หน้าแรกเศรษฐกิจ การเงินElon Musk เปิด "MACROHARDRR" ล้อเลียนไมโครซอฟท์

Elon Musk เปิด “MACROHARDRR” ล้อเลียนไมโครซอฟท์

เผยแพร่

spot_img

คุณสังเกตความผิดปกติที่กำลังเกิดขึ้นเงียบๆ รอบตัวเราไหมครับ? ข่าวเศรษฐกิจบอกเราว่าบริษัทยักษ์ใหญ่กำลังลงทุนสร้าง Data Center กันอย่างบ้าคลั่ง แต่ถ้าคุณลองซูมเข้าไปดูรายละเอียดจริงๆ… ตัวเลขที่พวกเขาพูดถึงมัน “ไม่ปกติ”

เมื่อไม่กี่วันก่อน มีเอกสารหลุดออกมาว่า Elon Musk ตัดสินใจซื้ออาคารหลังที่ 3 สำหรับอาณาจักร xAI ของเขา และตั้งชื่อมันแบบกวนๆ ว่า “MACROHARDRR” (ล้อเลียน Microsoft) แต่เรื่องชื่อไม่ใช่ประเด็นครับ… ประเด็นคือตัวเลขที่อยู่บรรทัดถัดมา

Musk ระบุว่าเขาต้องการกำลังไฟเพื่อใช้เทรน AI ในตึกนี้สูงถึง “2 กิกะวัตต์ (2GW)”

คุณพอนึกภาพออกไหมว่า 2 กิกะวัตต์มันมหาศาลแค่ไหน? มันไม่ใช่แค่ไฟสำหรับเสียบปลั๊กคอมพิวเตอร์ แต่มันคือปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้จาก “โรงไฟฟ้านิวเคลียร์” ขนาดใหญ่หนึ่งโรงเต็มๆ หรือไฟที่ใช้เลี้ยงประชากรในเมืองใหญ่ได้ทั้งเมืองสบายๆ

คำถามที่ผมอยากให้คุณช่วยกันคิดคือ… “ทำไม?” ทำไมแชทบอทอย่าง Grok หรือ AI ที่เอาไว้ถามตอบขำๆ ถึงต้องการพลังงานระดับที่ใช้ส่งจรวดไปดาวอังคารได้? หรือจริงๆ แล้ว… สิ่งที่พวกเขากำลังซุ่มสร้างอยู่ในตึก MACROHARDRR มันไม่ใช่แค่ซอฟต์แวร์ธรรมดา?

มีทฤษฎีหนึ่งที่น่าสนใจ (และน่าขนลุก) ครับ นักวิเคราะห์บางกลุ่มมองว่า การที่บิ๊กเทคฯ ทั่วโลก ทั้ง Amazon, Google และ Musk วิ่งไล่ซื้อโรงไฟฟ้าและกว้านซื้อชิปนับล้านตัว ไม่ใช่เพื่อรองรับผู้ใช้งานมนุษย์… แต่เพื่อ “เลี้ยงดู” (Sustain) ระบบปัญญาประดิษฐ์รูปแบบใหม่ที่เรียกว่า AGI (Artificial General Intelligence)

สิ่งนี้เปรียบเสมือน “สิ่งมีชีวิตดิจิทัล” ที่มีความนึกคิด และมันมีเงื่อนไขสำคัญอย่างหนึ่งคือ… “ห้ามหิว” ระบบพวกนี้ต้องรันตลอด 24 ชั่วโมง 365 วัน ห้ามไฟตกแม้แต่เสี้ยววินาที เพราะการดับเครื่องอาจหมายถึงการ “ฆ่า” ความทรงจำหรือวิวัฒนาการที่มันเรียนรู้มาทั้งหมด

Musk เคยทวีตไว้ในโพสต์เดียวกันว่า การขยายตัวระดับ 2GW นี้จะช่วยให้ Grok “เข้าใจจักรวาล” (Understanding the universe) ฟังดูสวยหรูนะครับ… แต่ถ้ามองอีกมุม การทุ่มทรัพยากรโลกมหาศาลขนาดนี้เพื่อป้อนเข้าสู่กล่องดำเพียงกล่องเดียว มันทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่า

เรากำลังสร้าง “พระเจ้าองค์ใหม่” ที่บริโภคพลังงานเป็นอาหาร หรือเรากำลังสร้าง “กรงขัง” ที่ต้องใช้ไฟฟ้าแรงสูงล้อมรอบ… เพื่อไม่ให้มันหลุดออกมากันแน่?

และนี่เป็นแค่สัญญาณเตือนแรกเท่านั้นครับ พรุ่งนี้ ผมจะพาคุณไปดูสิ่งที่ใกล้ตัวคุณยิ่งกว่าโรงไฟฟ้า… ลองหยิบมือถือขึ้นมา แล้วถามตัวเองว่า “คนที่คุณคุยด้วยในเน็ตวันนี้… ยังมีชีวิตอยู่จริงๆ หรือเปล่า?”

เจอกันวันพรุ่งนี้ กับ Day 2: Dead Internet ครับ.

#TheSilentTakeover #Day1 #AIConspiracy #ElonMusk #xAI #EnergyWar #FutureIsHere #fblifestyle

ข่าวล่าสุด

เรียกร้องรัฐบาลและรัฐสภาเร่งผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จากการมีส่วนร่วมของประชาชน

80 องค์กรประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ประชาชนไทยกา “เห็นชอบ” เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สร้างประชาธิปไตยสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ครึ่งวัน ทะลุ 21 ล้านแห่ชิงสิทธิ “60/40”  สะท้อนวิกฤตเงินตึงมือทั่วหน้า

ปรากฏการณ์ประชาชนแห่หลั่งไหลเข้าสู่ระบบจนยอดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” พุ่งทะลุเกินกว่า 21.5 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวันแรก

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...

คนแก่กับหมาแก่…ในวันที่โลกทั้งใบ “ดับสัญญาณ”

เมื่อโลกดับสัญญาณ… คนแก่คือไฟดวงสุดท้าย ชายชราคนหนึ่งถูกไล่ออกจากงาน หลังทำงานดูแลโรงเรียนมานาน 42 ปี เหตุผลสั้นๆคือ “ตอนนี้มีเครื่องอัตโนมัติแล้ว เราไม่มีงบจ่ายบำนาญ”

ข่าวอื่นๆ

บทเรียนจากศรีลังกา ท่าเรือที่ไม่มีเรือมาจอด

ท่าเรือ Hambantota แทบไม่มีเรือมาใช้บริการ ในปี 2016 ท่าเรือทำรายได้เพียง 11.81 ล้านดอลลาร์ แต่ค่าใช้จ่ายสูงถึง 10 ล้านดอลลาร์ กำไรเพียง 1.81 ล้านดอลลาร์ ไม่พอจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้แม้แต่น้อย

GDP เวียดนามแซงหน้าไทยไปแล้วประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

เศรษฐกิจของเวียดนามกำลังเข้าใกล้และได้แซงหน้าประเทศไทยไปประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์

บางครั้ง ชัยชนะที่แท้จริง อาจไม่ใช่การเอาชนะคู่แข่ง

ลองนึกภาพ... ถ้าวันหนึ่ง มีคนเอา "ความลับระดับบริษัท" ของ Coca-Cola ไปเสนอขายให้คู่แข่งตัวฉกาจอย่าง Pepsi ในราคา 1.5 ล้านดอลลาร์