หน้าแรกเสียงอิสระประชาชนคำสาปพระเจ้าชัยวรมันสำแดงฤทธิ์อีกครั้ง เขมรสอบผ่านทุกข้อไปสู่ความพินาศสูญสิ้น..... โดย โรม บุนนาค

คำสาปพระเจ้าชัยวรมันสำแดงฤทธิ์อีกครั้ง เขมรสอบผ่านทุกข้อไปสู่ความพินาศสูญสิ้น….. โดย โรม บุนนาค

เผยแพร่

spot_img

เมื่อเขมรถล่มปืนใหญ่ใส่ไทยเมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๘ อย่างที่ไม่มีปี่มีขลุ่ย และเป้าหมายก็ไม่ใช่ที่ตั้งกองทหาร แต่เป็นที่อยู่ของประชาชนซึ่งมีทั้งลูกเล็กเด็กแดง แบบไร้มนุษยธรรมและป่าเถื่อนอย่างไม่มีที่ไหนในโลกเถื่อนได้ถึงขนาดนี้ ทั้งๆที่ความเข้มแข็งของกองทัพก็ห่างกันอย่างมวยเวทีกับมวยวัด จึงทำให้ไทยต้องตอบโต้เพื่อป้องกันตัวเอง ผลก็คือทหารเขมรตายเป็นเบือจนเก็บศพไม่หมด ส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งไปหมด อาวุธและคลังอาวุธถูกทำลายย่อยยับ ทำให้หลายคนนึกถึงคำสาปของพระเจ้าชัยวรมันผู้สร้างปราสาทหินทั้งหลาย และผู้สถาปนาความยิ่งใหญ่ให้อาณาจักรขอม

ในปี พ.ศ.๑๕๖๓ พระเจ้าชัยวรมันที่ ๑ ได้จารึกเรื่องราวในยุคสมัยของพระองค์ไว้ในแผ่นหินหลายแผ่น แผ่นหนึ่งเป็นคำสาปแช่งผู้ที่คิดร้ายต่อลูกหลานของพระองค์ จารึกนี้ถูกพบที่บริเวณปราสาทตาเมือนธม ในอำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ต่อมาถูกนำมาจัดแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติสุรินทร์

ข้อความในจารึกนี้มีอยู่ ๗ ข้อ มีความหมายว่า

๑. ผู้ถูกสาปจะถูกทำลายสูญสิ้นด้วยลูกหลานของวรมัน

๒. ผู้ถูกสาปจะอยู่ใต้การปกครองของผู้อื่นเสมอ

๓. ผู้ถูกสาปจะเข่นฆ่าล้างผลาญกันเองตราบชั่วลูกชั่วหลาน

๔. ผู้ถูกสาปจะต้องเป็นทาสของผู้อื่นตลอดไป

๕. ผู้ถูกสาปจะต้องเผชิญกับหายนะและภัยพิบัติทางธรรมชาติ

๖. ลูกหลานของผู้ถูกสาปจะไม่มีวันรบชนะลูกหลานของชัยวรมัน

๗. ผู้ถูกสาปจะล้าหลัง ไร้ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญา

คำสาปนี้ได้เริ่มออกฤทธิ์เมื่อ ตาแตงหวาน ชาวบ้านหรือทาสคนหนึ่งได้ปลงพระชนม์พระเจ้าชัยวรมันที่ ๙ แล้วขึ้นครองราชย์เป็น พระบาทศรีสุริโยพันธ์ ต้นราชวงศ์ตาแตงหวาน เขมรก็ไม่มีความสงบสุขมาตลอด เข่นฆ่ากันเองจนมาถึงถึงปัจจุบัน และทำได้เกือบครบทุกข้อแล้ว โดยเฉพาะในสมัยตระกูลฮุน ถือได้ว่าสอบผ่านที่จะต้องสูญสิ้นไปในไม่ช้า

ส่วน AI ได้ข้อมูลที่แตกต่างไปจากนี้ว่า

คำสาปเขมร หรือ “คำสาปแห่งพระเจ้าอยู่หัว” เป็นตำนานที่มีชื่อเสียงในกัมพูชา โดยกล่าวถึงคำสาปที่มีผลกระทบต่อชะตากรรมของประเทศและประชาชนเขมรมาอย่างยาวนาน

ตำนานนี้เกี่ยวข้องกับกษัตริย์เขมรในอดีต โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ และพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๒ ผู้สร้างปราสาทนครวัด โดยเชื่อกันว่าคำสาปนี้เกิดขึ้นจากการกระทำที่ไม่เหมาะสม หรือการละเมิดคำสั่งของพระหรือเทพเจ้า

ตำนานนี้เล่าว่าพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๒ ได้สร้างปราสาทนครวัดเพื่ออุทิศให้กับพระวิษณุ แต่ด้วยความทะนงตนและความไม่เคารพต่อพระหรือเทพเจ้า ทำให้เกิดคำสาปที่มีผลกระทบต่อชะตากรรมของประเทศเขมรมาอย่างยาวนาน ทำให้ประเทศประสบกับสงคราม ความอดอยาก และความวุ่นวายต่างๆ นานา เช่น

๑. การเสื่อมถอยของจักรวรรดิเขมร: หลังจากยุคของพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๒ จักรวรรดิเขมรเริ่มเสื่อมถอยและสูญเสียอำนาจ

๒. สงครามและความขัดแย้ง: ประเทศเขมรประสบกับสงครามและความขัดแย้งภายในและภายนอกมาอย่างยาวนาน

๓. ความอดอยากและความยากจน: ประชาชนเขมรประสบกับความอดอยากและความยากจน ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ลำบาก

ตำนานนี้ยังคงเป็นเรื่องที่ถูกเล่าขานและเชื่อถือในหมู่ประชาชนเขมรมาอย่างยาวนาน และยังเชื่อว่าประเทศเขมรยังคงอยู่ภายใต้คำสาปนี้จนถึงปัจจุบัน

แต่คนเขมรปัจจุบันมีความเชื่อในการแก้ไขให้หลุดพ้นจากคำสาปวรมันนี้ได้ โดยการทำพิธีกรรมทางศาสนา การบูชาเทพเจ้า หรือการสร้างความดีงาม จะสามารถช่วยล้างคำสาปได้ 

แต่คนเขมรถนัดแต่การบูชาเทพเจ้า จึงมีการทำพิธีถอนคำสาปวรมันเมื่อวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ มีคน ๘ คนแต่งชุดดำ ถือเป็นตัวแทนมาจาก ๘ ทิศ ทำพิธีขึงขังขึ้นที่กลางปราสาทนครวัด แต่แทนที่คำสาปวรมันจะถูกถอน กลับเกิดปรากฏการณ์ที่เหมือนคำสาปแช่งสำทับมาอีก โดยหลังจากนั้นเพียง ๓ วัน คือในวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ได้เกิดฟ้าผ่าลงมาที่ปราสาทนครวัด ทำให้นักท่องเที่ยว ๓ คนถึงตาย ซึ่งทั้งหมดเป็นคนเขมร และอีกกว่า ๓๐ คนบาดเจ็บ 

นี่ถ้าคนเขมรที่ตาย ๓ คนนั้นชื่อว่า ฮุน เซน ฮุนมาเนต และมาลี โสเจียตา ก็คงสะใจคนไทยไปตามๆกัน

แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อครั้งเขมรเผาสถานทูตไทยที่กรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๔๖ บ้านตัวเองกลับวอดมาครั้งหนึ่งแล้ว ครั้งนี้ยังไม่เข็ด ถล่มไทยด้วยปืนใหญ่ โดยเล็งเป้าไปที่บ้านเรือนประชาชน แต่ก็ทำให้จำนวนชาวบ้านตายต่างกับที่ทหารเขมรตายเมื่อไทยโต้ตอบอย่างเทียบกันไม่ได้ อีกทั้งยังทำให้ทั่วโลกเห็นว่าเขมรไร้วัฒนธรรมที่จะเข้าร่วมสังคมโลกกับเขาได้ เกือบทุกประเทศจึงรังเกียจที่จะคบหาสมาคมกับเขมร มีเพียงประเทศที่ต้องการผลประโยชน์กับเขมรเท่านั้นที่จะเข้าไปตั้งฐานทัพล้อมจีน ฮุน เซ็น ก็รู้ตัวดีว่าอยู่ไม่ได้แล้ว จึงต้องการหาคนมาอุ้มคุ้มครอง แบบนี้เขมรก็คงต้องเป็นเหมือนยูเครน แต่จะรู้ผลเร็วกว่ายูเครนมาก ส่วนประเทศไทยที่ถูกถล่มกลับได้รับการสรรเสริญไปทั่ว ว่าทหารของเรารบกับคนเถื่อนอย่างมีระเบียบวินัย เคารพกติกาของสังคมโลก และทำไปตามความจำเป็นเท่านั้น เขมรจึงต้องวอดไปอีกครั้ง

แม้จะทำข้อตกลงกันกี่ครั้งก็ตาม ก็อย่าหวังว่าไทยเราจะอยู่อย่างสงบสุขได้ เขมรยังหาวิธีก่อกวนทุกวิธีทาง แต่ก็โปรดอุ่นใจได้ที่ทหารของเราเข้มแข็ง พร้อมจะเป็นรั้วเหล็กของประเทศให้ประชาชนนอนตาหลับ

แต่อย่างไรก็ตาม เราก็คงต้องอยู่ในบรรยากาศนี้ไปจนกระทั่ง เขมรต้องตกเป็นทาส หรือตกอยู่ในปกครองของชาติอื่น ตามคำสาป.

ข่าวล่าสุด

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“ปลานิล” จำแลงกาย… เข้าไปแทน “แมคเคอเรล”   เปิดปมฉาวปลากระป๋องนับหมื่นชิ้น

กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์เมื่อ “ปลานิล” ลอบสวมสิทธิ์เป็น “ปลาแมคเคอเรล” ในกระป๋องซอสมะเขือเทศ

จากม่านหมอกที่ “ปาย”  เคลื่อนลงใต้ “เกาะพะงัน”

ปฏิบัติการสายฟ้าแลบบุกค้นศูนย์การเรียนรู้เถื่อนบนเกาะพะงันเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา คือสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดง

หวัง อี้ พบหารือกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน 

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 หวัง อี้ สมาชิกกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน พบหารือกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ณ กรุงปักกิ่ง อารักชีได้ชี้แจงความคืบหน้าล่าสุดของการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา รวมทั้งข้อพิจารณาในขั้นตอนต่อไปของฝ่ายอิหร่าน โดยระบุว่า...

ข่าวอื่นๆ

เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ตั้ง 10 คำถามที่รัฐบาลต้องตอบ แลนด์บริดจ์ ก้าวสู่ความรุ่งเรือง หรือกับดักอธิปไตยที่ผูกมัดอนาคตลูกหลาน?

ตั้งคำถามที่น่ากังวลของโครงการแลนด์บริดจ์ เพื่อให้รัฐบาลไขความกระจ่างให้ประชาชนรับทราบ ก่อนที่จะกลายเป็นภาระผูกพันชั่วชีวิตของคนรุ่นหลาน

จักรวรรดิใหม่ตระกูล Trump: เมื่อ ‘นโยบายรัฐ’ กลายเป็น ‘กำไรครอบครัว’ (2016-2026)

การกลับมาของ Donald Trump ในสมัยที่ 2 ไม่ใช่แค่การทวงคืนตำแหน่งทางการเมือง แต่คือการสร้าง "Network Diplomacy" ที่เปลี่ยนความขัดแย้งทั่วโลกให้กลายเป็นดัชนีความมั่งคั่งที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจของสมาชิกในครอบครัว

“ธรรมนูญงานศพ” : หยุดค่านิยมจอมปลอม คืนความถูกต้องให้สังคม   

โดย พจน์ เมืองนนท์       งานศพในปัจจุบันกำลังกลายเป็น "กับดัก" ที่กักขังชาวบ้านไว้ด้วยหนี้สินและหน้าตา ถึงเวลาที่ต้องพูดความจริงกันอย่างตรงไปตรงมาว่า ความยิ่งใหญ่ของงานพิธี ไม่ได้สะท้อนถึงความกตัญญูหรือความดีงาม แต่คือการเบียดเบียนตนเองและครอบครัวอย่างขาดสติ ผมขอเสนอ "ธรรมนูญงานศพ" เพื่อเป็นมาตรฐานแห่งการตื่นรู้ของชุมชน ดังนี้:  1. ถึงผู้นำและผู้ทรงเกียรติ: อย่าให้ตำแหน่งบดบังหัวใจ การก้าวขึ้นเป็นประธานในพิธีของท่าน...