วันศุกร์, เมษายน 17, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกเสียงอิสระประชาชนความข้องใจต่อ ป.ป.ช. กรณีความผิดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 144

ความข้องใจต่อ ป.ป.ช. กรณีความผิดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 144

เผยแพร่

spot_img

ช้าไปนิดสำหรับข้อเขียนชิ้นนี้ แต่ยังอยากแบ่งปันความข้องใจต่อ ป.ป.ช. กรณีความผิดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 144 กับท่านผู้อ่านทุกท่าน โดยเราจะเริ่มต้นด้วยการลำดับเหตุการณ์เพื่อทบทวนความจำดังนี้ 

25 เมษายน 2568 คุณชาญชัย อิสระเสนารักษ์ รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก คุณนิติธร ล้ำเหลือ และคุณสมชาย แสวงการ  ได้ไปยื่นคำร้อบต่อป.ป.ซ. เอาผิดรัฐบาลเศรษฐา รัฐบาลแพทองธาร ส.ส.และสว ชุดปัจจุบันว่าฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๔๔ วรรค ๑ เนื่องจากไปแปรญัตติตัดงบประมาณส่วนที่เตรียมไว้สำหรับชำระหนี้ต่อธนาคารของรัฐ 5 แห่ง เป็นเงิน 3.5 หมื่นล้านบาท

9 มิถุนายน 2568 ป.ป.ช. มีมติรับคำร้องไว้พิจารณา ใช้เวลาตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่ 39 วัน 

29 ตุลาคม 2568 ที่ประชุม ป.ป.ช. มีมติตั้งคณะไต่สวนนายเศรษฐา ทวีสิน และคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันรวมอยู่ด้วย แต่เห็นว่าไม่เข้าข่ายความผิดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 144 ตามคำร้อง และเห็นว่าเข้าข่ายเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ในประเด็นนำเงินกู้ไปใช้ผิดประเภท และเห็นว่าอดีตนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ จึงยุติการสอบสวนไป 

ทบทวนอีกครั้งว่ารัฐบาลเศรษฐา หลังจากที่หาเสียงว่าจะแจกเงินคนละหมื่น และทำได้ทันที ทั้งในเอกสารที่ส่งให้ก.ก.ต.ยังระบุว่าไม่ต้องกู้เงิน แต่ถึงเวลาจริงๆ ไม่สามารถหาเงินจากงบประมาณแผ่นดินได้เพียงพอ จะต้องกู้เงิน แต่ก็กู้ไม่ทันในปีงบประมาณที่เข้าเป็นรัฐบาล หากจะกู้ต้องออกพ.ร.บ.เงินกู้โดยเฉพาะ ซึ่งก็ไม่กล้าทำ จึงนำเรื่องเข้า ค.ร.ม.ขอความเห็นชอบให้แปรญัตติ นำเงินงบประมาณที่ตั้งไว้เพื่อใช้หนี้ธนาคารของรัฐ 5 แห่ง เป็นเงิน 35,000 ล้านบาท โยกไปไว้ที่งบกลาง เพื่อนำไปแจกเงินหมื่น ตามนโยบาย digital wallet และเบี้ยวไม่ชำระหนี้ต่อธนาคารของรัฐทั้ง 5 แห่ง 

 มาตรา ๑๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 บัญญัติไว้ดังนี้

มาตรา ๑๔๔ ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม และร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะแปรญัตติเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมรายการหรือจำนวนในรายการมิได้ แต่อาจแปรญัตติในทางลดหรือตัดทอนรายจ่ายซึ่งมิใช่รายจ่ายตามข้อผูกพันอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

 (๑) เงินส่งใช้ต้นเงินกู้

 (๒) ดอกเบี้ยเงินกู้

 (๓) เงินที่กำหนดให้จ่ายตามกฎหมาย

ในการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา หรือคณะกรรมการธิการ การเสนอ การแปรญัตติ หรือการกระทำด้วยประการใดๆ ที่มีผลให้สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภาหรือกรรมาธิการมีส่วนไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ในการใช้งบประมาณรายจ่าย จะกระทำมิได้

ในขณะที่ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๕๗ บัญญัติไว้ว่า

มาตรา ๑๕๗  ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นี่คือความข้องใจว่า การแปรญัตติตัดงบประมาณที่เตรียมไว้สำหรับการชำระหนี้ธนาคารของรัฐ 5 แห่ง จำนวนเงิน 3.5 ล้านบาท แล้วโยกไปไว้ในงบกลางเพื่อนำเงินมาแจกตามนโยบาย digital wallet ไม่เข้าข่ายเป็นความผิดตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๔๔ วรรคหนึ่ง ได้อย่างไร เพราะวรรคหนึ่งระบุชัดว่าจะไปลดหรือตัดทอนรายจ่ายตามข้อผูกพัน กล่าวคือ เงินส่งใช้ต้นเงินกู้ ดอกเบี้ยเงินกู้ และเงินที่กำหนดให้จ่ายตามกฎหมายไม่ได้ ครม ชุดคุณเศรษฐาอนุมัติให้ทำการแปรญัตติ โดยนำงบประมาณที่กำหนดไว้แล้วว่าจะนำไปใช้หนี้ ไม่ให้ชำระหนี้ แต่ไปแจกเงินตามนโยบาย digital wallet แทน จึงเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๔๔ วรรคหนึ่งอย่างชัดแจ้ง แม้แต่อดีตตุลาการศาลธรรมนูญ ท่านจรัล ภักดีธนากุล ก็มีความเห็นเช่นนี้ 

หากจะตีความว่า สิ่งที่รัฐบาลคุณเศรษฐากระทำเป็นความผิดตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๔๔ ดังนั้นจึงถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมาลกฎหมายอาญามาตรา ๑๕๗ อย่างนี้จึงฟังได้ หากบอกว่าไม่เข้าข่ายเป็นความผิดตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๔๔ เลย น่าจะไม่ถูกต้อง

ความแตกต่างระหว่างความผิดตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๔๔ และประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๕๗ อยู่ที่ ความผิดตามมาตรา ๑๕๗ เป็นคดีอาญา มีโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท ในขณะที่มาตรา ๑๔๔ โทษคือพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีหรือตำแหน่งส.ส. และยังต้องชดใช้เงินที่แปรญัตติคืนให้แผ่นดิน 

ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดป.ป.ช.จึงมีความเห็นเช่นนั้น ข้อสังเกตคือ ป.ป.ช.ใช้เวลาพิจารณากรณีนี้นานมาก กว่าจะตัดสินว่าจะรับคำร้องไว้พิจารณาหรือไม่ ใช้เวลา 39 วัน กว่าจะมีมติให้ไต่สวนใช้เวลาอีกเกือบ 5 เดือน ทั้งที่รัฐธรรมนูญกำหนดว่า ให้ป.ช.ช. ดำเนินการสอบสวนเป็นทางลับโดยพลัน และหากเห็นว่าคดีมีมูล ให้เสนอความเห็นต่อศาลรัฐธรมนูญ เพื่อดำเนินการต่อไป 

การที่ป.ป.ช.ดูเหมือนจะไม่รีบเร่งดำเนินการแต่อย่างใด เป็นพราะ ป.ป.ช.เห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่สะท้านฟ้าสะเทือนดิน จึงดำเนินการด้วยความรอบคอบ หรือใช้เวลานานเพื่อหาทางออกไม่ให้เกิดสึนามิทางการเมือง หรือเป็นเพราะเหตุผลอื่น ก็ยากที่ทราบได้ เพราะท่านประธานและคณะกรรมการป.ป.ช.เท่านั้นที่จะทราบ แต่ความเห็นของคนทั่วไปที่สนใจการเมือง และแน่นอนว่ารวมทั้งผู้ร้องทั้ง 4 ท่าน ล้วนเห็นว่า ป.ป.ช.ใช้เวลานานเกินไป

รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร   3 พย 68

ข่าวล่าสุด

สงกรานต์ 2569 เมื่อ “ดีเซล 44 บาท” ทำงานแทนรัฐบาล

วิกฤตการณ์พลังงานที่ผลักดันให้ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 44.40 บาทต่อลิตรในช่วงสงกรานต์ปี 2569 กลายเป็นกลไกจำกัดการเดินทางที่ส่งผลรุนแรงยิ่งกว่าการรณรงค์ใดๆ ของภาครัฐ

อิหร่านขู่ปิดตาย “ทะเลแดง” โต้กลับสหรัฐฯ ปิดล้อมท่าเรือ

ผู้บัญชาการกองบัญชาการทหารร่วมของอิหร่านออกมาเตือนว่า อิหร่านจะทำการสกัดกั้นการส่งออกและนำเข้าอย่างสมบูรณ์ครอบคลุมทั้งภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf), ทะเลโอมาน (Sea of Oman) และทะเลแดง

มีภาพหนึ่ง…เงียบ ๆ แต่ “ทรงพลัง” ยิ่งกว่าสิ่งใด

ป้ายเล็กๆ ในซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในอิหร่าน เขียนด้วยลายมือธรรมดา Take What You Need,Pay after War. “หยิบสิ่งที่คุณต้องการไปก่อน แล้วค่อยจ่ายหลังสงคราม”

The AI Layoff Trap หรือ กับดักการปลดพนักงานด้วย AI

Brett Hemenway Falk และ Gerry Tsoukalas ได้ใช้คณิตศาสตร์มาพิสูจน์ความจริงที่น่าขนลุก พวกเขาค้นพบว่าบริษัทที่กำลังนำ AI มาแทนที่มนุษย์นั้น แท้จริงแล้วกำลังผลักดันระบบเศรษฐกิจไปสู่ความพินาศ

ข่าวอื่นๆ

The Fate of Empires : ชะตากรรมของจักรวรรดิ

“The Fate of Empires (ชะตากรรมของจักรวรรดิ) อธิบาย จักรวรรดิสหรัฐอเมริกา กำลังอยู่ในระยะที่ 4 หรือ “ยุคเสื่อมทราม” (Age of Decadence) ตามทฤษฎีวัฏจักร ชะตากรรมของจักรวรรดิ

“คนที่สู้ชีวิตอยู่ในไทยมาทั้งชีวิต เสียภาษีทุกเดือน ได้เบี้ยเท่ากันกับคนที่เพิ่งกลับมา”

การมีส่วนร่วมกับระบบ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุไม่ได้ผุดขึ้นมาเอง มันมาจากภาษีของคนที่ทำงาน จ่าย VAT จ่ายภาษีเงินได้ และร่วมสร้างเศรษฐกิจไทยมาตลอด

‘เจฟฟรีย์ แซคส์’ ผู้ลั่นระฆังเตือนภัยสงครามโลกครั้งที่ 3

จากอดีตอัจฉริยะฮาร์วาร์ด เจ้าของฉายา ‘ร็อคสตาร์ทางเศรษฐศาสตร์’ ผู้ร่วมออกแบบวางรากฐานระบบทุนนิยมให้แก่โลกหลังสงครามเย็น สู่การเป็นนักวิพากษ์นโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ อย่างเผ็ดร้อนที่สุดในปัจจุบัน