หน้าแรกปกิณกะ"เรือนเสมือนญาติ" วัดอมรินทราราม เมื่อ "วัด" จับมือ “โรงพยาบาล” ให้ที่พักผู้ป่วยยากไร้

“เรือนเสมือนญาติ” วัดอมรินทราราม เมื่อ “วัด” จับมือ “โรงพยาบาล” ให้ที่พักผู้ป่วยยากไร้

เผยแพร่

spot_img

“เรือนเสมือนญาติ”  สถานที่พักของผู้ป่วยยากไร้ จากความร่วมมือของ “วัดอมรินทราราม” และ “รพ.ศิริราช”  จัด “ที่พักฉุกเฉิน” ระหว่างเข้ารับการรักษา ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายท่ามกลางวิกฤตพลังงาน ค่าไฟ ค่าน้ำมันปรับราคา

จากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน วิกฤตพลังงาน “เรือนเสมือนญาติ” เป็นอีกสถานที่พักพิงของผู้ป่วยยากไร้ หรือผู้ป่วยโรคที่ต้องรักษาต่อเนื่อง เช่น โรคมะเร็ง เพื่อเป็นที่พัก ช่วยลดค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ป่วยและญาติที่มีปัญหาสถานะทางการเงิน โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง วัดอมรินทราราม วรวิหาร และโรงพยาบาลศิริราช 

เมื่อเร็วๆนี้  พระครูสมุห์ภักดี ยตินฺธโร หรือที่รู้จักกันในนามว่า “พระอาจารย์ภักดี” จากวัดอมรินทรารามวรวิหาร ให้สัมภาษณ์ Hfocus ถึงที่มาการสร้าง “เรือนเสมือนญาติ” โมเดลที่พักเพื่อผู้ป่วยยากไร้ ที่บริหารจัดการอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

จากงบตั้งต้น 1 แสนบาท สู่เครือข่ายความร่วมมือ

พระอาจารย์ภักดี ย้อนความหลังถึงจุดเริ่มต้นว่า เริ่มจากการขออนุญาตเจ้าอาวาสองค์ก่อน พระพิศาลพัฒนกิจ โดยได้งบจากวัดมา 50,000 บาท และเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน พระสุนทรกิจจาภิวัฒน์ อีก 50,000 บาท ผสมกับเงินทำบุญจากเจ้าหน้าที่รพ.ศิริราช ทำให้สามารถเริ่มต้นจากห้องเล็ก ๆ เพียง 2 ห้อง รับคนได้ 5-6 คน

แต่ทว่า จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ ศ.ดร.นพ.อภิชาติ อัศวสมงคลกุล ในสมัยที่ยังเป็นรองคณบดี คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งคณบดี) เล็งเห็นความสำคัญ จึงนำกลุ่มเพื่อนสถาบันวิทยาลัยการตลาดทุน (วตท.) รุ่น 28 เข้ามาช่วยรีโนเวทกุฏิเก่าและพื้นที่ว่างให้กลายเป็นห้องพักที่มีมาตรฐาน ซึ่งปัจจุบันรองรับได้ประมาณ 20 เตียง แบ่งเป็นห้องละ 3-4 เตียง รวมถึงมีห้องสำหรับ “พระอาพาธ” แยกเป็นสัดส่วนอีก 1 ห้อง

ต้องผ่านการคัดกรองจากนักสังคมสงเคราะห์

หัวใจสำคัญที่ทำให้เรือนเสมือนญาติแตกต่างจากการพักในวัดทั่วไปคือ “ระบบการคัดกรอง” พระอาจารย์เน้นย้ำว่าที่นี่ไม่ได้เปิดให้วอล์กอินเข้ามาพักได้ทันที แต่ต้องผ่านกระบวนการของโรงพยาบาล ดังนี้

1.คัดกรองโดยงานสังคมสงเคราะห์ ผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านทุนทรัพย์หรือที่พัก ต้องแจ้งพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่ เพื่อส่งต่อให้นักสังคมสงเคราะห์ประเมิน

2.ระบบ Line Group นักสังคมสงเคราะห์จะประสานผ่านกลุ่มไลน์กับทางพระอาจารย์เพื่อเช็คเตียงว่าง

3.ใบส่งตัวอย่างเป็นทางการ เมื่อมีเตียงว่าง โรงพยาบาลจะออกใบส่งตัวพร้อมสำเนาบัตรประชาชน เพื่อยืนยันสถานะความเป็นผู้ป่วยจริงและความปลอดภัยของผู้พักร่วมกัน

4.พักตามจริง ระยะเวลาการพักจะอิงตามแผนการรักษาในใบส่งตัว ไม่ว่าจะเป็น 3 วัน 5 วัน หรือ 90 วัน ก็สามารถพักได้ตลอดการรักษาหรือดูแลผู้ป่วยจนจบการรักษา

“เคยมีเคสพักนานที่สุดถึง 6 เดือน รักษาจนคุ้นเคยกันเหมือนญาติ วันที่มาเขานั่งรถเข็นมา แต่ขากลับเขาเดินกลับเองได้ เห็นแล้วมันอิ่มใจ นี่คือที่มาของชื่อเรือนเสมือนญาติ” พระอาจารย์ภักดีกล่าว

“ค่าน้ำ-ค่าไฟ-ค่ากิน” บริหารบนพื้นฐานความโปร่งใส

หนึ่งในคำถามสำคัญที่ผู้สื่อข่าวสงสัย คือ “เอาเงินจากไหนมาจ่ายค่าสาธารณูปโภค?” เนื่องจากพระอาจารย์ติดตั้งแอร์ทุกห้อง เพื่อให้ผู้ป่วยพักผ่อนได้เต็มที่ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัด ส่งผลให้ค่าไฟพุ่งสูงถึงหลัก 10,000 บาทต่อเดือน

พระอาจารย์ภักดี จึงเล่าถึงโมเดลการชำระเงิน ว่า ค่าไฟ จะสำรองจ่ายไปก่อน แล้วนำใบเสร็จไปวางบิลที่งานสังคมสงเคราะห์ เพื่อเบิกเงินจาก “ศิริราชมูลนิธิ” กลับคืนมาภายหลัง

ส่วนค่าน้ำ ค่าอินเทอร์เน็ต พระอาจารย์ภักดีเป็นผู้รับผิดชอบเองจากปัจจัยส่วนตัว รวมถึงน้ำดื่ม นม และอาหารที่ได้จากการบิณฑบาต ก็นำมาแบ่งปันให้ญาติโยมในครัวส่วนกลาง แต่ถ้าในตู้เย็นขาดเหลืออะไร จะใช้ปัจจัยซื้อ

ที่สำคัญ เพื่อความโปร่งใส พระอาจารย์ภักดีจะไม่รับเงินบริจาคเข้าบัญชีส่วนตัว แต่จะให้ประชาชนไปบริจาคที่ศิริราชมูลนิธิ เข้า “กองทุนเรือนเสมือนญาติ” โดยตรง ซึ่งนำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า

อนาคต และการส่งต่อโมเดล “เรือนเสมือนญาติ”

ปัจจุบันเรือนเสมือนญาติกำลังมีแผนขยายพื้นที่ใหม่ โดยจะทำการรีโนเวทพื้นหลังครัว ทำให้เพิ่มได้อีก 4 เตียงพร้อมห้องน้ำในตัว โดยจะประสานงานผ่านคณบดีศิริราชและเครือข่ายผู้ใจบุญ

นอกจากนี้ พระอาจารย์ภักดี ทิ้งท้ายด้วยการเสนอไอเดียถึงโรงพยาบาลทั่วประเทศว่า วัดและโรงพยาบาลควรเป็นเนื้อเดียวกัน หากวัดที่อยู่ใกล้โรงพยาบาลสละพื้นที่บางส่วนมาทำที่พักลักษณะนี้ โดยใช้ระบบสังคมสงเคราะห์เข้ามาช่วยจัดการ จะช่วยลดวิกฤตที่พักผู้ป่วยยากไร้ได้อย่างยั่งยืน

“ที่นี่ไม่มีการเรียกร้องเงินทอง อนุเคราะห์กัน 100% นอกจากที่พักและอาหาร เรายังมีธรรมะให้ญาติโยมได้สนทนา ให้ได้คลายทุกข์ทางใจควบคู่ไปกับทางกาย นี่คือกิจของสงฆ์ในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์” พระอาจารย์ภักดี กล่าว

ช่องทางการช่วยเหลือ

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า บริจาคสิ่งของ เช่น ผงซักฟอก, ยาสีฟัน, น้ำดื่ม ฯลฯ สามารถติดต่อได้ที่พระอาจารย์ภักดี วัดอมรินทรารามวรวิหาร

ถ้าประสงค์จะบริจาคเงิน บริจาคได้ที่ศิริราชมูลนิธิ โดยระบุ กองทุนเรือนเสมือนญาติ

#Hfocus #ข่าวสุขภาพ #ข่าวสาธารณสุข #เรือนเสมือนญาติ #ที่พักผู้ป่วยยากไร้

ข่าวล่าสุด

แบตเตอรี่ลิเธียมล้นเมือง  ความท้าทายใหม่ที่รัฐต้องเร่งจัดการ

จากเหตุการณ์ระทึกขวัญของข่าวรถขนส่งแบตเตอรี่บนทางด่วนบูรพาวิถีเกืดเหตุระเบิด เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่สร้างความตระหนกให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน แต่ยังเป็น "กรณีศึกษา" สำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบโลจิสติกส์ขยะอันตรายในประเทศไทย

ความสัมพันธ์ 170 ปี “ไทย-ฝรั่งเศส”   “การทูตเชิงรุก”ต้องดับฝัน กัมพูชา-ใช้ปารีสเคลมพรมแดน

ยุทธศาสตร์การทูตครั้งนี้คือ "ปฏิบัติการเชิงรุก" เพื่อนำข้อเท็จจริงปมพรมแดนและพื้นที่ทับซ้อน (OCA) ไปแสดงต่อประธานาธิบดี เอมานูเอล มาครง

 วิกฤต “โลกเดือด” สภาพอากาศสุดขั้วทุบสถิติใหม่ เตือนไทยรับมือน้ำสองขั้ว “แล้งจัด-ท่วมฉับพลัน”

องค์การสหประชาชาติ (UN) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ยุคของ "โลกร้อน" (Global Warming) ได้สิ้นสุดลงแล้ว และมนุษยชาติกำลังก้าวเข้าสู่ยุค "โลกเดือด" (Global Boiling) อย่างเต็มตัว ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เพียงแค่การที่อุณหภูมิสูงขึ้นทีละน้อย...

ไอเดียเด็ด…ห้ามรถไฟเข้ากรุง ?  แก้ปัญหาโศกนาฏกรรมอโศก-มักกะสัน

การแก้ปัญหาจุดตัดด้วยการยุติขบวนรถไฟเข้าเมืองหลวง จึงเป็นภาพสะท้อนของการบริหารจัดการที่อาจยังขาดความเข้าใจในวิถีชีวิตระดับฐานรากและหลักการพัฒนาผังเมืองสากลอย่างแท้จริง

ข่าวอื่นๆ

รู้หรือไม่ อเมริกาเคยมีเมืองหลวงมาแล้วทั้งหมด 9 แห่ง 

ฟิลาเดลเฟีย (Philadelphia) รัฐเพนซิลเวเนีย เมืองหลวงแห่งแรกของสหรัฐอเมริกาไม่เป็นทางการแต่เป็นที่ยอมรับในวงกว้างและเป็นเมืองหลวงหลักหลายครั้งตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 1774-1800

4 ทายาทตระกูล “สมิตะมาน” แสดงเจตนำนงบริจาคที่ดินใจกลางเมืองวารินชำราบ จ.อุบลราชธานี กว่า 66 ไร่

4 ทายาทตระกูล "สมิตะมาน" แสดงเจตนำนงบริจาคที่ดินใจกลางเมืองวารินชำราบ จ.อุบลราชธานี กว่า 66 ไร่ มูลค่า 1,000 ล้านบาท

Johnnie Walker (จอนนี่ วอล์กเกอร์) มีการแบ่งระดับตาม “สี” (Labels)

Johnnie Walker (จอนนี่ วอล์กเกอร์) มีการแบ่งระดับตาม "สี" (Labels) ซึ่งแต่ละสีจะมีบุคลิก รสชาติ และราคาที่แตกต่างกันออกไปเพื่อให้ครอบคลุมนักดื่มทุกกลุ่ม โดยเรียงลำดับจากระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับสูงสุด (Core Range)