วันเสาร์, เมษายน 18, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT  แม้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา จะเงียบลง แต่ความตึงเครียดกำลังม้วนตัวมากขึ้นทั้งภายในและภายนอกประเทศ  

  แม้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา จะเงียบลง แต่ความตึงเครียดกำลังม้วนตัวมากขึ้นทั้งภายในและภายนอกประเทศ  

เผยแพร่

spot_img

 ไทยต้องระมัดระวังไม่ให้ใครมาลอบทำร้ายข้างหลังเท่านั้น
   ในห้วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายทางการเมืองภายใน จากวันสุดสัปดาห์การชุมนุมเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ให้นายกรัฐมนตรีลาออก และอดีตนายกรัฐมนตรีที่บงการการเมืองอย่างเปิดเผยให้ยุติการกระทำโดยชุมนุมจำนสนมากที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เที่ยงวันจนถึงค่ำ 

                      สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาก็กลับมาเป็นประเด็นที่น่าจับตามองอีกครั้ง จากรายงานข่าวล่าสุดและการนำคณะทูตทหารจากกว่า 20 ประเทศไปตรวจสอบพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย บ่งชี้ถึงความพยายามของฝ่ายไทยในการยกระดับประเด็นนี้ให้เป็นที่รับรู้ในระดับนานาชาติ การกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงจากการปะทะ แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณทางการทูตที่แข็งกร้าวไปยังกัมพูชาและประชาคมโลก ถึงความจริงจังของไทยในการปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของพลเรือน รวมถึงความเสียหายต่อสิ่งสาธารณูปโภคอย่างโรงพยาบาล ทำให้ประเด็นนี้มีความซับซ้อนและละเอียดอ่อนมากขึ้นกว่าเดิม

                           การนำคณะทูตทหารเข้าตรวจสอบพื้นที่ความเสียหายจากการบุกรุกโจมตีของทหารกัมพูชา ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่ชาญฉลาดของไทยในการสร้างความชอบธรรมให้แก่จุดยืนของตนเองในเวทีโลก การที่สถานทูตทหารจากหลากหลายประเทศได้เห็นร่องรอยความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงด้วยตาตนเอง ไม่ว่าจะเป็นอาคารบ้านเรือน ร้านค้า และโรงพยาบาลที่ถูกทำลาย ย่อมส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของกัมพูชาในสายตานานาประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน การกระทำที่ล้ำเส้นถึงขั้นโจมตีเป้าหมายพลเรือนถือเป็นการละเมิดหลักมนุษยธรรมและกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน สิ่งนี้ไม่เพียงแต่สร้างความรู้สึกไม่พอใจในหมู่ประชาชนไทยเท่านั้น แต่ยังอาจนำไปสู่การทบทวนท่าทีของประเทศต่างๆ ที่มีต่อความขัดแย้งนี้

                    ในขณะที่กัมพูชายังคงปฏิเสธความรับผิดชอบหรืออ้างว่าเป็นการตอบโต้ที่จำเป็น แต่การที่นานาชาติได้รับทราบถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม จะทำให้ข้ออ้างเหล่านั้นขาดน้ำหนักลงไป ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นนี้ การบริหารจัดการความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาจึงเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับรัฐบาลไทย โดยต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลายไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงกว่าเดิม ในขณะเดียวกันก็ต้องรักษาศักดิ์ศรีและอธิปไตยของประเทศไว้ให้ได้ด้วยอำนาจของฝ่ายทหารเป็นหลัก

              อดีตผู้นำกัมพูชาที่ยังกุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ภายใต้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่เป็นบุตร  ยังคงหลงทางกับเกมส์พฤติกรรมเดิม ๆ ที่เคยใช้ได้ผลมาในอดีต 

             ที่สำคัญกำลังคืบคลานเข้าไปซุกใต้ปีกของมหาอำนาจหวังที่จะให้ปกป้องที่กำลังเพลี่ยงพล้ำทั้งการเมืองภายในและภายนอก

           ไทยไม่น่าจะต้องใช้ยุทธศาสตร์ทางการเมืองให้ลึกล้ำใด ๆ  เพียงแต่คอยระมัดระวังไม่ให้ใครมาลอบทำร้ายข้างหลังเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

สหรัฐฯ เตรียมคืนภาษี 1.66 แสนล้านดอลลาร์! หลังศาลฎีกาชี้คำสั่งภาษีผิดกฎหมาย

รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วางแผนที่จะเริ่มใช้งานระบบสำหรับออกเงินคืนให้แก่ผู้นำเข้าชาวอเมริกันในวันจันทร์ที่ 20 เมษายน เป็นเงินจำนวน 1.66 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

เธอถูกแทง 30 ครั้งโดยชายสองคน แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ 

ขณะนอนจมกองเลือด เธอเขียนชื่อผู้ทำร้ายลงบนพื้นทราย จับศีรษะและลำไส้ไว้ด้วยกัน แล้วคลานไปยังถนนด้วยความมุ่งมั่นที่จะเอาชีวิตรอด ในค่ำคืนหนึ่งของวันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 1994 หญิงสาววัย 27 ปีชื่อ อลิสัน โบธา (Alison...

ความเป็นจริงทางเศรษฐกิจใหม่-จีนมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่าสหรัฐฯ แล้ว 34% 

ตัวเลขขนาดเศรษฐกิจโลกในปีล่าสุดเผยภาพ “ความเป็นจริงใหม่” เมื่อจีนมีขนาดเศรษฐกิจตามกำลังซื้อใหญ่กว่าสหรัฐฯ ถึงหนึ่งในสาม และรัสเซียขยับขึ้นแซงทั้งญี่ปุ่นและเยอรมนี

เสียงใต้ ไม่ต้องการความรุนแรง

บอกเลยว่านี่คือการ "ดับเครื่องชน" ของแม่ทัพภาคที่ 4 (มทภ.4) ที่ดุเดือด มากครับ เหมือนเป็นการรวบยอดความอัดอั้นของฝั่งความมั่นคงแล้วสวนกลับ ใส่ฝั่งการเมืองแบบ "หมัดฮุค" เข้าเต็มเปา

ข่าวอื่นๆ

“ใคร?” คือเจ้าของตัวจริงธุรกิจท่องเที่ยวไทย !เปิดโครงสร้างนอมินี 4 แสนล้าน 

สถิติจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยยอดตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยงนอมินีในปีที่ผ่านมาพุ่งสูงกว่า 16,000 ราย ใน 10 จังหวัดท่องเที่ยวหลัก

สงกรานต์ 2569 เมื่อ “ดีเซล 44 บาท” ทำงานแทนรัฐบาล

วิกฤตการณ์พลังงานที่ผลักดันให้ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 44.40 บาทต่อลิตรในช่วงสงกรานต์ปี 2569 กลายเป็นกลไกจำกัดการเดินทางที่ส่งผลรุนแรงยิ่งกว่าการรณรงค์ใดๆ ของภาครัฐ

“ฟรีวีซ่า 93 ประเทศ ดันเศรษฐกิจไทยฟื้น แต่ความเสี่ยงอาชญากรรมข้ามชาติท้าทายระบบคัดกรอง”

“สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime ) และ INTERPOL เริ่มสะท้อนแนวโน้มที่ต้องจับตา โดยระบุว่าเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะกลุ่มหลอกลวงออนไลน์และอาชญากรรมไซเบอร์ มีการปรับรูปแบบและเคลื่อนย้ายฐานปฏิบัติการไปยังประเทศที่มีมาตรการเข้าเมืองผ่อนคลายมากขึ้น