วันจันทร์, เมษายน 20, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกเศรษฐกิจ การเงินลำพูน จังหวัดเล็กสุดของภาคเหนือ แต่มีรายได้ต่อหัวสูงสุด ในภาคเหนือ

ลำพูน จังหวัดเล็กสุดของภาคเหนือ แต่มีรายได้ต่อหัวสูงสุด ในภาคเหนือ

เผยแพร่

spot_img

“ลำพูน” จังหวัดเล็กที่สุดในภาคเหนือ ทางผ่านของใครหลายคน เวลาขับรถขึ้นเชียงใหม่

รู้ไหมว่า จากข้อมูลของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ปี 2566

จังหวัดนี้ มี GPP per capita หรือรายได้เฉลี่ยต่อหัวเกือบ 20,000 บาทต่อเดือน ซึ่งสูงสุดในภาคเหนือ และมากกว่าจังหวัดเชียงใหม่ อย่างที่หลายคนคิดเสียอีก

โดยมีภาคอุตสาหกรรมเป็นปัจจัยหลัก ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัด ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมของภาคเหนือ

แล้วลำพูนมีดีอะไร ?

ทำไมถึงเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมสำคัญของภาคเหนือ และของประเทศได้ ?

ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง…..

ลำพูน เป็นจังหวัดทางภาคเหนือตอนบนของไทย และเป็นจังหวัดที่มีขนาดเล็กที่สุดในภาคเหนือ มีขนาดพื้นที่เล็กกว่าจังหวัดเชียงใหม่เกือบ 5 เท่า

หรือคิดเป็น 0.9% ของพื้นที่ประเทศไทยเท่านั้น

โดยมีอำเภอเมือง อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ เกือบ 700 กิโลเมตร และห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ราว 30 กิโลเมตร

ในอดีตนั้น ลำพูนมีภาคเกษตรกรรมเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัด ซึ่งมีผลผลิตทางการเกษตรที่โดดเด่นคือ ลำไยและกระเทียม

ก่อนที่ปัจจุบัน กลายเป็นภาคอุตสาหกรรมที่เข้ามามีบทบาทหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแทน

สาเหตุที่เป็นแบบนี้ ต้องย้อนไปในปี 2526

ตามแผนพัฒนาประเทศฉบับที่ 4 รัฐบาลต้องการขยายพื้นที่อุตสาหกรรม จากกรุงเทพฯ และปริมณฑล ไปยังส่วนภูมิภาค

ซึ่งเขตอำเภอเมืองลำพูน กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะความที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่

บวกกับ ตัวเมืองจังหวัดลำพูนเอง ยังมีราคาที่ดินไม่สูงเท่าเขตเมืองจังหวัดเชียงใหม่ สามารถพัฒนาให้กลายเป็นพื้นที่อุตสาหกรรม เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศในอนาคตได้

นิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือแห่งแรกในระดับภูมิภาค จึงดำเนินการก่อสร้างในเขตอำเภอเมืองลำพูน ด้วยพื้นที่เกือบ 1,800 ไร่ และสร้างเสร็จในปี 2528

จนมาถึงปัจจุบัน เมื่อการลงทุนทั้งจากต่างประเทศ และในประเทศขยายตัวขึ้น นิคมอุตสาหกรรมอื่น ๆ ในลำพูนจึงเกิดขึ้นตามมา

จากข้อมูลของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ลำพูนมีแหล่งอุตสาหกรรมสำคัญ 3 แห่ง

คือ นิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ, นิคมอุตสาหกรรมเวิลด์ (ลำพูน) และสวนอุตสาหกรรม เครือสหพัฒน์

โดยมีบริษัทระดับโลกหลายแห่ง ตั้งฐานการผลิตในจังหวัดลำพูน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อย่างเช่น

– บจ.มูราตะ อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย)

ปี 2567 (ปิดงบการเงิน 31/03/67)

รายได้ 9,028 ล้านบาท

กำไร 161 ล้านบาท

– บจ.เคียวเซร่า (ประเทศไทย)

ปี 2567 (ปิดงบการเงิน 31/03/67)

รายได้ 8,449 ล้านบาท

กำไร 285 ล้านบาท

ทั้งนี้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ได้มีประกาศอย่างเป็นทางการ ให้ตั้งนิคมอุตสาหกรรมเวิลด์ แห่งที่ 2 ในลำพูนอีกด้วย โดยมีขนาดพื้นที่ 621 ไร่ และมีเม็ดเงินลงทุน 17,584 ล้านบาท

ปัจจัยที่ทำให้เขตอุตสาหกรรมในจังหวัดลำพูน เป็นที่น่าสนใจ สำหรับผู้ประกอบการที่เลือกเข้าไปลงทุน

นอกจากเรื่องราคาที่ดิน และสิทธิประโยชน์ทางภาษีต่าง ๆ แล้ว

ทำเลที่ตั้งของลำพูนเอง ที่อยู่ใกล้กับจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาของภาคเหนือของไทย ยังช่วยผลิตแรงงานที่มีทักษะ ป้อนเข้าในอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการคมนาคม

เพราะด้วยการที่อยู่ห่างจากสนามบินเชียงใหม่ไม่ไกล

ทั้งยังมีการพัฒนาถนนสายหลัก ที่เชื่อมต่อระหว่างจังหวัดเชียงใหม่และลำปาง

รวมถึงยังมีโครงการสนามบินเชียงใหม่แห่งที่ 2 ที่เริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ในปี 2570 ในอนาคตอีกด้วย

ซึ่งช่วยให้การเดินทางและขนส่งสินค้าสะดวก

และอีกข้อสำคัญคือ ลำพูนมีธรรมชาติสวยงาม

และการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย ไม่แออัด

อีกทั้งค่าครองชีพที่ถูกกว่ากรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงอีกหลายจังหวัดหัวเมืองใหญ่

ทำให้เป็นพื้นที่ ที่น่าอยู่อาศัยและทำงาน ช่วยดึงดูดแรงงานอีกทางหนึ่ง

ซึ่งหากเราลองนำลำพูนไปเทียบกับจังหวัดเชียงใหม่ ในมุมตัวเลขเศรษฐกิจ

– ขนาดเศรษฐกิจของจังหวัด (Gross Provincial Product : GPP)

ปี 2564

ลำพูน 86,800 ล้านบาท

เชียงใหม่ 236,700 ล้านบาท

ปี 2565

ลำพูน 90,400 ล้านบาท

เชียงใหม่ 244,200 ล้านบาท

ปี 2566

ลำพูน 91,500 ล้านบาท

เชียงใหม่ 277,500 ล้านบาท

– รายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากร (GPP per capita)

ปี 2564

ลำพูน 221,800 บาทต่อคน

เชียงใหม่ 131,600 บาทต่อคน

ปี 2565

ลำพูน 232,600 บาทต่อคน

เชียงใหม่ 136,000 บาทต่อคน

ปี 2566

ลำพูน 236,600 บาทต่อคน

เชียงใหม่ 154,900 บาทต่อคน

จะเห็นว่า แม้ขนาดเศรษฐกิจของลำพูน จะเล็กกว่าเชียงใหม่ก็ตาม แต่หากดูรายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากรนั้น สูงกว่าเชียงใหม่เสียอีก

มากกว่านั้น ยังสูงสุดเป็นอันดับ 1 ของจังหวัดในภาคเหนืออีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ต้องหมายเหตุว่า ด้วยประชากรที่ไม่มาก บวกกับการมีประชากรแฝง จากแรงงานในภาคอุตสาหกรรม ยังเป็นส่วนสำคัญทำให้รายได้ต่อหัวของลำพูนอยู่ระดับสูงอีกด้วย

และทั้งหมดนี้ ก็คือเรื่องราวของลำพูน จังหวัดที่ได้รับปัจจัยสนับสนุนรอบด้าน ทั้งการส่งเสริมจากภาครัฐ ทำเลที่ตั้ง การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และแรงงานที่มีคุณภาพ

เปลี่ยนจากอดีตที่พึ่งพาภาคเกษตรกรรม

สู่การที่มีภาคอุตสาหกรรมเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจในจังหวัด

กลายมาเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมของภาคเหนือและของประเทศไทย

ทำให้ลำพูน จังหวัดเล็กสุดของภาคเหนือไทย มีรายได้ต่อหัวเกือบ 20,000 บาทต่อเดือน เลยทีเดียว.. 

(14 พ.ค. 2025)

โดย ลงทุนแมน

ข่าวล่าสุด

มันเริ่มต้นในชื่อ “Hey Jules”

เดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1968 ซินเธีย เลนนอน (Cynthia Lennon) เพิ่งกลับจากการพักผ่อนสองสัปดาห์ในกรีซ เธอแวะผ่านกรุงโรม ก่อนจะเดินทางถึงลอนดอนด้วยสภาพที่สดชื่นและผ่อนคลาย

“เทราฮอป” ผุดโรงงานแห่งที่ 2 หลัง ทุ่ม 3 หมื่นล้าน ปั้นไทยฐานผลิตอุปกรณ์ AI – Data Center

“เทราฮอป (Terahop)” ผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารผ่านใยแก้วนำแสงความเร็วสูงอันดับ 1 ของโลกจากจีน ปักหมุดฐานผลิตหลักในไทย ลงทุนต่อเนื่องกว่า 3 หมื่นล้านบาท เป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในสระบุรี

เก่งแต่โกง ทิ้งหนี้ 30 ล้านให้คนค้ำประกันรับผิดชอบ

"เก่งแต่โกง? ย้อนรอยมหากาพย์ 'ดลฤดี' ทันตแพทย์สาวฮาร์วาร์ด ทิ้งหนี้ทุน 30 ล้านให้คนค้ำประกันรับกรรม ส่วนตัวเองเสวยสุขอยู่ต่างแดน"

อวสาน ‘ราชาจอแก้ว’! เมื่อ Sony ยอมศิโรราบให้ TCL

Sony อดีต "ราชาแห่งคุณภาพของภาพ" ประกาศตั้งบริษัทร่วมทุนกับ #TCL ของจีน โดยยกธุรกิจทีวีและโฮมเอนเตอร์เทนเมนต์ทั้งหมดให้จีนเป็นคนคุมบังเหียน

ข่าวอื่นๆ

“เทราฮอป” ผุดโรงงานแห่งที่ 2 หลัง ทุ่ม 3 หมื่นล้าน ปั้นไทยฐานผลิตอุปกรณ์ AI – Data Center

“เทราฮอป (Terahop)” ผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารผ่านใยแก้วนำแสงความเร็วสูงอันดับ 1 ของโลกจากจีน ปักหมุดฐานผลิตหลักในไทย ลงทุนต่อเนื่องกว่า 3 หมื่นล้านบาท เป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในสระบุรี

 IMF ประเมิน ปี 2569 เอเชียยังคงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก

สงครามตะวันออกกลาง : IMF ประเมิน ปี 2569 เอเชียยังคงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก  สงครามในตะวันออกกลางกำลังเป็นบททดสอบสำคัญต่อความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจเอเชีย ซึ่งก้าวเข้าสู่ปี 2569 บนรากฐานที่ยังมั่นคง โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประเมินว่าเศรษฐกิจเอเชียจะขยายตัวร้อยละ 4.4...

รถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-โคราช 90 นาที

โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 (กรุงเทพฯ-โคราช) ระยะทาง 253 กม. มีกำหนดเปิดใช้ประมาณปี 2570-2572 โดยใช้เวลาเดินทางเพียง 90 นาที ด้วยความเร็วสูงสุด