส่วนของเงินเดือน สวัสดิการ และบำเหน็จบำนาญ มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องจนมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 70 ของงบรายจ่ายประจำทั้งหมด

“โมเดล-ขนมชั้น” สุขภาพคนไทยไม่เท่าเทียม ?   Medical Hub ความย้อนแย้งที่น่าเจ็บปวด

ระบบสาธารณสุขไทยกลายสภาพเป็น “โมเดลขนมชั้น” ที่แบ่งแยกชนชั้นและทอดทิ้งประชาชนส่วนใหญ่ไว้ข้างหลัง ความเหลื่อมล้ำของ 3 กองทุนสุขภาพ (บัตรทอง-ประกันสังคม-ข้าราชการ)

มหากาพย์คชบาล เมื่อ“ช้างป่า” ล้นผืนไพร  และ“ช้างบ้าน”ไร้สวัสดิภาพ !

วิกฤตการณ์ "ช้างไทย" ในปัจจุบัน ภาพสะท้อนที่เด่นชัดที่สุดกลับไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขประชากรที่ผันผวน หากแต่คือ "ความย้อนแย้งเชิงนโยบาย"

ข่าวอื่นๆ

 รัฐให้ ข้าราชการ “หัวโต-ตัวลีบ“ เออลี่-รีไทร์  กับดักงบประจำ 70% ที่แก้ไม่ตก หากไม่ยอมปรับลดตำแหน่งบริหารซ้ำซ้อน

นโยบายเร่งรัด “เออลี่รีไทร์” ข้าราชการภายในปีงบประมาณ 2570 ของรัฐบาล ถูกส่งสัญญาณออกมาในฐานะมาตรการสำคัญเพื่อควบคุมเสถียรภาพทางการคลัง หลังพบว่างบรายจ่ายประจำในส่วนของเงินเดือน สวัสดิการ และบำเหน็จบำนาญ มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องจนมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 70 ของงบรายจ่ายประจำทั้งหมด

“โมเดล-ขนมชั้น” สุขภาพคนไทยไม่เท่าเทียม ?   Medical Hub ความย้อนแย้งที่น่าเจ็บปวด

ระบบสาธารณสุขไทยกลายสภาพเป็น “โมเดลขนมชั้น” ที่แบ่งแยกชนชั้นและทอดทิ้งประชาชนส่วนใหญ่ไว้ข้างหลัง ความเหลื่อมล้ำของ 3 กองทุนสุขภาพ (บัตรทอง-ประกันสังคม-ข้าราชการ)

มหากาพย์คชบาล เมื่อ“ช้างป่า” ล้นผืนไพร  และ“ช้างบ้าน”ไร้สวัสดิภาพ !

วิกฤตการณ์ "ช้างไทย" ในปัจจุบัน ภาพสะท้อนที่เด่นชัดที่สุดกลับไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขประชากรที่ผันผวน หากแต่คือ "ความย้อนแย้งเชิงนโยบาย"