หน้าแรกสิ่งแวดล้อมความตายที่ทรมานที่สุดในมหาสมุทร

ความตายที่ทรมานที่สุดในมหาสมุทร

เผยแพร่

spot_img

ทำไมคนทั่วโลกถึงรณรงค์ให้หยุดกิน หูฉลาม กันหนักขนาดนี้ ทั้งที่มันก็แค่ปลาตัวหนึ่งเหมือนที่เรากินแซลมอนหรือทูน่า

ความจริงคือมันไม่ใช่เรื่องของ การกิน ครับ แต่มันคือเรื่องของ วิธีการ ที่โหดร้ายจนคุณอาจจะจินตนาการไม่ออกเลยว่า ในโลกที่เจริญแล้ว ยังมีวิธีการฆ่าสัตว์ที่เลือดเย็นขนาดนี้เหลืออยู่อีกเหรอ

วินาทีที่ถูกยกขึ้นพ้นน้ำ

เมื่อฉลามติดเบ็ดหรืออวน มันจะถูกลากขึ้นมาบนเรือด้วยความรวดเร็ว ในจังหวะที่มันกำลังดิ้นสู้เพื่อเอาชีวิตรอด ชาวประมงจะใช้ตะขอเหล็กเกี่ยวร่างมันไว้ไม่ให้สะบัด และโดยส่วนใหญ่จะไม่มีการทำให้มันสลบหรือตายก่อน เพราะต้องการความเร็วในการจัดการ

ขั้นตอนการ เฉือน

เครื่องมือที่ใช้มักจะเป็นมีดโค้งที่คมกริบ ชาวประมงจะทำการเฉือนลงไปที่ฐานของครีบ 4 จุดหลัก

ครีบหลัง ครีบที่เป็นสัญลักษณ์ของมัน ซึ่งมีราคาแพงที่สุด

ครีบอกสองข้าง ครีบที่ใช้ในการทรงตัวและทิศทาง

ครีบหางส่วนล่าง เพื่อเอาส่วนพังผืดที่ล้ำค่าไปทำซุป

กระบวนการนี้ใช้เวลาไม่ถึง 2 นาที มีดจะตัดผ่านหนังที่หนาและกระดูกอ่อนอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ฉลามยังรับรู้ความรู้สึกได้ครบถ้วน

การถูก ถีบลงนรก

นี่คือจุดที่สะเทือนใจที่สุดครับ หลังจากได้ครีบครบแล้ว ร่างของฉลามที่ไร้ครีบ ซึ่งยังมีน้ำหนักตัวหลายสิบหรือหลายร้อยกิโลกรัม จะถูกถีบโครมลงน้ำทันที เพราะเนื้อฉลามมีแอมโมเนียสูง จัดเก็บยาก และที่สำคัญคือ หนักเรือ เปลืองเนื้อที่จัดเก็บครีบที่มีราคาแพงกว่าหลายเท่าตัว

ความตายที่ทรมานที่สุดในมหาสมุทร

เมื่อกลับลงสู่พื้นน้ำ ฉลามตัวนั้นจะเผชิญกับชะตากรรมที่เลือกไม่ได้

จมดิ่งเหมือนก้อนหิน ฉลามหลายสายพันธุ์ต้องว่ายน้ำตลอดเวลา เพื่อให้น้ำไหลผ่านเหงือกเพื่อเอาออกซิเจน เมื่อไม่มีครีบ มันจึงว่ายน้ำไม่ได้ และค่อยๆ จมลงสู่ก้นทะเลลึก

หายใจไม่ออก มันจะดิ้นทุรนทุรายอยู่ก้นทะเลในสภาพที่ขยับไปไหนไม่ได้ ค่อยๆ ขาดอากาศหายใจตายอย่างช้าๆ ซึ่งอาจใช้เวลาหลายชั่วโมง

ถูกกินทั้งเป็น กลิ่นเลือดจะคาวคลุ้งไปทั่ว ดึงดูดปลาตัวเล็กๆ หรือสัตว์กินซากให้มารุมแทะเนื้อของมันในขณะที่มันยังมีสติอยู่ แต่มันไม่มีทางสู้หรือหนีไปไหนได้เลย

เห็นภาพหรือยังครับว่า ซุปหูฉลามร้อนๆ หนึ่งถ้วยที่คุณเห็นในงานเลี้ยง มันคือ ความตายที่ล่าช้า ของสิ่งมีชีวิตที่เป็นเจ้าแห่งมหาสมุทร

เรากำลังจ่ายเงินซื้อความหรูหราที่แลกมาด้วยเสียงกรีดร้องที่ไม่มีใครได้ยินใต้ก้นทะเล เพียงเพื่อรสสัมผัสที่เหมือน วุ้น ซึ่งความจริงมันไม่มีรสชาติอะไรเลยด้วยซ้ำถ้าไม่มีน้ำซุปมาช่วย

ในยุคที่เรามีทางเลือกกินของอร่อยตั้งมากมาย เรายังจำเป็นต้องให้ความภูมิใจบนโต๊ะอาหาร แลกกับความทรมานระดับนรกแบบนี้จริงๆ เหรอ

ข่าวล่าสุด

บัณทิตใหม่…ไปต่อ…ลำบาก !

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานว่า ในไตรมาส 2 ปี 2569 ประเทศไทยมีผู้ว่างงานประมาณ 400,000 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีอัตราการว่างงานร้อยละ 0.95 ขณะที่กลุ่มผู้สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษามีอัตราการว่างงานร้อยละ 1.70

จากเพลงแปลง “ซากุระอยู่บรรทัดทอง” สู่… “Let It Be !“

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 6 กันยายน 2569 เมื่อ “อนุทิน” ใช้ Musical Diplomacy สู่การเมืองโลก ! จาก “สวรรค์ปิด”...

“ดาต้า เซ็นเตอร์” สมองกลล้นเมือง  เมื่อฮาร์ดแวร์แสนล้าน ปะทะข้อจำกัดโครงสร้างพื้นฐานไทย

ดาต้าเซ็นเตอร์กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย โดย BOI ระบุว่า ช่วงปี 2567–2569 มีโครงการได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุน 42 โครงการ คิดเป็น IT Load รวม 3,400 เมกะวัตต์ และเงินลงทุนประมาณ 750,000 ล้านบาท

ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ พลิกโฉมสวัสดิการไทย…หรือเพิ่มภาระรัฐระยะยาว ?

ครม.สัญจรที่จังหวัดสงขลาเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 เห็นชอบในหลักการให้ภาครัฐจัดซื้อประกันภัยคุ้มครองที่อยู่อาศัยประมาณ 30 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ครอบคลุมอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว

ข่าวอื่นๆ

เหตุแผ่นดินไหว เวเนฯ พบผู้เสียชีสิต เพิ่มเป็น 1,430 ราย คาดพุ่งถึงหมื่น

วันที่ 28 มิถุนายน 2569 จากเหตุการณ์ภัยพิบัติแผ่นดินไหวแฝด (Doublet Earthquakes) ความรุนแรงขนาด 7.2 และ 7.5 ที่พัดถล่มทางตอนเหนือของประเทศเวเนซุเอลา เมื่อช่วงเย็นวันพุธที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา

ยุโรป ร้อนขั้นวิกฤติ  7 วันตายพุ่ง 500 ราย

สถานการณ์ผู้เสียชีวิตจาก "คลื่นความร้อน" (Heatwaves) ในยุโรป ถือเป็นภัยพิบัติทางสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงและเงียบเชียบที่สุด

เตือน คน กทม. ระวัง ! ร้อน ขั้นวิกฤติ

สำนักสิ่งแวดล้อม ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเตือนภัย ดัชนีความร้อน (Heat Index) ในพื้นที่ กทม. พุ่งสูงแตะระดับ "อันตราย" (Danger) โดยมีค่าสูงสุดวัดได้ถึง 51.9 องศาเซลเซียส