วันพุธ, เมษายน 15, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT 29 ส.ค. นี้  ชี้ขาดชะตานายกฯ “แพทองธาร” ปมคลิปเสียง “ฮุน เซน” ผลการพิจารณาของศาล รธน. จะตัดสินอย่างใด ย่อมเกิดการเปลี่ยนการเมืองที่กำลังร้อนแรงทั้งภายในและภายนอกประเทศ

 29 ส.ค. นี้  ชี้ขาดชะตานายกฯ “แพทองธาร” ปมคลิปเสียง “ฮุน เซน” ผลการพิจารณาของศาล รธน. จะตัดสินอย่างใด ย่อมเกิดการเปลี่ยนการเมืองที่กำลังร้อนแรงทั้งภายในและภายนอกประเทศ

เผยแพร่

spot_img

ศาลรัฐธรรมนูญมีกำหนดนัดฟังคำวินิจฉัยคดีสำคัญที่สั่นคลอนเสถียรภาพทางการเมืองของประเทศไทยในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ โดยเกี่ยวข้องกับสถานะของนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ซึ่งต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราวตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2568  หลังกลุ่มสมาชิกวุฒิสภา  36 คน ยื่นคำร้องกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง 

                              ทั้งนี้ จากกรณีคลิปเสียงที่ถูกบันทึกและเผยแพร่โดยสมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา  ซึ่งเนื้อหาบางช่วงบางตอนมีการกล่าวถึงแม่ทัพภาคสองว่าเป็น “คนของฝั่งตรงข้าม” และประโยคที่ว่า “ถ้าท่านอยากได้อะไรก็ให้ท่านบอกมาได้เลยค่ะ เดี๋ยวจะจัดการให้”  ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา โดยยืนยันว่าคำพูดดังกล่าวเป็น “สารพัดเทคนิคเจรจา” เพื่อมุ่งรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ 

                          ประเด็นที่นักกฎหมายและนักวิชาการให้ความสำคัญอย่างยิ่งคือการพิจารณาว่าศาลรัฐธรรมนูญจะให้น้ำหนักต่อคลิปเสียงที่ถูกแอบบันทึกนี้ในฐานะพยานหลักฐานได้อย่างไร เพราะแม้ในคดีอาญา พยานหลักฐานที่ได้มาโดยมิชอบจะถูกตัดออก แต่ในคดีแพ่งและคดีของศาลรัฐธรรมนูญนั้นมีหลักการที่แตกต่างออกไป 

                        ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจในการไต่สวนเพื่อค้นหาความจริงอย่างกว้างขวางและไม่ถูกจำกัดด้วยกฎเกณฑ์ที่เคร่งครัด  ซึ่งแตกต่างอย่างมีนัยยะสำคัญจากคดีของอดีตนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ที่ศาลได้วินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งด้วยข้อกล่าวหาเดียวกัน แต่เป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำอย่างเป็นทางการและเป็นรูปธรรม  ในทางตรงข้าม คดีของนายกรัฐมนตรีแพทองธารเกี่ยวข้องกับคำพูดในการสนทนาส่วนตัว ซึ่งมีความซับซ้อนและน่าสนใจเป็นพิเศษ

                       ดังนั้น ผลการวินิจฉัยในวันนี้ วันที่ 29 สิงหาคม 2568 จึงระทึกกันต่อเนื่องว่านายกรัฐมนตรีจะ “รอด” หรือ “ไม่รอด” เนื่องจากผลจะขึ้นอยู่กับการชั่งน้ำหนักขององค์คณะตุลาการในหลายมิติ 

                     หากศาลเชื่อว่าคำพูดนั้นเป็นเพียงกลยุทธ์ทางการทูตและไม่ได้นำไปสู่การกระทำที่สร้างความเสียหายอย่างเป็นรูปธรรม ก็อาจมีแนวโน้มให้รอดจากคดีได้ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะสุญญากาศทางการเมืองในระยะสั้น ๆ ได้ ซึ่งอาจจะเป็นช่วงขณะหนึ่งเท่านั้น

                     ในอีกทางหนึ่ง หากศาลเห็นว่าคำพูดดังกล่าวเป็นการกระทำที่กระทบต่อความมั่นคงและทำลายเกียรติภูมิของตำแหน่งอย่างร้ายแรง  โดยไม่สนใจเจตนาเบื้องหลัง ศาลอาจจะตัดสินให้พ้นจากตำแหน่งเพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่ทางการเมืองที่เข้มงวดขึ้นก็ได้ และเมื่อถึงเวลานั้นการเมืองจะเปลี่ยนไปอีกแบบหนึ่ง

                       ไม่ว่าผลจะออกมาในทิศทางใด การตัดสินครั้งนี้จะเป็นดัชนีชี้วัดที่สำคัญทั้งต่อความน่าเชื่อถือของกลไกการถ่วงดุลอำนาจและทั้งทิศทางการเมืองที่กำลังร้อนแรงทั้งภายในและภายนอกประเทศ

ข่าวล่าสุด

จาก One Bangkok ถึง Dusit Central Park ไทยประกาศศักดามหาอำนาจไลฟ์สไตล์โลก

การเกิดขึ้นของอภิมหาโครงการอย่าง One Bangkok และการกลับมาของ Dusit Central Park ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มพื้นที่ค้าปลีก แต่คือการประกาศชัดว่ากรุงเทพฯ ได้วิวัฒนาการสู่ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ระดับโลกที่นานาชาติยอมรับในเชิงรสนิยม

รถพลังงานไฮโดรเจน: รถในอนาคตอันใกล้

Toyota Crown FCEV จะเปิดตัวรุ่นขุมพลัง FCEV หรือ Hydrogen Fuel-Cell วิ่งไกล 820 กม. เติมเต็มถังใน 3 นาทีราคาเริ่มต้นที่ 8.3 ล้านเยน หรือประมาณ 1,970,719 บาท

เบื้องหลังเจ้าของปั๊มน้ำมันที่แท้จริง

เชลล์ ตราหอย คือ ผู้ประกอบการของกลุ่มต่างชาติในไทย โดยต่างชาติ แบรนด์นี้พวกอังกฤษ ถือหุ้นใหญ่

ยูเนสโก …มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้

ขึ้นทะเบียน สงกรานต์ในประเทศไทย เทศกาลปีใหม่ไทยดั้งเดิม ในบัญชีรายชื่อตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ

ข่าวอื่นๆ

จาก One Bangkok ถึง Dusit Central Park ไทยประกาศศักดามหาอำนาจไลฟ์สไตล์โลก

การเกิดขึ้นของอภิมหาโครงการอย่าง One Bangkok และการกลับมาของ Dusit Central Park ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มพื้นที่ค้าปลีก แต่คือการประกาศชัดว่ากรุงเทพฯ ได้วิวัฒนาการสู่ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ระดับโลกที่นานาชาติยอมรับในเชิงรสนิยม

อย่าปล่อย ..“คนแก่ 14 ล้าน”  ในกรงขังดิจิทัล

“วันผู้สูงอายุแห่งชาติ” ประจำปี 2569 ข้อมูลระบุชัดว่าไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสมบูรณ์โดยมีประชากรอายุเกิน 60 ปี กว่า 14 ล้านคน หรือร้อยละ 20 ของประเทศ

“สงกรานต์”  จากหยดน้ำแห่งศรัทธาสู่“มหาเทศกาลโลก”

สถิติล่าสุดพบว่ามีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาสัมผัสบรรยากาศปีใหม่ไทยพุ่งสูงกว่า 6.6 แสนคนภายในเวลาเพียงสัปดาห์เดียว สะท้อนให้เห็นว่าเสน่ห์ของ "เทศกาลน้ำ" แห่งอุษาคเนย์นี้ได้กลายเป็น "คานิวัลระดับโลก" ที่สร้างรายได้หมุนเวียนมหาศาล