วันพฤหัสบดี, เมษายน 16, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกเศรษฐกิจ การเงินสุดอึ้ง! สาวหอบเอกสารกองโต กว่า 20 กิโล ยื่นปลดอายัดบัญชี กว่าจะได้เงินคืน

สุดอึ้ง! สาวหอบเอกสารกองโต กว่า 20 กิโล ยื่นปลดอายัดบัญชี กว่าจะได้เงินคืน

เผยแพร่

spot_img

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก แชร์ประสบการณ์ตรง! ถูกอายัดบัญชีทั้งที่ไม่มีคดี -ไม่มีบัญชีม้า หอบเอกสารกองโตกว่า 20 กิโล เพื่อยื่นปลดอายัด จนเกิดการตั้งคำถาม “ฝากเงินไว้กับธนาคาร ปลอดภัยจริงหรือ?”

เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2568  คำถามใหญ่ สะเทือนความมั่นใจของคนฝากเงินทั้งประเทศ “ฝากเงินไว้กับธนาคาร ปลอดภัยจริงหรือ?”

กระแสนี้จุดติดบนโลกโซเชียล หลังผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Pithugan KT ออกมาเล่าประสบการณ์ตรง หลังถูกธนาคารอายัดบัญชีโดยไม่ทราบสาเหตุ ทั้งที่บัญชีมีการหมุนเวียนเงินเพื่อทำธุรกิจตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีหมายเลขคดี และไม่ได้เกี่ยวข้องกับบัญชีม้า

สิ่งที่ทำให้คนอ่านช็อก คือ ความยุ่งยากของกระบวนการปลดอายัดบัญชี เธอเผยว่า ต้องหอบเอกสารยืนยันธุรกรรมหนักเกือบ 20 กิโลกรัม เพื่อยื่นให้ธนาคารตรวจสอบ แต่รอบแรกกลับถูกปฏิเสธ โดยเจ้าหน้าที่แจ้งเพียงว่า “เอกสารไม่เพียงพอ”

เธอจึงเตรียมเอกสารใหม่เต็มกระเป๋าลากอีกครั้ง โดยครั้งนี้ได้พบเจ้าหน้าที่ที่ให้คำแนะนำละเอียดกว่าเดิม ผลคือ หลังยื่นรอบสองเพียง 4 วัน ธนาคารจึงปลดอายัดบัญชีให้

เธอยังทิ้งท้ายว่า “ค่าปริ้นเอกสารไม่ต่ำกว่าหลักหมื่น และเสียเวลาเกือบ 2 เดือนเต็ม กว่าจะได้เงินคืนกลับมา” พร้อมสะท้อนว่าในตอนนี้มีผู้คนจำนวนมากที่กำลังเผชิญปัญหาถูกอายัดบัญชีเช่นกัน ทำให้เธอออกมาแนะนำว่า

“ถ้ายื่นเอกสารรอบแรกไม่ผ่าน ไม่ได้รับคำแนะนำที่เพียงพอ ลองเปลี่ยนสาขา หรือเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ดูนะคะ อาจจะได้คำแนะนำมากขึ้น ของเราไม่ได้เปลี่ยนสาขา แต่เจอเจ้าหน้าที่คนละคน ครั้งที่ 2 เจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำดีมาก จัดแจงรายละเอียดให้เราเตรียมเอกสาร หลังจากยื่นเอกสารครั้งที่ 2 ได้ประมาณ 4 วัน ธนาคารได้ปลดอายัดให้เราค่ะ”

ประสบการณ์นี้ไม่เพียงทำให้ผู้คนตระหนักถึงความยุ่งยากของกระบวนการ แต่ยังจุดคำถามถึงระบบการตรวจสอบของธนาคารว่า มีมาตรฐานและความโปร่งใสเพียงพอหรือไม่ และจะสร้างสมดุลอย่างไร ระหว่างการป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน กับการคุ้มครองสิทธิของผู้ฝากเงินทั่วไป

(ที่มา น้ำฝน อีจันเผยแพร่เมื่อ : 14 ก.ย. 2568, 07:41)

ข่าวล่าสุด

ความตายที่ทรมานที่สุดในมหาสมุทร

ความจริงคือมันไม่ใช่เรื่องของ การกิน ครับ แต่มันคือเรื่องของ วิธีการ ที่โหดร้ายจนคุณอาจจะจินตนาการไม่ออกเลยว่า ในโลกที่เจริญแล้ว ยังมีวิธีการฆ่าสัตว์ที่เลือดเย็นขนาดนี้เหลืออยู่อีกเหรอ

“ฟรีวีซ่า 93 ประเทศ ดันเศรษฐกิจไทยฟื้น แต่ความเสี่ยงอาชญากรรมข้ามชาติท้าทายระบบคัดกรอง”

“สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime ) และ INTERPOL เริ่มสะท้อนแนวโน้มที่ต้องจับตา โดยระบุว่าเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะกลุ่มหลอกลวงออนไลน์และอาชญากรรมไซเบอร์ มีการปรับรูปแบบและเคลื่อนย้ายฐานปฏิบัติการไปยังประเทศที่มีมาตรการเข้าเมืองผ่อนคลายมากขึ้น

เจเร็ด คุชเนอร์:คนที่ทำให้ตะวันออกกลางน่ากลัวขึ้นในคืนนี้

The Guardian รายงานว่า Kushner กำลังช่วยเจรจาดีลในตะวันออกกลาง ขณะเดียวกันก็เดินหน้าหาเงินเพิ่มอย่างน้อย 5,000 ล้านดอลลาร์ให้กองทุน Affinity Partners ของตัวเอง

“คนที่สู้ชีวิตอยู่ในไทยมาทั้งชีวิต เสียภาษีทุกเดือน ได้เบี้ยเท่ากันกับคนที่เพิ่งกลับมา”

การมีส่วนร่วมกับระบบ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุไม่ได้ผุดขึ้นมาเอง มันมาจากภาษีของคนที่ทำงาน จ่าย VAT จ่ายภาษีเงินได้ และร่วมสร้างเศรษฐกิจไทยมาตลอด

ข่าวอื่นๆ

IMF ปรับลดคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจโลกจากผลกระทบสงครามอิหร่าน เตือนว่าอาจเลวร้ายลงกว่านี้

Pierre-Olivier Gourinchas ที่ปรึกษาเศรษฐกิจของ IMF เขียนในรายงาน World Economic Outlook ฉบับล่าสุด เขาเสริมว่า ความขัดแย้งนี้ยังอาจนำไปสู่วิกฤตพลังงานระดับโลก “ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”

บริการรถไฟขนส่งสินค้าทางรางแบบครบเส้นทาง จีน-ลาว-ไทย เปิดให้บริการแล้ว ส่งผลไม้สดจากอาเซียนสู่จีน

รถไฟขนส่งสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิ (cold-chain) จีน-ลาว-ไทย บรรทุกทุเรียนสดจากประเทศไทย ออกเดินทางเมื่อวันจันทร์ที่ 30 มีนาคม2569 ถือเป็นการเปิดเส้นทางขนส่งข้ามพรมแดนใหม่สำหรับผลไม้

“โสภณ” อดีตมือแก้วิกฤตน้ำมันยุคป๋าเปรม อัดรัฐบาลขึ้นราคาเอื้อนายทุน ปล่อยฟันกำไรสต๊อกเก่ากว่า 1.6 หมื่นล้าน ชี้ “น้ำมันไม่ขาด แต่ขาดความสุจริต”

นายโสภณ สุภาพงษ์ อดีตรองผู้ว่าการ ปตท. และผู้ก่อตั้งบริษัท บางจากฯ เจ้าของรางวัลรามอน แมกไซไซ ออกโรงวิพากษ์วิจารณ์การแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานของรัฐบาลชุดปัจจุบันผ่านเพจเฟซบุ๊ก "วิถีคิด" อย่างดุเดือด โดยชี้ว่าการปรับขึ้นราคาน้ำมันล่าสุดโดยไม่มีการตรวจสอบสต๊อกเก่า เป็นการเปิดทางให้กลุ่มผู้ค้าน้ำมันและนักการเมืองกวาดกำไรจากประชาชนไปมากกว่า 16,000 ล้านบาทในทันที