หน้าแรกเศรษฐกิจ การเงินเมืองลำพูน“เนรมิตเมือง”:สร้างแบรนด์เมืองสู่สินทรัพย์สร้างสรรค์ (Neramyth City: Branding Cities into Creative Assets)

เมืองลำพูน“เนรมิตเมือง”:สร้างแบรนด์เมืองสู่สินทรัพย์สร้างสรรค์ (Neramyth City: Branding Cities into Creative Assets)

เผยแพร่

spot_img

เทศบาลเมืองลำพูนร่วมงานแถลงข่าวและพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการ 

เมืองลำพูน“เนรมิตเมือง”:สร้างแบรนด์เมืองสู่สินทรัพย์สร้างสรรค์ (Neramyth City: Branding Cities into Creative Assets)

      วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เทศบาลเมืองลำพูน โดย นายประภัสร์ ภู่เจริญ นายกเทศมนตรีเมืองลำพูน และนางสาวญานินทร์ ภววัฒนานุสรณ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองลำพูน ร่วมงานแถลงข่าวและพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการ “เนรมิตเมือง”: สร้างแบรนด์เมืองสู่สินทรัพย์สร้างสรรค์ (Neramyth City: Branding Cities into Creative Assets) โดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์กรมหาชน) หรือ สศส. ดำเนินโครงการพัฒนาย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และส่งเสริมการสร้างแบรนด์เมือง ภายใต้ชื่อโครงการเนรมิตเมือง : สร้างแบรนด์เมืองสู่สินทรัพย์สร้างสรรค์ เพื่อยกระดับการขับเคลื่อนเมืองสู่การพัฒนาแบรนด์เมืองสร้างสรรค์ (Creative City & Place Branding) มุ่งพัฒนาเมืองจากตัวตนและศักยภาพของพื้นที่ เชื่อมโยงคุณค่า วิสัยทัศน์ร่วม การวางแผน และการลงมือทำ ยกระดับเมืองที่น่าอยู่น่าลงทุนและน่าเที่ยว ณ ห้อง Virtual Media Lab (VML) ชั้น 4 ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) กรุงเทพมหานครฯ

      นายประภัสร์ ภู่เจริญ นายกเทศมนตรีเมืองลำพูน ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อขับเคลื่อนโครงการดังกล่าว ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ 9 เมืองต้นแบบ ได้รับการคัดเลือกเป็นพื้นที่นำร่อง ได้แก่ 1) เพชรบุรี 2) สกลนคร 3) นครศรีธรรมราช 4) ปัตตานี 5) ราชบุรี 6) ลำพูน 7) ศรีสะเกษ 8) สิงห์บุรี และ 9) อุบลราชธานี ผนึกกำลังสร้างแบรนด์เมือง สู่สินทรัพย์สร้างสรรค์  ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “แบรนด์เมืองสร้างสรรค์” (Creative City Branding) ด้วยการปลดล็อกศักยภาพ “อัตลักษณ์เมือง” สู่การเป็นสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ ที่ช่วยดึงดูดการลงทุน คนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยว ยกระดับเมืองให้ “น่าอยู่ – น่าลงทุน – น่าเที่ยว” มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยวางโครงสร้างพื้นฐานด้านยุทธศาสตร์แบรนด์เมือง (City Branding Strategy) ให้กับ 9 เมืองนำร่องที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการ เปลี่ยนเมืองที่มีทรัพยากรเดิม ให้กลายเป็นเมืองที่มี “สินทรัพย์สร้างสรรค์” ต่อยอดสู่การสร้าง“แบรนด์เมือง” และมีระยะเวลาดำเนินการระหว่างเดือนมกราคม – สิงหาคม 2569 

     ความร่วมมือในครั้งนี้ เทศบาลเมืองลำพูนจะเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทในด้านการสนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการในระดับพื้นที่ พร้อมสนับสนุนข้อมูล รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ผนึกกำลังขับเคลื่อนและต่อยอดผลลัพธ์ของการพัฒนาแบรนด์เมืองสร้างสรรค์ พัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อการเติบโตของเมืองลำพูนในทุกมิติอย่างมั่นคงต่อไป

ข่าวล่าสุด

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“ปลานิล” จำแลงกาย… เข้าไปแทน “แมคเคอเรล”   เปิดปมฉาวปลากระป๋องนับหมื่นชิ้น

กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์เมื่อ “ปลานิล” ลอบสวมสิทธิ์เป็น “ปลาแมคเคอเรล” ในกระป๋องซอสมะเขือเทศ

จากม่านหมอกที่ “ปาย”  เคลื่อนลงใต้ “เกาะพะงัน”

ปฏิบัติการสายฟ้าแลบบุกค้นศูนย์การเรียนรู้เถื่อนบนเกาะพะงันเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา คือสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดง

หวัง อี้ พบหารือกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน 

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 หวัง อี้ สมาชิกกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน พบหารือกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ณ กรุงปักกิ่ง อารักชีได้ชี้แจงความคืบหน้าล่าสุดของการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา รวมทั้งข้อพิจารณาในขั้นตอนต่อไปของฝ่ายอิหร่าน โดยระบุว่า...

ข่าวอื่นๆ

บทเรียนจากศรีลังกา ท่าเรือที่ไม่มีเรือมาจอด

ท่าเรือ Hambantota แทบไม่มีเรือมาใช้บริการ ในปี 2016 ท่าเรือทำรายได้เพียง 11.81 ล้านดอลลาร์ แต่ค่าใช้จ่ายสูงถึง 10 ล้านดอลลาร์ กำไรเพียง 1.81 ล้านดอลลาร์ ไม่พอจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้แม้แต่น้อย

GDP เวียดนามแซงหน้าไทยไปแล้วประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

เศรษฐกิจของเวียดนามกำลังเข้าใกล้และได้แซงหน้าประเทศไทยไปประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์

บางครั้ง ชัยชนะที่แท้จริง อาจไม่ใช่การเอาชนะคู่แข่ง

ลองนึกภาพ... ถ้าวันหนึ่ง มีคนเอา "ความลับระดับบริษัท" ของ Coca-Cola ไปเสนอขายให้คู่แข่งตัวฉกาจอย่าง Pepsi ในราคา 1.5 ล้านดอลลาร์