หน้าแรกเสียงอิสระประชาชนทำไมเราถึงใช้คำว่าสถาปนาพื้นที่ในกรณีได้พื้นที่คืนมาจากกัมพูชา

ทำไมเราถึงใช้คำว่าสถาปนาพื้นที่ในกรณีได้พื้นที่คืนมาจากกัมพูชา

เผยแพร่

spot_img

คำว่า “สถาปนาพื้นที่” ในบริบทของความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชาในปี 2568 (ค.ศ. 2025) เป็นศัพท์ทางทหารที่ใช้ในแถลงการณ์และรายงานของกองทัพไทย โดยเฉพาะจากกองทัพภาคที่ 2 และโฆษกกระทรวงกลาโหม.

ความหมายของคำว่า “สถาปนาพื้นที่”

หมายถึง

การจัดตั้งหรือควบคุมพื้นที่อย่างเป็นทางการ

เช่น การวางกำลังทหาร, การติดตั้งฐานชั่วคราว, การปักธงชาติ, หรือการสร้างสิ่งก่อสร้างเพื่อแสดงการครอบครองและอธิปไตยในพื้นที่นั้น ๆ มักใช้ในบริบทที่พื้นที่นั้นเคยถูกฝ่ายตรงข้ามครอบครองหรือรุกล้ำมาก่อน.

เหตุผลที่ใช้คำนี้แทน “ยึดคืน”

– บริบทพื้นที่พิพาทและทับซ้อน — หลายพื้นที่ที่เกิดการปะทะ (เช่น ช่องอานม้า, ปราสาทคนา, ภูมะเขือ, ช่องบก) เป็นพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนตามแผนที่ต่างฉบับ (ไทยยึดตามแผนที่สเกล 1:50,000 ส่วนกัมพูชาอ้างตามแผนที่อื่น) กองทัพไทยมองว่าเป็นดินแดนไทยที่ถูกกัมพูชารุกล้ำและใช้ประโยชน์มานาน (เช่น สร้างฐานทหารหรือสิ่งก่อสร้าง) การใช้คำว่า “ยึดคืน” ตรง ๆ อาจถูกตีความว่าเป็นการรุกรานหรือยอมรับว่าพื้นที่นั้นเคยเป็นของกัมพูชาอย่างชัดเจน ซึ่งอาจกระทบทางการทูตหรือกฎหมายระหว่างประเทศ.

– การแสดงอธิปไตยอย่างเป็นทางการ — ในรายงานข่าว เช่น กรณีปราสาทคนา โฆษกไทยระบุว่ากัมพูชา “ยึดและสถาปนาพื้นที่นี้เป็นฐานปฏิบัติการ” มาก่อน ฝ่ายไทยจึงเข้าควบคุมและ “สถาปนา” กลับเพื่อแสดงอธิปไตย เช่น ปักธงชาติไทยหรือวางกำลังถาวร คำนี้ช่วยเน้นว่าเป็นการ “จัดตั้งการควบคุมอย่างสมบูรณ์” แทนการบุกยึดแบบก้าวร้าว.

– หลีกเลี่ยงความรุนแรงทางการเมือง — ในสถานการณ์ที่ทั้งสองฝ่ายกล่าวหาว่าอีกฝ่ายรุกราน การใช้คำกลาง ๆ อย่าง “สถาปนา” หรือ “ควบคุมพื้นที่” ช่วยลดการยั่วยุ และสอดคล้องกับการแถลงที่ไทยยืนยันว่าเป็นการ “ป้องกันตนเอง” และ “ผลักดันผู้รุกล้ำ” ไม่ใช่การรุกราน.

ตัวอย่างจากเหตุการณ์จริงในปี 2568:

– พื้นที่ช่องอานม้า: โฆษกกองทัพบกแจงว่าไทย “ควบคุมและสถาปนาพื้นที่ได้เพิ่มขึ้น” หลังผลักดันกัมพูชาออก.

– ปราสาทคนา: ไทยเข้าควบคุมเบ็ดเสร็จ หลังกัมพูชาเคย “สถาปนา” เป็นฐานทหาร.

สรุปคือ การใช้คำนี้เป็นกลยุทธ์ทางการสื่อสารของฝ่ายไทย เพื่อยืนยันอธิปไตยในพื้นที่ที่มองว่าเป็นของตน โดยไม่ทำให้สถานการณ์บานปลายทางการทูตมากไปกว่านี้ ในขณะที่สื่อและประชาชนทั่วไปยังคงใช้คำว่า “ยึดคืน” อยู่บ่อยครั้ง. 

(ที่มา : Facebook · คัดข่าว)

ข่าวล่าสุด

จาก “รอง ฯ จะเลื่อยขาผู้ว่า ฯ” กระฉ่อนโซเชียล

ถอดรหัสลับ..บริหารความขัดแย้งเชิงโครงสร้างมหาดไทย มวยล้มต้มคนดูหรือ..ศิลปะการบาลานซ์อำนาจระดับผู้นำ ?

ครม.ไฟเขึยว  คุ้มครองผู้บริโภค ซื้อออนไลน์คืนสินค้าได้

ครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า ยกระดับสิทธิผู้ซื้อ กำหนดมาตรฐานการรับผิดชอบผู้ขายชัดเจนขึ้น (16 มิถุนายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. .......

เตือนภัย พลิกโลก  เอลนีโญมาแล้ว !

ปรากฏการณ์ "เอลนีโญ" ได้ก่อตัวขึ้นแล้วในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน โดยแบบจำลองสภาพภูมิอากาศชี้ชัดว่า มีแนวโน้มทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็วในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 และอาจกลายเป็นเอลนีโญที่รุนแรงที่สุดในรอบ 70 ปี

เหมือนเกมไต่ลวดสลิงเมืองคาซาน

การเดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ ระหว่างวันที่ 16-19 มิถุนายน 2569 ณ เมืองคาซาน กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่เวทีการเฉลิมฉลองครบรอบ 35 ปีความสัมพันธ์อาเซียน-รัสเซีย

ข่าวอื่นๆ

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...

คนแก่กับหมาแก่…ในวันที่โลกทั้งใบ “ดับสัญญาณ”

เมื่อโลกดับสัญญาณ… คนแก่คือไฟดวงสุดท้าย ชายชราคนหนึ่งถูกไล่ออกจากงาน หลังทำงานดูแลโรงเรียนมานาน 42 ปี เหตุผลสั้นๆคือ “ตอนนี้มีเครื่องอัตโนมัติแล้ว เราไม่มีงบจ่ายบำนาญ”

เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ตั้ง 10 คำถามที่รัฐบาลต้องตอบ แลนด์บริดจ์ ก้าวสู่ความรุ่งเรือง หรือกับดักอธิปไตยที่ผูกมัดอนาคตลูกหลาน?

ตั้งคำถามที่น่ากังวลของโครงการแลนด์บริดจ์ เพื่อให้รัฐบาลไขความกระจ่างให้ประชาชนรับทราบ ก่อนที่จะกลายเป็นภาระผูกพันชั่วชีวิตของคนรุ่นหลาน